ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2480 กระบี่นี้...เจ้าสมควรชดใช้คืนมา
ตอนที่ 2480 กระบี่นี้…เจ้าสมควรชดใช้คืนมา
……………
ซานซานกระแอมไอออกมา
“สือฟัง เวลานี้เจ้าไปที่ยอดเขาโอสถหน่อยเถอะ ดูว่าจะช่วยอันใดเสี่ยวปาได้บ้างหรือไม่”
สือฟังถอนหายใจ
“ยอดเขาโอสถทอดยาวเป็นร้อยลี้ แต่พี่แปดแบ่งแค่เนินเขาเล็กๆ ให้ข้าปลูกผัก แล้วข้าจะช่วยอันใดนางได้อีกเล่า?”
ซานซานจ้องเขม็งใส่เขา
“อย่างใดนั่นก็พี่แปดของเจ้านะ! ยังไม่รีบไปอีก!”
สือฟังเข้าใจในทันที แล้วรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
อวี๋จิ่วหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ
“พี่ใหญ่ล่ะ? กระบี่เล่มนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปหาเขาเพื่อเปลี่ยนเล่มใหม่”
อู่เหยาชี้ไปทางหนึ่ง
“น่าจะอยู่ทางนั้นนะ?”
อวี๋จิ่วรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว
ซานซานตบไหล่น้องสิบสามเบาๆ
“ไป! ตามพี่สามไปคิดบัญชีกัน!”
พูดจบก็พาคนออกไปทันที และไม่ลืมที่จะหันมาพูดเตือนว่า
“คนผู้นั้นน้องห้าเจ้าจัดการเองก็แล้วกัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชิวถงที่มึนงงจนแทบจะเป็นลมก็สะดุ้งตื่นขึ้นในทันที
เขาเงยหน้าขึ้นมาและสบตากับอู่เหยาเข้าพอดี
อู่เหยาขยับข้อมือเล็กน้อย
เขาเอ่ยถามเสียงเนิบ
นัยน์ตาของชิวถงเผยความหวาดกลัวออกมา
พลังการต่อสู้ของอู่เหยานั้นเหนือกว่าเขามาก
ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะตอบโต้กลับ!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้น…ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว”
อู่เหยาหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ
“นายท่านต้องการให้พวกเจ้าคืนทุกอย่างมาให้หมด อย่าได้เหลือแม้แต่นิดเดียว พวกเจ้าจงชดใช้มาให้หมด!”
พูดจบ เขาก็คว้าคอเสื้อของชิวถงแล้วเหวี่ยงหมัดลงที่หน้าผากของเขาอย่างแรง!
ผลัวะ!
ทันใดนั้นเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว!
ร่างของชิวถงถูกอู่เหยาจัดการในหมัดเดียว!
หมอกดำสายหนึ่งรวมตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
นั่นคือดวงวิญญาณของชิวถง
อู่เหยาไม่แม้แต่จะกะพริบตา ก้าวขึ้นไปบีบทำลายมันด้วยมือเปล่า!
ในชั่วพริบตาลมพายุโหมกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง
บนบันทึกหมื่นเซียนชื่อของชิวถงค่อยๆ จางลงอย่างรวดเร็ว และท้ายที่สุดก็เลือนหายไปอย่างเงียบงัน!
ผู้คนมากมายล้วนเห็นเหตุการณ์นี้
“เสินสื่อลำดับที่สิบเอ็ดสิ้นชีพแล้ว!”
“เหมือนว่า…เป็น เป็นฝีมือของอู่เหยา?”
“เป็นเขาแน่! ก่อนหน้านี้เสินสื่อลำดับที่สิบเอ็ดมีหน้าที่เฝ้าประตูแดนสวรรค์ไม่ใช่หรือ อู่เหยาเปิดประตูเข้ามาอย่างรุนแรง ก็คงเป็นเขานั่นแหละที่ฆ่า!”
“ยังจะเรียกเสินสื่อลำดับที่สิบเอ็ดอีกหรือ ใครกันที่คู่ควรเป็นเสินสื่อ ยังเห็นไม่ชัดหรือไง!”
