ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2479 สังหาร
ตอนที่ 2479 สังหาร
……………
กระบี่ฟันลงมาเหมือนกับอัสนีบาต!
เปลวเพลิงรุนแรงลมพายุบ้าคลั่ง ปราณกระบี่พวยพุ่งตามมา พร้อมโจมตีเข้าไปที่ตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
ทันใดนั้นบริเวณพื้นมีรอยกระบี่ปรากฏขึ้นมา
เศษก้อนหินและฝุ่นผงกระจายออกไปทั่ว!
มู่ชิงเห่อหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะพุ่งตัวขึ้นและฟาดกระบี่ปักลงบนพื้น!”
ตู้ม!
พลังที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันรุนแรงมาก ระลอกคลื่นระเบิดกระจายออกมาทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง!
ร่างกายของมู่ชิงเห่อสั่นสะท้าน เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น พร้อมใช้กระบี่ยันร่างของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะกระอักเลือดออกมา
เลือดสีแดงกระจายเต็มหลังฝ่ามือและด้านกระบี่ กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่กระจายออกมา
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นั้น ทุกคนพลันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง
ในฐานะที่มู่ชิงเห่อเป็นเสินสื่อสำดับที่หนึ่ง และเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเสินสื่อ คาดไม่ถึงว่าเขาจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีของฉู่หลิวเยว่ได้!
ฝีมือของนางในตอนนี้อยู่ในระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ!
อวี้เชียนยืนอยู่ไม่ห่างจากมู่ชิงเห่อ แต่เมื่อเขาเห็นเหตุการณ์ดังนั้นหัวใจก็กระตุกขึ้นอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างแข็งค้าง
หากกระบี่นี้ตกลงที่ร่างกายของเขา…เกรงว่าคงจะอนาถกว่ามู่ชิงเห่อเป็นแน่!
ทันใดนั้นเขาก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นไปมองบันทึกหมื่นเซียน จากนั้นก็ต้องชะงักไป
คาดไม่ถึงว่า…บนนั้นจะไม่มีชื่อของนาง?
บันทึกหมื่นเซียนส่องสว่าง นอกจากเซียวหรานและคนอื่นๆ แล้ว ชื่อของกลุ่มชีหานและคนอื่นๆ ก็ปรากฏอยู่ด้านบนหมดแล้ว
แต่กลับ…ไม่มีชื่อของนาง!
เป็นไปได้อย่างใด
อวี้เชียนจ้องไปทางบันทึกหมื่นเซียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ด้านบนนั้นไม่มีร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับฉู่หลิวเยว่จริงๆ
แต่ตอนนั้นน้ำเสียงแห้งผากและทุ้มต่ำก็ปรากฏขึ้นภายในตำหนักหลัก
“ซั่งกวนเยว่ก่อความวุ่นวาย ส่อเจตนาร้าย ทุกคนภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์สังหารนางซะ!”
“เสินสื่อทุกคนฟังคำสั่งให้ดี…ตัดกำลังรบของนาง แล้วสังหารนางซะ!”
เห็นได้ชัดว่าคำสั่งนี้ถ่ายทอดให้แก่มู่ชิงเห่อและคนอื่นๆ
“ขอรับ!”
ทุกคนรับคำสั่ง วินาทีต่อมาพวกเขาก็พุ่งตัวออกจากตำหนักหลัก!
ทันใดนั้นก็เกิดการต่อสู้บนฟากฟ้าขึ้นทันที!
ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขารู้สึกสงสัยและไม่ปลอดภัย แต่เมื่อมีคำสั่งของเสินจู่ พวกเขาก็จำเป็นต้องทำตาม
หลังจากอวี้เชียนรับคำสั่งนี้ เขาก็พุ่งตัวไปที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ลังเล!
