ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2478 หนี้ของข้า สมควรชดใช้คืนได้แล้ว
ตอนที่ 2478 หนี้ของข้า สมควรชดใช้คืนได้แล้ว
……………
ตู้ม!
ลำแสงหนึ่งพุ่งตรงผ่านประตูแดนสวรรค์เข้ามาด้วยความรวดเร็ว มันเข้ามาหยุดที่กลางอากาศเหนือหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นอย่างไม่ลังเล
แม่นางสิบเอ็ดเงยหน้าขึ้นไปมอง จากนั้นก็ใช้มือหนึ่งคว้าเอาไว้ ของสิ่งนั้นตกลงที่กลางฝ่ามือของนาง
นั่นคือหนึ่งในสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่!
นางรวบรวมสมบัติศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นเข้าทันที จากนั้นก็อัญเชิญลำแสงและลอยเข้าไปรวมกับโล่ผสานนภา!
แม่นางสิบสองที่อยู่ตรงข้ามก็ไม่ได้ว่างเช่นกัน นางรับสมบัติศักดิ์สิทธิ์จากฉู่หลิวเยว่มาผสานกันอย่างต่อเนื่อง!
ผู้คนรอบข้างที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกตกตะลึงมาก
“…ดังนั้นเสียงของนางเมื่อครู่นี้เป็นการเรียกสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ”
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีคนส่งเสียงพึมพำออกมา
นี่มัน…
มีพลังแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
นางต้องการผสานพลังโล่ผสานนภาให้กลับเข้าไปในหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นอย่างนั้นหรือ
ดังนั้นนางจึงเปิดประตูแดนสวรรค์…ขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่เสียดาย!
ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจ จากนั้นลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามาจากด้านนอกประตูแดนสวรรค์!
ตอนนั้นโล่ผสานนภาถูกปกคลุมด้วยแสงสว่างจ้า
ฉู่หลิวเยว่หยิบหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ออกมา
นางหลุบสายตาลงต่ำ จากนั้นจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตบที่ด้านบนนั้นเบาๆ
นี่คือสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นแรกของนาง
ตอนนั้นจื่อเฉินยังถูกปิดผนึกอยู่ภายในนี้
นางสามารถมองเห็นเงาร่างของหรงซิวได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองคนสบสายตากัน
เพียงเท่านั้นก็ดีกว่าคำพูดนับพันนับหมื่น
ริมฝีปากของนางยกยิ้มขึ้นเบาๆ จากนั้นก็หันไปมองทางจื่อเฉิน
จื่อเฉินเชื่อมต่อจิตกับนาง ในเวลาที่นางหันกลับไปมอง เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองพอดี
ตอนนั้นริมฝีปากบางของเขาเม้มขึ้นเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเบาๆ
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกเป็นรอยยิ้มลึก
เพื่อส่งหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์มาให้นาง คนผู้นั้น…ต้องลำบากมากทีเดียว
ตอนนั้นนางเคยถามจื่อเฉินแล้วว่าใครจับเขาใส่หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์แล้วปิดผนึก
แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอันใดออกมาสักคำ
เพราะเขาไม่สามารถจดจำใบหน้าของอีกฝ่ายได้เลย
แต่ตอนนี้…
นับว่านางรู้แล้ว
หากคนนั้นแข็งแกร่งที่สุดในโลก การปิดผนึกอินทรีสามตาตัวหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นก็ทำให้ความทรงจำของเขาสับสน นี่จะต้องเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยและง่ายดายสำหรับเขาแน่นอน
เขาปกปิดความทรงจำด้วยความระมัดระวังทุกฝีก้าว
เขาเตรียมเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน หรืออาจจะนานกว่านั้น?
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เดิมทีเขาไม่ได้วางแผนให้นางเพียงชาตินี้เท่านั้น
ในตอนนั้นเองหรงซิวก็ยกมือขึ้น
ง้าวว่านเฟิงปรากฏตัวขึ้นมา!
พรึ่บ!
เสียงนั้นดังขึ้น ลำแสงก็พุ่งตรงออกมาแล้วผสานกับโล่ผสานนภา!
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฉู่หลิวเยว่ก็ใช้กลางฝ่ามือผลักออกไป!
พรึ่บ!
หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียงออกมา! ลำแสงสว่างเจิดจ้า!
ตอนนั้นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดก็ได้กลับคืนสู่ถิ่นแล้ว!
บนโล่ผสานนภามีลำแสงปกคลุม
ลวดลายเหล่านั้นซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อหันมองไปก็ทำให้ผู้คนรู้สึกตาลายเวียนหัว
“พวกเจ้าถอยออกไป”
ฉู่หลิวเยว่พูดเสียงเรียบ
แม่นางสิบเอ็ดกับแม่นางสิบสองได้ยินดังนั้นจึงรีบถอยออกมาในทันที
ในขณะนั้นเปลวเพลิงสีทองแดงเข้มยังคงลุกโชนอย่างร้อนแรง แผ่ล้อมรอบหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
โล่ผสานนภาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เหลือระยะห่างเพียงคืบหนึ่งเท่านั้น
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ มันดูเหมือนยิ่งร้อนระอุขึ้นเช่นเดียวกัน
บางครั้งประกายเพลิงก็สาดกระทบ เหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางราตรีอันมืดมิด
ทั้งสองสีตัดสลับกัน แทบจะทำให้ผู้คนดวงตาพร่ามัว
ฉู่หลิวเยว่สาวเท้าขึ้นไปหนึ่งก้าว
จากนั้นนางก็เดินมาอยู่ตำแหน่งตรงกลางของหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
โล่ผสานนภาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของนาง
จากนั้นนางก็กระทืบลงไป!
