ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2417 บูชา
เสียงฉินดังขึ้นอย่างหนักแน่น ทั้งขรึมขลังและวังเวง!
เสียงดังต่อเนื่องไม่ขาดสายด้วยความเนิบช้าและมั่นคง กระทั่งเกิดทำนองเพลงอันเป็นเอกลักษณ์
…นั่นคือเนื้อเพลงฉินชุดที่สาม!
ขณะนี้ ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายใต้การทำงานร่วมกันของพลังมากมาย เนื้อเพลงฉินที่แตกหักส่วนสุดท้ายซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายของฉู่หลิวเยว่กลับเริ่มผสานกัน!
ทุกเสียงนั้นผ่านเข้าหูของนางอย่างชัดเจนและปกคลุมนางเอาไว้
ดูเหมือนว่าทั่วทั้งห้องจะอึดอัดและตึงเครียดเพราะถูกบีบคั้นด้วยเสียงฉิน!
เลือดทั่วร่างสูบฉีดอย่างรวดเร็วจนแทบเดือดพล่าน!
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก กลืนลมปราณคาวเลือดรุนแรงที่พวยพุ่งระหว่างริมฝีปากและฟัน ก่อนจะเดินหมากรุกต่อไป!
…
มีค่ายกลสีทองระยับห้อมล้อมทั่วทั้งห้อง
ไม่ว่าพลังงานภายในจะผันผวนอย่างไร แต่ก็จะถูกกลืนกินและถูกทำลายจนดับสลายเสียหมดสิ้น
ไม่มีรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย
เช่นนั้นแล้ว ถึงแม้ใกล้เพียงเอื้อมมือ แต่ผู้อื่นที่อยู่ในลานก็ยังไม่รู้ว่าข้างในเกิดสิ่งใดขึ้น
อู่เย่ากลับมายังลาน เหลือบมองมาทางนี้สองสามครั้ง จากนั้นก็เดินไปด้านหลังแล้วเริ่มฝึกกระบวนท่าด้วยตนเอง
หัวซวงซวงผลักประตูให้เปิดออก อสูรปีกทองกระดูกดำพลันบินเข้ามาทันควัน ใต้เท้าของเขามีพยัคฆ์น้อยที่ย่ำผ่านสายลม แล้วกระโดดจนพุ่งเข้าใส่น่องของเขา เขาหัวเราะดังลั่น และอุ้มพยัคฆ์น้อยที่ย่ำผ่านสายลมนั้นขึ้นมา
น้องแปดเอนกายหลับใหลอยู่บนเก้าอี้หวายและเอียงศีรษะเล็กน้อย ข้างๆ นางนั้นเป็นตะกร้ากลีบดอกไม้ ซึ่งมีขวดหยกเล็กๆ อันงดงามจำนวนหนึ่งอยู่ข้างใน
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองนั่งเคียงข้างกันไม่ไกล และในมือถือยาอายุุวัฒนะที่เพิ่งได้รับมาจากเจี่ยนเฟิงฉือ
เขามีปากกาอยู่ในมือ เพื่อขีดร่างบางอย่างไว้บนนั้นเป็นครั้งคราว
ลั่วเฟิงย่างเท้าเข้ามา
“ท่านพี่ตามหาข้าอยู่หรือ?”
เฉินอีพยักหน้า ก่อนจะม้วนแผนที่แผ่นนั้นแล้วยื่นให้
“ทำตามด้านบนนี้เพื่อสร้างแผ่นทราย”
ลั่วเฟิงใช้มือสองข้างรับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ในเวลานี้ เหตุใดท่านพี่อยู่ๆ ถึงอยากสร้างแผ่นทรายขึ้นมาเล่า
เขาพึมพำในใจพร้อมกับกางแผนที่แผ่นนั้นออกมา
เส้นสายมีความซับซ้อนและยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง
ลั่วเฟิงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมองอย่างจดจ่อและรอบคอบ
ทว่าการมองครั้งนี้ กลับเห็นตัวอักษรจำนวนหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เส้นซ้อนทับอันยุ่งเหยิง
หางตาของเขาพลันกระตุก แล้วจึงเงยหน้ามองเฉินอีด้วยความเหลือเชื่อ
“ท่านพี่ นี่คือ…”
“สามารถสร้างได้ภายในสามวันหรือไม่?”
เฉินอีถามเสียงแผ่ว
ลั่วเฟิงกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก
ไยท่านพี่จึงมีท่าทีเย็นชาเช่นนี้
เขาจะรู้หรือไม่ว่านี่คือ…
ราวกับรับรู้ถึงสายตาของเขา เฉินอีเบิกตาขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงมองกลับมา
ขณะนี้ หัวใจของลั่วเฟิงสั่นสะท้านอย่างหนักหน่วง
จากนั้น เขาก็ก้มลงไปมองอีกหน
แผนที่นี้เป็นแผนที่ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็นมา ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าได้!