ที่แห่งนี้คือพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นฐานที่มั่นของเขา
ต่อให้ฉู่หลิวเยว่จะมีความสามารถ แต่หากต้องการจะเอาชนะภายในสถานที่แห่งนี้ มันอาจเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องอื่น เพียงแค่อสูรศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาต่อกรได้ยากแล้ว…
ในขณะที่อวี้เชียนกำลังคิดเช่นนั้น เงาร่างของเขาก็ชะงักไป เมื่อเขาหันไปมองภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ไกล เขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้น
บนยอดเขาแห่งนั้น มีชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่
“หัวซวงซวง?”
อวี้เชียนเคยพูดคุยกับหัวซวงซวงมาก่อน และเขารู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายนัก
คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมารออยู่ตรงนี้นานแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขามาถึง หัวซวงซวงก็หัวเราะเสียงดัง
“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว”
อวี้เชียนยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา
“เหตุใด รอมาแย่งภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์หรือ”
หัวซวงซวงเลิกคิ้วขึ้น
“เดิมทีนี่คือบ้านของนายท่านข้าอยู่แล้ว ตอนนี้แค่กลับมาเท่านั้น แล้วจะพูดว่า ‘แย่ง’ ได้อย่างใด”
หัวใจของอวี้เชียนเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ความจริงแล้วพวกเขาก็สามารถคาดเดาถึงสถานะฉู่หลิวเยว่ได้อย่างเลือนราง แต่คำพูดของหัวซวงซวงในตอนนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากกว่าเดิม
สงครามครั้งนี้คือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!
อวี้เชียนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
“สัตว์อสูรทุกตัวจงฟังคำสั่ง! สังหารหัวซวงซวงเดี๋ยวนี้!”
ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง สัตว์อสูรทุกตัวบนภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ก็มารวมตัวกันที่ยอดเขาอย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้าหม่นแสง กอปรกับต้นไม้ในป่าหนาทึบ มองเห็นเพียงแค่เงาดำเลือนรางเท่านั้น
ปราณอันโหดเหี้ยมขยับเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว
หัวซวงซวงกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขายืนอยู่ที่เดิมอย่างนิ่งเฉย
พยัคฆ์เหินลมตัวเล็กตัวนั้นกำลังเกาะอยู่ที่แผ่นหลังของเขา พร้อมจ้องมองไปทางอวี้เชียนด้วยความตื่นตระหนกและโหดเหี้ยม ในลำคอของเขาก็ส่งเสียงคำรามน่าเกรงขาม
บนไหล่ของหัวซวงซวงมีอสูรปีกทองกระดูกดำเกาะอยู่
เพราะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงทำให้ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือน!
ฟิ้ว!
เสือดาวสุวรรณเมฆาตัวหนึ่งปรากฏตัวอยู่บนยอดเขาเป็นตัวแรก
อวี้เชียนเหลือบสายตามองจากที่สูง รอยยิ้มเย็นยะเยือก เขารอคอยให้สัตว์อสูรขย้ำหัวซวงซวง
เพราะเสือดาวสุวรรณเมฆาตัวนั้นไม่ได้เข้าทำร้ายหัวซวงซวง แต่กลับยืนอยู่ที่ด้านข้างของเขา พร้อมก้มศีรษะให้อย่างเชื่อฟัง!
รูม่านตาของอวี้เชียนหดเล็กลง
ความรู้สึกไม่สบายใจพวยพุ่งขึ้นมา
จากนั้นสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น
ทีท่าของพวกมันนั้นเหมือนกับเสือดาวสุวรรณเมฆาไม่มีผิด!
“เจ้า…”
อวี้เชียนกำลังจะพูดขึ้น หัวซวงซวงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย
“บุญคุณต้องตอบแทน ความแค้นต้องชำระ!”
ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าสัตว์อสูรก็คำรามพร้อมกัน จากนั้นก็พุ่งตรงเข้าหาอวี้เชียนด้วยความเร็วสูง!
อสูรปีกทองกระดูกดำตัวนั้นบินโฉบเข้าหาอวี้เชียน!
อวี้เชียนคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ “เจ้ากล้าหรือ!”
