ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2470 ไปดู
ตอนที่ 2470 ไปดู
……………
หนานจิ่นซูบังเกิดความกระวนกระวายใจขึ้นมาหลายส่วนโดยไม่รู้ตัว
มิรู้ว่าเป็นเพราะไอเย็นเยียบชวนกดดันรอบกายชีหานหรือเป็นเพราะอย่างอื่นกันแน่
ทว่าชีหานกลับเบนสายตาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปเริ่มฝึกตนต่อ
กระแสพลังที่อยู่โดยรอบโถมเข้าสู่ภายในร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
หนานจิ่นซูลอบคิดว่าปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเองนั้นออกจะเกินไปหน่อย
คนที่ไม่มีแม้กระทั่งตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์จะไปเป็นภัยคุกคามอันใดได้?
เขาสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มตั้งสมาธิจดจ่อกับตัวเองอีกครา
จากนั้น เขาก็เริ่มเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ทลายเทพ
พลังปราณศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างพลุ่งพล่านอย่างว่องไว มุ่งหน้ารวมตัวสู่ตำแหน่งตันเถียน
หัวใจของหนานจิ่นซูเต้นกระตุกอย่างรุนแรง
เขารู้ดีแก่ใจว่า จะสำเร็จหรือล้มเหลว… ตัดสินที่ขั้นตอนนี้!
จวินจิ่วชิงขึ้นสวรรค์ทลายเทพแล้วเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นมหาปุโรหิต
ขอเพียงเขาทำได้สำเร็จ ตำแหน่งปุโรหิตลำดับที่สองก็จะเป็นของเขา!
“ฤกษ์งามยามดีเช่นนี้ ปุโรหิตลำดับที่สองไม่ออกมาดูหน่อยหรือ”
จู่ๆ เสินจู่ก็เอ่ยปากขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้น คนจำนวนมากภายในตำหนักต่างก็หันมองไปยังทิศทางนั้นเป็นตาเดียว
กระจกทองสัมฤทธิ์บานหนึ่งพลันปรากฏขึ้น!
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองในท้ายที่สุด
หลานเซียวเองก็ถูกจับขังอยู่ภายในกรงขังสักแห่งหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับตู๋กูโมเป่าไม่มีผิด
ทว่าคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วร่างของเขากลับแยกออกได้อย่างชัดเจน
คราบเลือดนั้นกลายเป็นสีแดงเข้มเรียบร้อยแล้ว ดูราวกับเป็นร่องรอยที่หลงเหลือจากอาการบาดเจ็บครั้งก่อน
ใจของฉู่หลิวเยว่พลันบีบรัดแน่น
นี่ยังเป็นตัวพิสูจน์ว่า ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา หลานเซียวก็อยู่ที่นั่นมาโดยตลอด แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่ได้ผลัดใหม่เลยสักครั้ง
เขานั้นใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์และการวางตัวของตนเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ทว่าในตอนนี้ เสื้อผ้าของเขากลับขาดวิ่น ทั้งเนื้อทั้งตัวสกปรกมอมแมมยิ่ง
สำหรับหลานเซียวแล้ว นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอับอายขายขี้หน้าอย่างรุนแรงมากกว่าบทลงโทษใดๆ เสียอีก
ในตอนนั้นเอง หลานเซียวก็เหลือบตาขึ้นกวาดมองมา
ครรลองสายตาของเขากวาดมองผ่านฉู่หลิวเยว่ ก่อนจะหยุดจ้องเพียงชั่วครู่ ดวงหน้าหล่อเหลาชวนมองอ่อนลงหลายส่วน ในก้นบึ้งของแววตากลับค่อยๆ ปรากฏคลื่นอารมณ์กระเพื่อมไหว
มาแล้วสินะ…
ริมฝีปากของฉู่หลิวเยว่เม้มเข้าหากันน้อยๆ
จากนั้น หลานเซียวก็เบนสายตาหันไปมองทางหนานจิ่นซู
สีหน้าของเขากลับมาเฉื่อยชาติดจะโอหัง ทั้งยังเฉยเมยมิสนใจสิ่งใด
“เจ้าเรียกข้าออกมา ก็เพื่อให้มาดูเจ้าสิ่งนี้น่ะหรือ”
ในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแววเหยียดหยามเย้ยหยัน
หนานจิ่นซูพลันรู้สึกราวกับถูกคนตบเข้ากลางใบหน้าฉาดหนึ่งเต็มแรงเข้าอย่างจัง
เทียบกับจวินจิ่วชิงเมื่อครู่แล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ยิ่งทำให้รู้สึกย่ำแย่ขึ้นไปอีก
เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะรวบรวมพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดพุ่งโจมตีหยวนตันภายในตำแหน่งตันเถียนอย่างรุนแรง!
ยิ่งอีกฝ่ายดูแคลนเขามากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากพิสูจน์ให้พวกเขาทุกคนได้เห็นว่า… เขาเองก็มีฝีมือไม่เลวเช่นกัน!
ตูม!
ภายในความรู้สึกอันเลือนราง หนานจิ่นซูรู้สึกราวกับว่าตัวเองสัมผัสโดนม่านกั้นไร้รูปร่างเข้า
ในใจของเขาลิงโลดยิ่ง ในตอนที่กำลังจะไปต่อนั่นเอง จู่ๆ กลับพบว่าพลังที่อยู่รอบตัวมิอาจจะหลอมควบรวมเข้าหากันได้!