ตึง!
โล่ผสานนภาจมลงไปในทันที!
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาด นางคิดว่าอีกฝ่ายจะแย่งชิงโล่ผสานนภาของนาง ดังนั้นไม่ว่าอย่างใดนางจึงไม่ยอมปล่อยมือ
แต่ตอนนี้…
นางกลับนำโล่ผสานนภามาส่งที่หยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะว่า…เดิมทีหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็เป็นของนางอยู่แล้ว!
ในตอนนั้นแรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกจากใต้ฝ่าเท้าของนาง!
…
ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักหลักก็เห็นภาพเหตุการณ์เหล่านี้
เสียงของเสินจู่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ท่านเทพช่วยนางอย่างนั้นหรือ”
หรงซิวมีสีหน้าราบเรียบ
“เดิมทีง้าวว่านเฟิงก็เป็นการยืมพลังจากหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมาหลอมอยู่แล้ว ตอนนี้ในเมื่อโล่ผสานนภากลับมาแล้ว ถ้าเช่นนั้น ของชิ้นนี้ก็ควรจะต้องคืนกลับไป”
เสินจู่หัวเราะขึ้นอย่างกะทันหัน
“ต่อให้พูดเช่นนั้น แต่ในตอนแรกหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็ไม่ได้เสียหายอันใด หากท่านเทพไม่ได้ให้ถังเคอลงมือ ถ้าอย่างนั้นโล่ผสานนภาก็ไม่มีทางถูกแบ่งออกไปได้…”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก
แม้กระทั่งซูหลีก็มองไปทางถังเคออย่างไม่สามารถปิดบังความตกใจได้
ถังเคอถูปลายจมูกตัวเอง
ความจริงแล้วท่านเทพเป็นคนตัดแบ่งโล่ผสานนภาออกมาจากหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นด้วยตัวเอง เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดเลย
เพียงแต่ว่า…เขาเป็นคนทำในขั้นตอนต่อไปเท่านั้น…
แต่พลังของโล่ผสานนภานั้นกลับทำให้ผู้คนตกใจจริงๆ และเป็นผลทำให้เขากับซูหลีเสียชีวิตทั้งคู่
ยังดีที่เขาสามารถรักษาดวงวิญญาณได้ ในที่สุดจึงสามารถรักษาชีวิตเสี้ยวสุดท้ายเอาไว้ได้
หรงซิวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มริมฝีปากบางขึ้นอย่างเย็นชา
“หากตอนนั้นไม่ได้เอาโล่ผสานนภาออกไป เพื่อลดพลังของหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น เกรงว่าเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ก็คงลุกโชนอยู่จนถึงปัจจุบัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น สุดท้ายเสินจู่ก็ไม่ได้พูดอันใดออกมา
พวกเขารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเห็นแก่ตัว หรือว่ามีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง
เพียงแต่…ทุกคนได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นพวกเขาจึงเงียบเสียงเอาไว้
หากมาพูดในตอนนี้มันก็ไม่มีความหมายอันใดแล้ว
หรงซิวหันไปมองทางด้านหน้า ดวงตาหงส์มีประกายดำมืด
ตอนนี้โล่ผสานนภาได้ผสานรวมกับหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นไปแล้ว!
เงาร่างสายนั้นยืนตระหง่านอยู่ด้านบน
รูปร่างเพียวระหง ชายกระโปรงโบกสะบัด
เดิมทีไหล่ของนางตรงและบางอย่างเห็นได้ชัด
แต่ต่อมาฝีเท้าของนางก็ขยับเล็กน้อย พร้อมหมุนตัวกลับมา
รอบข้างเต็มไปด้วยประกายเพลิงลุกโชน เปลวเพลิงสีทองคำชาดเริงระบำเหมือนเหล่ามาร
ฉู่หลิวเยว่หันไปมองทางด้านหน้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
จากนั้นมุมปากของนางก็ยกขึ้น
พรึ่บ!
กระบี่สีทองและดำประสานกันปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของนางอย่างกะทันหัน!
เมื่อนางยกกระบี่ขึ้นสูง ลำแสงก็สว่างเจิดจ้า
เมื่อกระบี่ฟันลง ลมพัดขึ้น!
ตู้ม!
กลุ่มไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกไหม้บนเสาหยกขาว!
ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ เปลวเพลิงในตอนนี้มีสีทองคำชาดเข้มข้น เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ!
วินาทีต่อมาปราณกระบี่ที่น่าหวาดกลัวก็มีพลังจากเปลวไฟอัสนีบาตกวาดออกมา!
เปรี้ยง!
เสียงนั้นน่าเกรงขาม และดังก้องไปทั่วพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์!
“หนี้ของข้า เจ้าสมควรชดใข้คืนได้แล้ว!”