มีคนแย้งขึ้น
ฝูงชนพลันเงียบลงชั่วขณะ
ใช่นะสิ
หากชิวถงและพวกของเขาเป็นเสินสื่อจริงๆ แล้ว…เหตุใดถึงพ่ายแพ้ให้แก่อู่เหยาและพวกอย่างต่อเนื่องเช่นนี้เล่า
ซูจิ้ง มู่ตงโหย่ว …จิ้นอวิ๋นไหล
คนเหล่านี้ต่างพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้พร้อมกันอย่างต่อเนื่อง
หรือบางที…สิ่งเหล่านี้อาจไม่เคยเป็นของพวกเขาตั้งแต่ต้น!
แต่แท้ที่จริงแล้วตำแหน่งเสินสื่ออาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…คนผู้นั้นที่อยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
…
ยอดเขาโอสถ
เสี่ยวปาเงยหน้ามองครู่หนึ่ง ดวงตาคู่สวยกะพริบเบาๆ และยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“จริง ๆ เลย…ให้พี่ห้าแย่งไปก่อนเสียได้…”
เดิมทีนายท่านควรจะเรียกนางเป็นคนแรก!
แต่เมื่อครู่นางมัวแต่มองดูความวุ่นวาย จนลืมจัดการคนให้เรียบร้อยเสียก่อน
เมื่อคิดได้นางจึงหันกลับไปมองซูจิ้ง
ขณะนี้ซูจิ้งอ่อนแรงแทบสิ้นลม จนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพูด
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของเสี่ยวปา ร่างของนางก็แข็งค้าง ความหวาดกลัวที่ฝังลึกปรากฏขึ้นในดวงตา
“เดิมที่ข้าก็อยากให้เจ้าได้เห็นนานกว่านี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่จำเป็นแล้ว”
เสี่ยวปายักไหล่
นายท่านเริ่มลงมือแล้ว เช่นนั้น…ก็ค่อยๆ ชดใช้คืนมาสะ!
ทันใดนั้นเสี่ยวปายกมือขึ้น เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากฝ่ามือของนางในทันที!
เพียงเสี้ยววินาทีร่างของซูจิ้งถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง!
ได้ยินเพียงเสียงครางเบาบางด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เสียงค่อยๆ เงียบลง
ในขณะเดียวกันชื่อของซูจิ้งในบันทึกหมื่นเซียนก็เริ่มเลือนหายไป!
…
ฉู่หลิวเยว่มองไปข้างหน้า
มู่ชิงเห่อกำลังคุกเข่าที่หน้าตำหนักหลัก กระบี่ยาวปักลงบนพื้น ใบหน้าซีดเซียว มุมปากเปื้อนเลือดแดงสด
ดูเหมือนเขากำลังตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ยิ่งนัก
นางจ้องมองเขาด้วยสายตาสงบเยือกเย็น
ผ่านไปชั่วครู่นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“มู่ชิงเห่อ ครั้งก่อนที่เจ้าคุกเข่าต่อหน้าข้าก็ที่เทียนลิ่ง”
มู่ชิงเห่อกระชับกระบี่ในมือทันที เลือดในอกพลุ่งพล่าน
จากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างยากลำบาก
“ต่อสู้เพื่อเสินจู่ จนกว่าชีวิตจะหาไม่!”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเล็กน้อย
คำว่าเสินจู่ที่เขาพูดนั้นไม่ได้หมายถึงนาง แต่หมายถึงนายที่แท้จริงของเขา
“ที่พูดมาก็ถูกต้อง”
นางพยักหน้าราวกับเห็นด้วย
“ก่อนหน้านี้เป็นข้าที่เข้าใจเจ้าผิดไป ผู้ที่เจ้าติดตามนั้นไม่เคยเป็นข้า แล้วจะเรียกว่าการหักหลังได้อย่างใดเล่า”
มู่ชิงเห่อไม่พูดอันใด
ผู้คนมากมายที่ได้ยินประโยคนี้ต่างมีสีหน้างุนงง
มู่ชิงเห่อ…ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกับนางจริงๆ อย่างนั้นหรือ
ซั่งกวนจิ้งและคนที่รู้เรื่องทั้งหมดต่างมีสีหน้าสับสน
เรื่องมาถึงเช่นนี้แล้วยังมีอันใดที่ไม่เข้าใจอีก