เขาหันศีรษะกลับมามองอย่างตื่นตกใจ ก่อนจะพบว่าพลังเหล่านั้นถูกชีหานที่อยู่ข้างกันบังคับแย่งชิงไปจนหมดสิ้น!
ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนใกล้กันมาก การที่ชีหานทำเช่นนี้จึงส่งผลกระทบต่อเขามากที่สุด
ครั้นหยุดชะงักไปเพียงพริบตา พลังปราณศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างของเขาพลันสูญเสียการควบคุม ก่อนจะแล่นปราดไปทั่วรยางค์และกระดูกอย่างบ้าคลั่ง!
ครืน…
หนานจิ่นซูได้ยินเสียงพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ในร่างของตนพังทลายอย่างรุนแรงได้ชัดเจน
เขาตื่นตกใจอย่างยิ่งยวด ทว่ายังไม่ทันจะได้ตอบสนองดี พลันรู้สึกอึดอัดในช่วงอกขึ้นมาทันควัน
“อุ่ก…”
เขาพลันกระอักเลือดออกมา จากนั้นก็ล้มลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือด
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้น!
เริ่มแรกบรรดาฝูงชนต่างรอดูหนานจิ่นซูขึ้นสวรรค์ทลายเทพใจจดใจจ่อ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเขาไม่เพียงแต่ทำไม่สำเร็จ ยังเกิดปัญหาขึ้นมาด้วย
หรงซิวสีหน้านิ่งเรียบไม่ไหวติง อวี๋มั่วที่อยู่ข้างกันนั้นรีบรุดหน้าขึ้นไปลากหนานจิ่นซูที่หมดสติไปแล้วออกมา
ครั้นเห็นดังนั้น ก็มีใครคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ในท้ายที่สุด
“ท่านเทพ เมื่อครู่ชีหานตั้งใจลงมือ เป็นเหตุให้หนานจิ่นซูทลายเทพล้มเหลว สมควรโดนโทษหนักกระมัง?”
ทันทีที่เอ่ยคำพูดนี้ออกไป ภายในตำหนักพลันเงียบกริบ
บรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนฉลาดเฉลียว จะมากน้อยอย่างใดก็พอดูออกกันทั้งสิ้น
ชีหานนั้นมีเจตนาลงมืออย่างเห็นได้ชัด!
นัยน์ตาหงส์ของหรงซิวพลันฉายแววเย็นยะเยือก
“หนานจิ่นซูความสามารถอ่อนด้อย ย่อมมิอาจจารึกลงบันทึกหมื่นเซียนได้”
“ท่านเทพกล่าวถูกต้องทุกอย่าง หากความสามารถของเขาแกร่งพอ เหตุใดจะรับมือการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ นี้ไม่ได้? จะว่าไป ชีหานเองก็กำลังจดจ่ออยู่กับการบำเพ็ญเพียร พูดได้ไม่เต็มปากว่ามีเจตนาร้าย หรือว่าที่หนานจิ่นซูไม่มีปัญญาขึ้นสวรรค์ทลายเทพ ยังต้องโทษที่ผู้อื่นแข็งแกร่งกว่างั้นหรือ?”
เขาพิงศีรษะเข้ากับกำแพงอย่างเกียจคร้าน
“นี่น่ะหรือปุโรหิตลำดับที่สองที่เจ้าเลือกมา? ช่างน่าผิดหวังเสียจริง”
คำพูดนี้ย่อมมุ่งเป้าไปหาเสินจู่
คนจำนวนมากต่างหายใจติดขัดขึ้นมาทันควัน
ทว่า ในตอนที่พวกเขาคิดว่าเสินจู่ต้องมีโทสะเพราะเหตุนี้แล้วนั่นเอง กลับได้ยินเสียงหัวเราะลอยแว่วมาแผ่วเบา
“เขาย่อมเทียบเจ้าไม่ติด น่าเสียดาย เจ้าทรยศตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว น่าเสียดายจริงๆ”
หลานเซียวหลับตาราวกับคร้านจะต่อปากต่อคำ
ฉู่หลิวเยว่จึงเบนสายตากลับไป
…
“ไม่เหลือแล้ว?”
อวี้เชียนขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“เจ้าหาจนทั่วแล้วหรือ? สักนิดก็ไม่มีเลยจริงๆ หรือ?”
เสินสื่อลำดับสิบสาม ชางไป๋เผยสีหน้าจนปัญญา
“เสินสื่อลำดับสอง ข้าตามหาทั่วทุกที่แล้ว จริงๆ… ท่านก็ทราบดีว่าจะคงสภาพเปลวเพลิงให้แผดเผาต่อไปได้ นับว่าต้องสิ้นเปลืองไปมหาศาลโดยแท้ คลังที่เก็บเอาไว้ก่อนหน้าก็ใช้จนหมดแล้ว”
“อี้เจาล่ะ?”
“เขา… พลังแห่งสายเลือดภายในร่างของเขาก็ใช้จนหมดแล้ว…”
“จะเป็นไปได้อย่างใด?”
สีหน้าของอวี้เชียนเย็นเยียบขึ้นมาทันควัน
“เขาเป็นถึงประมุข ต่อให้พลังแห่งสายเลือดจะไม่บริสุทธิ์เช่นแต่ก่อน ก็ไม่มีทางที่จะไม่เหลือพลังเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็สาวเท้าก้าวไปด้านหน้า
“ข้าจะไปดูที่สระอัสนีบาตเอง!”