ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2416 เล่นต่อสิ
อู่เย่าหันหลังกลับก็เห็นใบหน้าแสนคุ้นเคย
มุมปากเขากระตุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“โอ้ เสินสื่อลำดับสิบเอ็ด มาได้อย่างใดกัน?”
เขาเพ่งมองออกไปนอกประตูสวรรค์
เวลานี้ยังไม่มีใครขึ้นมา
ประตูสวรรค์เปิดมาแล้วหนึ่งปี ผู้ใดที่สามารถขึ้นมาได้ก็ขึ้นมานานแล้ว ไยพวกเขาจึงต้องรอจนถึงตอนนี้เล่า
ชิวถงจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น
“ข้าต้องถามเจ้าถึงจะถูก เจ้ามาที่นี่ทุกวันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คิดจะทำสิ่งใดงั้นหรือ?”
เขาระวังอู่เย่าคนนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
ไม่ไปฝึกปราณ ทั้งยังไม่ไปแห่งหนใดเลย เหมือนกับว่าจะเฝ้ารออยู่ที่แห่งนี้จนสิ้นชีพ
แรกเริ่ม ชิวถงยังคงกังวลว่าเขาจะทำอะไรบางอย่าง แต่หลังจากสังเกตมาสักพักก็พบว่าอู่เย่าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ
เขาเพียงยืนอยู่ตรงนี้เพื่อมองประตูสวรรค์ทั้งวัน ถึงกระทั่งผ่านมาหลายวันแล้ว
ประตูสวรรค์เป็นเช่นนี้มาเป็นเวลานับหมื่นปี ยังมีอะไรน่าดูอีกหรือ
แม้ชิวถงจะไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่อู่เย่าไม่เคยทำอะไรเกินขอบเขต เขาจึงไม่สามารถตำหนิอู่เย่ามากเกินไปนัก
ทว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
อู่เย่าถูกซักถามเชิงติเตียน และทำหน้าเหมือนไร้ซึ่งความผิด
“ข้า…ข้าเพียงนั่งเหม่อลอย…อยู่ที่นี่ เช่นนี้ก็ไม่ได้หรือ?”
ชิวถงย่นคิ้วเข้าหากัน
เหลือเวลาอีกเพียงสามวัน ประตูสวรรค์ก็จะปิดลงแล้ว คนเช่นอู่เย่าไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว
เขามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อเรื่องนี้
อู่เย่า “…เพียงมองดูอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้”
“งั้นข้าควรยืนห่างออกไปอีกหรือไม่”
สีหน้าของชิวถงเย็นชายิ่งกว่าเดิม
อู่เย่าไม่ใช่คนที่อ่านสีหน้าไม่ออกถึงเพียงนั้น เขาจึงยกมือขึ้นทันที
“ก็ได้ๆ ข้าจะไปแล้ว”
เขาไม่อยากมีปากมีเสียงกับเสินสื่อผู้นี้
ไม่คุ้ม มันไม่คุ้มเลย
เมื่อพูดเช่นนั้น เขาก็ยกขาขึ้นแล้วจากไป
ด้านหลังของเขา มีสายตาของชิวถงจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยความเฉียบคมและเย็นชา
อู่เย่าหัวเราะเยาะในใจ เขาถูกำปั้น และยักไหล่ก่อนจะเดินจากไป
กระทั่งร่างของอู่เย่าเลือนหายไปจากสายตาโดยสมบูรณ์ สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เขามาถึงประตูสวรรค์แล้วเหลือบมองภายนอก
สะพานสีเงินทอดยาวลงมา ซึ่งเหยียดยาวไปจนถึงท้องทะเลอันมืดมิดและลึกลับ
ภายใต้ความคลุมเครือนั้น เหมือนจะได้กลิ่นเลือดจางๆ ที่ฟุ้งกระจายมาตามลม
ชิวถงขมวดคิ้ว
เป็นเวลานานแล้วนับตั้งแต่ที่สีเยี่ยนและจิ่วหลงถูกลงโทษให้เข้าสู่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ครั้งก่อน
ทว่าจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่ได้กลับมา
เสินสื่อลำดับหนึ่งก็ไม่มีความตั้งใจที่จะยอมแพ้
เขาส่ายศีรษะ
…
ภายในห้อง
บนกระดานหมากรุก มีตัวหมากรุกสีดำและสีทองเฉดแดงกำลังประลองกันอย่างดุเดือด
กระดานหมากรุกถูกเติมจนเกือบเต็มทั้งหมดแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจเสียงแผ่ว
รอบนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
กระแสแสงทุกสายและหมากรุกทุกตัวล้วนแฝงไปด้วยพลังที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่นางวางตัวหมากรุกลง ก็จะโดนบีบคอด้วยพลังอันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
จนกระทั่งตอนนี้ การเล่นหมากรุกก็ยังไม่จบลง และพลังในร่างกายนางก็แทบสิ้นแรงแล้ว
เกือบแล้ว…เกือบจะรับมือไม่ไหวแล้ว
แม้กระทั่งมือของนางที่ถือตัวหมากรุกอยู่ก็ยังสั่นเล็กน้อย
ทว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามกลับไม่เอ่ยปาก มีเพียงแววตาอันล้ำลึกที่ยากจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในเวลานี้
ฉู่หลิวเยว่ใคร่ครวญอยู่นาน และในที่สุดก็เลือกตำแหน่งได้ จึงยกมือขึ้นแล้ววางตัวหมากรุกลง
ป๊าบ…ฟิ้ว!
