ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2412 ทะเลาะ
ฟุ่บ…
เสวี่ยเสวี่ยมุดหัวเข้าไปในกองใบไม้ที่ทับถม
ปีศาจแดงปรายตาไปทางมันแวบหนึ่ง ก่อนจะมองดูหางสีขาวของมันที่ยังคงโผล่มาให้เห็นด้านนอกด้วยแววหยามเหยียดอย่างยิ่ง
ศีรษะใหญ่ขนาดนี้เสียเปล่า
สมองกลับไม่แล่นด้วยเสียอย่างนั้น
ปีศาจแดงกระพือปีกลงมือช่วยอย่างหาดูได้ยาก จัดการถมใบไม้ที่อยู่ข้างๆ ลงบนตัวของเสวี่ยเสวี่ยมาปิดบังร่างขนาดใหญ่ของมันให้อย่างยากลำบาก
หลังจากเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มันก็บินโผไปด้านนอก
มันเปิดประตูใหญ่เองไม่ไหว ทำได้แค่บินขึ้นไปบนฟ้าเท่านั้น
ปึง!
หัวของปีศาจแดงชนเข้ากับค่ายกล
ครั้นถวนจื่อที่กำลังยืนรออยู่นอกประตูได้ยินดังนั้นก็แหงนศีรษะขึ้นมอง
นางสะกิดปลายเท้าเบาๆ พาร่างทะยานขึ้นสูงมาหยุดอยู่กลางอากาศ ห่างกับปีศาจแดงเพียงค่ายกลกั้น
ปีศาจแดงหันศีรษะกลับไปมองยังทิศทางของห้องพักมู่ชิงเหอปราดหนึ่ง
“กี๊!”
มันกู่ร้องอย่างโกรธขึ้ง
ทันใดนั้นเอง ค่ายกลก็เปิดเป็นช่องเล็กๆ ออกในท้ายที่สุด
ปีศาจแดงรีบเคลื่อนกายออกมาทันที
ถวนจื่อจึงพามันออกมาด้วย
แม้จะมองอะไรไม่เห็น แต่แค่คิดว่ามู่ชิงเหออยู่ด้านในนั้น ถวนจื่อก็โมโหจนไฟลุก
หากมิใช่เพราะปีศาจแดง นางก็ไม่มีทางมาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด!
ทันใดนั้น ถวนจื่อก็ปรายตามองดูภายในสวนหย่อมแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดชะงักด้วยตื่นตะลึงน้อยๆ
เมื่อครู่…เหตุใดนางถึงได้รู้สึกเหมือนว่าตรงนั้นมีลมปราณที่คุ้นเคยอยู่หลายส่วนเลยเล่า…
เรียวคิ้วเล็กย่นเข้ากันน้อยๆ
ตามหลักแล้ว นอกจากมู่ชิงเหอกับปีศาจแดง ที่นี่ก็ไม่น่าจะมีผู้อื่นแล้วกระมัง?
แล้วเมื่อครู่…
ในตอนที่กำลังครุ่นคิดนั่นเอง ถวนจื่อพลันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังดึงชายกระโปรงของตนอยู่
เป็นปีศาจแดงที่กำลังดึงรั้งให้นางออกไปข้างนอกนั่นเอง
ที่นี่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร ไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่า!
ถวนจื่อเองก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอย่างมาก จึงสลัดความเคลือบแคลงในหัวทิ้งไปทันที แล้วจัดการอุ้มปีศาจแดงขึ้นมาเกาะบนไหล่ของตน
“ปีศาจแดง ตามข้ามา!”
…
ถวนจื่อพาปีศาจแดงกลับมายังจวนที่พักของฉู่หลิวเยว่
แม้ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะมีคนอยู่ไม่มาก ทว่าแต่ละคนก็หาได้ธรรมดาสามัญไม่
หากปล่อยให้พวกเขาเห็นว่าถวนจื่อกับปีศาจแดงอยู่ด้วยกันละก็ เกรงว่าต้องเกิดปัญหาขึ้นมาไม่น้อยเป็นแน่
ดังนั้นหลังจากไตร่ตรองไปมา ถวนจื่อจึงพาปีศาจแดงกลับไปด้วย
ต่อให้มันเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของมู่ชิงเหอ แต่มันก็เป็นสหายของนางด้วยเช่นกัน!
ระยะนี้ถวนจื่อพัวพันกับเรื่องนี้มานานมากแล้ว ท้ายที่สุดจึงรู้สึกว่าตัดสายสัมพันธ์กับปีศาจแดงอย่างไรก็ตัดไม่ขาด
แทนที่จะมัวแต่รู้สึกแย่อยู่อย่างนี้ มิสู้จู่โจมก่อนเลยเสียดีกว่า!
ดังนั้นนางจึงฉวยโอกาสที่วันนี้ฉู่หลิวเยว่ไม่อยู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ลอบออกไปพาตัวปีศาจแดงกลับมา
เมื่อเข้าไปในห้องพัก ถวนจื่อก็ปิดประตู แล้วถามเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมาทันที
“ปีศาจแดง เจ้ายกเลิกพันธสัญญากับมู่ชิงเหอเถอะ!”
ปีศาจแดงถึงกับตื่นตะลึง
ความจริงมันเดาความคิดของถวนจื่อออกตั้งนานแล้ว แต่พอได้ยินเข้าจริงๆ ในใจก็อดรู้สึกตื่นตะลึงอยู่หลายส่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเห็นว่าปีศาจแดงเงียบไม่พูดไม่จา ถวนจื่อก็ขยับเข้าไปใกล้ ถามว่า
“เป็นเพราะเขาไม่ยอมปล่อยเจ้าไปใช่หรือเปล่า? เช่นนั้นขากลับข้าจะไปหาเขา!”