ปกติแล้วคำพูดที่แฝงด้วยแรงกดดันสามารถใช้ได้อยู่เสมอ แต่ว่าตอนนี้อสูรศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
อสูรศักดิ์สิทธิ์ในที่แห่งนี้มีจำนวนมากนับร้อยตัว ตอนนี้มันกำลังพุ่งเข้าโจมตีอวี้เชียน ชั่วพริบตาเดียวมันก็ล้อมตัวเขาไว้ทั้งหมดแล้ว!
“โฮก!”
หัวซวงซวงลูบหัวพยัคฆ์เหินลมที่อยู่บนไหล่เบาๆ จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า
“เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องไปร่วมสนุกด้วยหรอก ดูพวกเขาช่วยเจ้าแก้แค้นก็พอแล้ว”
พยัคฆ์เหินลมถึงได้กลับมาเกาะอยู่บนไหล่อย่างเชื่อฟังอีกครั้ง แต่แววตาของมันยังจ้องไปทางนั้นตาเขม็ง เหมือนว่ากลัวจะพลาดภาพเหตุการณ์สำคัญ
ในฐานะเสินสื่อสำดับที่สอง ไม่ต้องสงสัยในฝีมือของอวี้เชียนเลย
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถูกส่งมาดูแลภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
แต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นอสูรศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อยู่ในสายตาเลย ทั้งตบตีดุด่าสังหาร เขาทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเอง
อสูรศักดิ์สิทธิ์ทุกตัวจึงโกรธแค้นเขามานาน วันนี้ถึงเวลาล้างแค้นแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย!
หากพวกมันมีแค่ตัวสองตัวก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอวี้เชียนแน่นอน
แต่ตอนนี้มีสัตว์อสูรนับร้อยต่างรุมเข้ามา และต้องการสังหารเขาอย่างไม่สนใจชีวิตตัวเอง แล้วเขาจะต่อกรได้อย่างใด
ร่างของอวี้เชียนถูกล้อมเอาไว้จนมองไม่เห็นตัวของเขาเลยด้วยซ้ำ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม
หัวซวงซวงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วหันมองไปทางบันทึกหมื่นเซียน
ชื่อของเขาปรากฏอยู่ด้านบนแล้ว
“เดิมทีนี่ก็เป็นการยึดบ้านคนอื่น แย่งชิงสิ่งของของคนอื่น นั่นก็ถือว่าเป็นการทำตัวเอง”
เขาหัวเราะเยาะเสียงเบา
…
การต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มต้นขึ้นทุกหย่อมหญ้าของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
ในที่สุดตอนนี้ซานซานก็พาคนอื่นๆ มาถึงประตูแดนสวรรค์แล้ว
เขาเห็นว่าอู่เหยากำลังเฝ้าประตูแดนสวรรค์อยู่ ดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปหา
“เฮ้! น้องห้า! พวกเราไม่ได้มาช้าไปใช่หรือไม่”
อู่เหยาหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็เดินเข้ามาหา จากนั้นก็ยกชิวถงขึ้นมาและเตรียมจะเหวี่ยงทิ้ง
“ไม่สายหรอก! นี่คือของขวัญต้อนรับ พี่สามโปรดรับไว้ด้วย!”
ซานซานรีบหลบทันทีโดยไม่ต้องคิด
ตู้ม!
ร่างของชิวถงกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง
เดิมทีเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ตอนนี้กลับต้องมาถูกโยนเช่นนี้ ทั้งร่างกายของเขาจึงไม่มีส่วนไหนสมประกอบเลย
เขารู้สึกว่ากระดูกของตัวเองแตกละเอียด และทิ่มแทงอวัยวะภายในเจ็บจนแทบจะสลบไป
ซานซานเหลือบสายตามองด้วยความรังเกียจ
“เจ้าจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วยังจะโยนมาให้ข้าอีก เจ้าดูถูกพี่สามของเจ้าหรือ”
สือฟังมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า
“พี่สาม พี่ไม่อยากต่อสู้เพราะกลัวมือสกปรกไม่ใช่หรือ”
……………