ทันทีที่วางตัวหมากรุกสีทองเฉดแดงลง มันก็ถูกฉีกขาดออกจากกันอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่รอบๆ มัน!
ทันใดนั้น ตัวหมากรุกก็แหลกสลาย เรือนร่างของฉู่หลิวเยว่สะท้าน และเลือดสีแดงสดก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมปาก!
นางใช้มือข้างหนึ่งพยุงโต๊ะเอาไว้ด้วยสีหน้าซีดเผือดอย่างยิ่ง และร่างกายของนางก็สั่นเล็กน้อย
หากไม่เป็นเช่นนี้ นางคงล้มลงไปแล้ว
หรงซิวค่อยๆ กระชับมือที่อยู่ในแขนเสื้อ และบนหลังมือของเขาก็ปรากฏเส้นเลือดสีเขียวออกมาอย่างชัดเจน
จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นมา
ฉู่หลิวเยว่เช็ดรอยเลือดออกจากริมฝีปากของนางอย่างเชื่องช้า และพยายามรวบรวมพลังในร่างกายทั้งหมดมาไว้ที่ปลายนิ้วอย่างสุดความสามารถ!
การเคลื่อนไหวของนางช่างเฉื่อยยิ่งนัก
หากมีผู้อื่นอยู่ที่นี่ในตอนนี้ คงเห็นกันอย่างแน่นอนว่าขณะนี้ฉู่หลิวเยว่ได้มาถึงขีดจำกัดของนางแล้วจริงๆ
แม้กระทั่งมือ นางก็แทบยกไม่ขึ้นแล้ว
ทว่าหรงซิวกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด
เขาเพียงนั่งอยู่ตรงข้ามอย่างเงียบเชียบ และรอคอยด้วยความอดทนยิ่ง
ฉู่หลิวเยว่กัดฟันกรอด ท้ายที่สุดก็วางตัวหมากรุกลงอีกหน
แกร๊ง!
อยู่ๆ ก็มีเสียงฉินดังออกมาจากภายในร่างกายของนาง!
ฉู่หลิวเยว่คิ้วกระตุก จากนั้นก็รู้สึกถึงกระแสคลื่นที่มากจากแหวนเฉียนคุนในมือของนาง!
นั่นคือ…
ศิลาที่ถูกนำกลับมาจากสุสานสังหารเทพยังคงไม่สงบ!
หัวใจของนางสั่นไหวและเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
แป๊ะ
หรงซิวที่อยู่ตรงข้ามวางตัวหมากรุกลงอีกครั้ง!
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียงนั้น รูม่านตาของนางหดตัวลงเล็กน้อง
จุดดำส่วนนั้นแทบจะทำให้นางถูกต้อนให้จนมุมอย่างไร้หนทางถอยกลับ!
เสียงฉินดังขึ้นอีกครั้ง!
ฉู่หลิวเยว่ตระหนักถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน นี่ไม่ใช่เนื้อเพลงฉินสองชุดแรก!
นี่คือ…เนื้อเพลงฉินชุดสุดท้ายต่างหาก!
นางพลันเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองไปที่หรงซิว!
เขาเอ่ยว่า
“มันยังไม่จบ”
…
ณ สุสานสังหารเทพ
ท้องฟ้าหม่นและเมฆดำผสานเข้าด้วยกัน
มีลมแรงพัดผ่านทุ่งหญ้ารกร้าง ทำให้ทรายถูกพัดพาขึ้นมา
ทุกสิ่งทุกอย่างมีหมอกเลือนราง คล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยใยด้าย ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่ ช่างเงียบสงบเหมือนสุสานขนาดใหญ่
หินสลักชื่อหน้าสุสานที่แตกหักอย่างนับไม่ถ้วนล้วนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน เต็มไปด้วยความรกร้างและความเศร้าโศกที่ไม่อาจบรรยายได้
ระหว่างสวรรค์และโลกา มีกำแพงสีดำตั้งอยู่อย่างเงียบสงัด
เวลาผ่านมาเนิ่นนาน ก็มีเสียงคล้ายหัวเราะ แต่ก็ไม่ใช่หัวเราะดังขึ้นมา
“…ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงแล้วหรือ”
ช่างเป็นการรอคอยอันยาวนานเสียจริง