แท้จริงแล้วที่ท่านพี่ไม่ออกไปไหนในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพราะกำลังยุ่งอยู่กับสิ่งนี้งั้นหรือ
เขารู้สึกคอแห้งผากและหัวใจเต้นระรัว ดูเหมือนว่าเขาพอจะคาดเดาแผนการของเฉินอีได้บ้างแล้ว
หากแต่เขาไม่ได้เอ่ยถาม
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เก็บสิ่งนั้นลงอย่างเคร่งขรึม แล้วจึงพยักหน้า
“ได้”
…
ณ ภูเขาเฟิ่งหมิง
ถวนจื่อนั่งอยู่บนยอดเขาโดยลำพัง มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนมืออีกข้างใช้สัมผัสเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าอย่างแผ่วเบาด้วยความเบื่อหน่าย
“หนึ่ง สอง สาม…หก เจ็ด!”
มีใบไม้ทั้งหมดเจ็ดใบ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะภูเขาเฟิ่งหมิงนั้นเต็มไปด้วยพลังงานอันอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่งหรือไม่ เมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ถึงได้เติบโตรวดเร็วเป็นพิเศษตั้งแต่มายังที่แห่งนี้
เวลายังผ่านไปไม่นานนักก็เติบโตมาถึงขนาดนี้แล้ว
“นี่ เจ้าคิดว่า เจ้าจะงอกใบที่แปดออกมาก่อน หรือข้าจะเปิดเส้นชีพจรที่แปดได้ก่อน…”
ถวนจื่อถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ไม่มีผู้ใดตอบ
ลมพัดมาอ่อนๆ และใบไม้เขียวขจีก็พลิ้วไหวไปตามนั้น
ถวนจื่อถอนหายใจ แล้วจึงอัญเชิญขนนกทองคำบรรพบุรุษออกมาอีกครั้ง
มือป้อมๆ ของนางประคองขนนกสีทองแดงอย่างระมัดระวัง
ถวนจื่อพอจะคาดเดาออกว่าคงต้องรอจนกว่าตนเองจะเปิดเส้นชีพจรที่เก้าเสียก่อนถึงจะทำเช่นนั้นได้
นางถือขนนกทองคำบรรพบุรุษเอาไว้ และเพ่งมองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง
ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
นางรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในใจจึงรีบคว้าเก็บขนนกทองคำบรรพบุรุษ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและมองไปยังผู้ที่มา
แต่เมื่อเห็นว่าบุคคลผู้นั้นคือโหมวเจิน นางก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
โหมวเจินมองดูถวนจื่อ และรู้สึกทึ่งในใจ
เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าถวนจื่อถูกส่งมาที่นี่เพื่อฝึกปราณ หากแต่ไม่รู้ว่านางมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้
ลมปราณของนางที่แสดงออกมานั้น ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งกว่าตอนแรกเห็นมากถึงเพียงใดแล้ว
“ท่านปู่โหมวเจิน”
เสียงใสของถวนจื่อตะโกนดังลั่น
นางรู้ว่าโหมวเจินอยู่ที่ภูเขาเฟิ่งหมิงเป็นเวลามากกว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่เป็นเพราะเขาเพียงแค่เดินไปเดินมาอยู่ละแวกใกล้ๆ และไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขา ทั้งสองจึงไม่ได้พบเจอกันเลย
วันนี้ถือเป็นการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ
เสียงเพรียกตะโกนนี้ทำให้หัวใจของโหมวเจินเบิกบานนัก
แม้ถวนจื่อจะมาจากตระกูลหงส์ทองคำ แต่ท่าทีที่น่ารักและนุ่มนวลของนางมีพลังทำลายล้างมากเกินไปจริงๆ
โหมวเจินเคยถูกเด็กน้อยเช่นนี้เรียกว่าท่านปู่ที่ไหนมาก่อนนะ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจก็แทบหลอมละลายลงทันที รวมถึงสีหน้าของเขาที่ดูอ่อนโยนและเป็นมิตรมากขึ้น
“เฮ้ เฮ้! เจ้าหนูถวนจื่อ!”
โหมวเจินตอบรับพร้อมกับยิ้มกว้าง
ถวนจื่อถามด้วยความประหลาดใจ
“ท่านปู่โหมวเจิน ท่านมาทำอันใดที่นี่หรือ?”
ครั้นเอ่ยถึงเรื่องนี้ สีหน้าของโหมวเจินก็หม่นหมองลงเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงถอนหายใจออกมาเสียงแผ่ว
“มาบูชาบรรพบุรุษ”
ถวนจื่อนิ่งไปชั่วขณะ หลังจากกลับมามีสติ นางก็ดูตื่นตะลึง
“บรรพบุรุษงั้นหรือ?”
แต่ที่นี่คือภูเขาเฟิ่งหมิงนะ!