ตั้งแต่แรกมู่ชิงเห่อก็เป็นคนของท่านผู้นี้ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงคล้ายกำลังครุ่นคิดอันใดบางอย่าง ก่อนที่จะยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ความจริงแล้ววันนั้นที่เจ้าปรากฏตัวบนถนนในเมืองหลวงเทียนลิ่งก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ”
มู่ชิงเห่อหลุบตาลง จ้องมองที่พื้นตรงหน้าอย่างแน่นิ่ง
กองเลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมา
ความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมถึงกระดูกถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง และปกคลุมตัวเขาไว้
“แต่ในเมื่อเจ้ามาที่นี่เพื่อหาเนื้อเพลงฉิน เหตุใดต้องทำให้มันยุ่งยากเช่นนี้? ถึงขนาดต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้หนังสือแล้วติดตามอยู่ข้างกายข้า เพื่อค่อยๆ เรียนรู้”
มันไม่ใช่แค่เรื่องพวกนี้หรอก
ฉู่หลิวเยว่คิดอยู่เงียบๆ
ในตอนแรกเขาไม่แม้แต่จะจับพู่กันเป็น แต่ยังดูงุ่มง่ามและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
นางใช้ความอดทนสอนเขาอยู่หลายครั้ง
ในที่สุดเมื่อเห็นเขาเขียนคำว่า “เยว่” ด้วยลายมือที่บิดเบี้ยวได้ นางยังดีใจอยู่พักใหญ่
ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้วมันเป็นเพียงการแสดงที่เขาทุ่มเทอย่างหนัก
“อันที่จริงในตอนนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นโง่เขลาเช่นนั้น”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเสียงเย็นและพูดขึ้นว่า
“สิ่งที่รู้อยู่แล้ว แต่กลับต้องให้คนสอนซ้ำไปซ้ำมา เจ้าไม่รู้สึกเบื่อหน่ายบ้างหรือ”
มู่ชิงเห่อหลับตาลง เพราะออกแรงมากไป ทั้งมือจึงซีดขาวไปหมด
ผ่านไปสักพักเขาจึงลืมตาขึ้น และพูดเน้นเสียงว่า
“มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว เหตุใดต้องพูดถึงมันอีก”
ฉู่หลิวเยว่เอียงศีรษะ
พลังปราณศักดิ์สิทธิ์บนกระบี่ดาราเลือนเริ่มสั่นไหว!
“ใช่ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีก แต่ในปีนั้นข้าเสียเวลาและพลังไปกับเจ้าไม่น้อย ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว รู้สึกเสียดายขึ้นมาจริงๆ”
“นายของเจ้าติดค้างข้า เดี๋ยวข้าค่อยทวงคืน แต่ตอนนี้สิ่งที่เจ้าติดค้างข้า จงชดใช้มา!”
เมื่อสิ้นคำพูด นางยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง!
ในขณะนั้นเปลวไฟกลุ่มที่สองบนเสาหยกขาวก็ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
พลังของกระบี่นี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด!
เปลวไฟสะท้อนในดวงตาของนาง สว่างไสวเจิดจ้า!
ชวับ!
กระบี่ฟาดลง!
ปราณกระบี่พวยพุ่ง แผ่ซ่านอย่างเกรี้ยวกราด!
มู่ชิงเห่อยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน!
เคร้ง!
กระบี่ในมือของเขาแตกเป็นเสี่ยงลงทันที!
จากนั้นร่างของเขาก็เสียการควบคุม จนล้มลงไปด้านหลัง
ทันใดนั้นปราณกระบี่เปลี่ยนทิศทางและแทงทะลุผ่านขาขวาของเขา!
บาดแผลฉีกขาดปรากฏเป็นวงกว้างขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ภายในเผยให้เห็นกระดูกขาวโพลน น่าสยดสยอง!
“กระบี่นี้ เจ้าติดค้างถวนจื่อ!”