ปีศาจแดงส่ายศีรษะ
ถวนจื่อขมวดคิ้ว
“ปีศาจแดง เขาไม่เคยปฏิบัติดีต่อเจ้าเลยสักครั้ง เหตุใดเจ้าต้องอยู่กับเขาต่อด้วย เจ้ากลับมา ก็มาอยู่กับพวกข้า ไหนจะยังมีอาเยว่อีก! นี่มันดีมากเลยไม่ใช่หรือ”
นางรู้สึกว่าการที่ปีศาจแดงอยู่กับมู่ชิงเหอต่อไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่นิดเดียว
หากมันกลับมาได้ มาอยู่กับพวกนางต่อ นั่นต่างหากจึงจะดีที่สุด!
นัยน์ตาของปีศาจแดงทอประกายวาววับ แต่ประกายที่ว่ากลับมอดดับไปอย่างรวดเร็ว
หากทำได้ มันก็ย่อมอยากทำเช่นนั้นอยู่หรอก แต่ว่า…
ปีศาจแดงเงียบนิ่งไปนานทีเดียว หากแต่ในท้ายที่สุดก็ยังส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง
ถวนจื่อมองมันอย่างตกตะลึง
เดิมนางคิดว่าปีศาจแดงต้องตอบรับข้อเสนอของนางเป็นแน่
หากไม่ตอบตกลง ก็ต้องเป็นเพราะเกรงกลัวมู่ชิงเหออย่างแน่นอน
แต่พอมาดูตอนนี้แล้ว…เหมือนกับว่าตัวปีศาจแดงเองต่างหากที่ไม่ยอมทำเช่นนี้?
“เหตุใดกัน”
ถวนจื่อสงสัยนัก
ไม่ใช่ว่ามันอยากติดตามอาเยว่มาโดยตลอดหรอกหรือ
ปีศาจแดงหันศีรษะไปอีกทาง ไม่ยอมพูดอะไร
พอถวนจื่อยื่นศีรษะตามเข้าไปใกล้ ปีศาจแดงก็เบนศีรษะหนี
ถวนจื่อขยับเข้าไปใกล้อีก ปีศาจแดงก็เบนหนีอีก
หลังจากทำเช่นนี้ไปรอบหนึ่งเต็ม ความอดทนของถวนจื่อก็หมดลง
นางพองลมเข้าแก้มจนป่อง
“ถ้าเจ้าไม่อยากทำจริงๆ เช่นนั้นข้าก็ไม่บังคับเจ้า!”
แม้จะไม่เข้าใจอยู่มาก ทว่าในใจถวนจื่อกลับไม่รู้สึกโกรธเคือง
เรื่องที่เกิดขึ้นในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์คราวก่อน ก็เป็นปีศาจแดงที่มาหาตัวนางจนเจอ นางถึงได้รู้
เห็นได้ชัดว่าปีศาจแดงยังคงรู้สึกกับอาเยว่เหมือนแต่ก่อน
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดมันจึงไม่ยอมตอบตกลงว่าจะไปจากมู่ชิงเหอ
แม้ว่ามันเองจะโกรธเคืองตัวมู่ชิงเหออย่างมากล้นก็ตาม
“แต่หลายปีมานี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับพวกเจ้ากันแน่ เจ้าคงบอกเรื่องนี้กับข้าได้กระมัง?”
ถวนจื่อทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งฝั่งตรงกันข้ามกับปีศาจแดง
“แล้วก็ ตอนที่มู่ชิงเหอทรยศอาเยว่ เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้วใช่หรือเปล่าปีศาจแดง?”
ปีศาจแดงรีบส่ายศีรษะหวือสุดแรงเกิดทันที
มันจะไปทำเช่นนั้นกับอาเยว่ได้อย่างไร!
ถวนจื่อจ้องมองมันเขม็ง
“เจ้าเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขา จะมากจะน้อยก็ต้องรู้อยู่บ้างกระมัง?”
ภายในดวงตาของปีศาจแดงทอแววดิ้นรนตะเกียกตะกายออกมา
…
ชีหานยังคงยืนอยู่เฝ้านอกประตู
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นเย็นยะเยือกและเปล่าเปลี่ยวดังเช่นเคย
แววตาของเขาลึกล้ำ รอยแผลเป็นบนดวงหน้าเองก็ยิ่งเพิ่มความเย็นชาให้เขาขึ้นหลายส่วน
ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ปึง!”
เสียงกระแทกประตูดังออกมาจากในห้อง
ชีหานหันศีรษะกลับไป พบว่าเงาร่างสีน้ำฟ้ากลุ่มหนึ่งกำลังบินออกมาอย่างว่องไว
จากนั้น ถวนจื่อเองก็วิ่งออกมายืนอยู่ข้างประตู แล้วแผดเสียงตะโกนดังลั่น
“เจ้าไปเลย! เจ้าไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก! ต่อไปข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว!”
ดวงหน้าเล็กจ้อยของนางแดงก่ำด้วยฤทธิ์โมโห นัยน์ตากลมโตดุจผลองุ่นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสแวววาว
ชีหานขมวดคิ้ว
นี่นาง…ทะเลาะกับปีศาจแดงรึ?