ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2481 กลับคืน
ตึง!
หัวเข่าของมู่ชิงเห่อกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
ฉู่หลิวเยว่ลงกระบี่ครั้งที่สองโดยไม่ลังเล!
ปราณกระบี่พุ่งออกมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว!
ครั้งนี้มันตัดขาขวาของเขาขาดสะบั้นลงทันที!
เขาคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สองมือพยายามยันร่างกายเอาไว้
ใต้ร่างมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ไม่นานก็กลายเป็นรอยแดงฉาด
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!”
เมื่อชางไป๋เห็นภาพนี้พลันตื้นตกใจอย่างยิ่ง
ในความทรงจำของพวกเขา มู่ชิงเห่อเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างมาก
แม้แต่เสินสื่อลำดับที่สองอวี้เชียน เป็นผู้แลพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มานานหลายปี เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน
มู่ชิงเห่อให้เขาคุกเข่าสามวันสามคืน เขาก็ทำตามทันที โดยไม่กล้าเอ่ยคำว่า ‘ไม่’ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
ใครจะคาดคิดว่าตอนที่ฉู่หลิวเยว่ลงมือในเพียงพริบตาก็สามารถบดขยี้อีกฝ่ายจนหมดหนทางตอบโต้ได้!
ชางไป๋กังวลใจอย่างมาก จึงรีบพุ่งตัวไปทางนั้นทันทีอย่างไม่ลังเล
ทว่าในขณะนั้นมีเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นไม่ไกลนัก
“น้องสิบสาม! ขวางเข้าไว้!”
พรึบ!
ชางไป๋ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็พบว่ามีคนมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
เมื่อมองดูอย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ตรงหน้าคือเด็กหนุ่มอายุราวสิบหกหรือสิบเจ็ดปี ใบหน้างดงาม รูปร่างสูงโปร่ง
จู่ๆ ชางไป่ก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเงยหน้ามองไปยังบันทึกหมื่นเซียน
ในขณะนั้นชื่อหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น…สิบสาม!
เด็กคนนี้คือ….
“ตอนนี้นายท่านกำลังคิดบัญชีกับมู่ชิงเห่อ คนอื่นจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้อย่างใด”
ซานซานเดินเข้ามาอย่างสบายอารมณ์ พลางมองสำรวจชางไป่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะเบาๆ
“อย่างเจ้าไม่คู่ควรที่จะให้นายท่านของข้าต้องลงมือเองด้วยซ้ำ น้องสิบสาม เขาแย่งตำแหน่งของเจ้าไป จัดการซะ!”
น้องสิบสามพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นจึงลงมือโดยไม่ลังเล!
ในตอนนี้พลังแห่งสายเลือดในร่างของพวกเขาได้ตื่นขึ้นแล้ว จึงไม่มีปัญหาในการจัดการกับชางไป่ที่อยู่ในระดับนี้
เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนายท่าน ทำให้น้องสิบสามลงมืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเป็นพิเศษ
ชางไป๋หมดหนทางจึงรีบเตรียมตัวสู้ทันที
แต่เขาจะไปสู้สิบสามได้อย่างใด
หมัดของสิบสามรวดเร็ว ท่วงท่าว่องไว!
แทบไม่มีโอกาสให้ชางไป่ได้ตอบโต้กลับเลย ในไม่ช้าเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ
ขณะนั้นจู่ๆ เสียงคำรามก็ดังขึ้นมาจากภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
“โฮกๆ”
เมื่อเสียงคำรามดังขึ้น อสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆ ก็ส่งเสี่ยงร้องคำรามด้วยเช่นกัน!
จากเสียงคำรามพวกนั้น ชื่อของอวี้เชียนในบันทึกหมื่นเซียนก็หายไปในทันที!
เสินสื่อลำดับที่สอง อวี้เชียน…สิ้นชีพ!
ซานซานเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง พลาง “หึ” ออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับสิบสามที่อยู่ข้างๆ ว่า
“น้องสิบสาม เจ้าจัดการเองนะ พี่สามข้าขอตัวก่อน! ทางพี่สองเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ของข้ายังไม่ได้เริ่มเลย!”
สิบสามรับคำแล้วยังคงสู้กับชางไป่ต่อไป
ในขณะนั้นซานซานเดินไปข้างหน้าเล็กน้อย จึงมองเห็นคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากในตำหนักหลัก
เขาหรี่ตาและมองดูอยู่ครู่หนึ่ง
ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาของเขา คนผู้นั้นจึงหันมามองเช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน
“เป็นเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ซานซานเอ่ยถามขึ้น
ฝานอวิ๋นเซียวขมวดคิ้วขึ้น
ในขณะนั้นเหยียนเก๋อก็เดินออกมาจากตำหนักหลัก เมื่อเห็นซานซาน เขาก็พูดขึ้นทันทีว่า
“ใช่แล้ว! เป็นเขานั่นแหละ!”
ซานซานพูดเสียงเย็นชาขึ้น
“ข้าว่าแล้ว กลิ่นความโลภคละคลุ้งไปทั่ว!”
มุมปากของเหยียนเก๋อกระตุกเล็กน้อย
คนผู้นี้มีสิทธิ์อันใดถึงมาว่าคนอื่นเช่นนี้…
แต่เมื่อเห็นซานซานเตรียมจะลงมือ เขาก็รีบกลืนคำพูดนั้นกลับลงไป
เขากระแอมไอและพูดขึ้นว่า
“จัดการเสร็จแล้วอย่าลืมมาหาข้าด้วยล่ะ เอาสมุดบัญชีนั่นไปด้วย!”
ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าบาทให้เขามาดูแลเรื่องนี้ล่ะก็ เขาคงไม่อยากนั่งจ้องสมุดบัญชีเล่มหนาขนาดนั้นทุกวันหรอก!
แค่มองก็เบื่อแล้ว!
ซานซานตาเป็นประกายขึ้นทันที พลางถูมือด้วยความตื่นเต้น
“มา มาสิ! ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่าผู้ที่อยู่ตำแหน่งเสินสื่อลำดับที่สามมานานขนาดนี้จะมีฝีมือแค่ไหนกันเชียว!”
…
อวี๋จิ่วเดินตามทิศทางที่อู่เหยาชี้ จนมาถึงในลานบ้าน
“พี่ใหญ่!?”
เขาผลักประตูห้องหนึ่งออกไปตามสัญชาตญาณ
เฉินอีอยู่ในห้องจริงๆ
อวี๋จิ่วพูดขึ้นด้วยความดีใจ “พี่ใหญ่ ข้า…เอ๊ะ? นี่มัน…”
ขณะพูดเขาเหลือบมองผ่านหางตาและเห็นผังจำลองตั้งอยู่ตรงหน้าของเฉินอี
เขาเบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าปรากฏความตกตะลึง
“นี่มัน…ผังจำลองของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์หรือ”
ผังจำลองนี้ถูกทำขึ้นอย่างละเอียดตามสัดส่วนที่แม่นยำ
ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ อาคารและพืชพรรณ ทั้งหมดเหมือนกับพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ทุกประการ
ขณะนั้นแสงสีเขียวหลายสายพลิ้วไหวอย่างแผ่วเบา ปกคลุมทั่วทั้งแผนผังจำลอง!
เฉินอีเงยหน้าขึ้นมอง
“มีเรื่องอันใด”
อวี๋จิ่ว “…พี่ใหญ่ ตอนนี้ท่านยังให้ข้าใช้กระบี่ไม้กระจอกๆ เล่มนี้อยู่อีก มันไม่เหมาะแล้วกระมัง”
ขณะที่พูดเขาก็สะบัดกระบี่ไม้ในมือไปมา
เฉินอีพยักหน้าพลางพูดขึ้นว่า
“นั่นสิ คงต้องเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ถนัดมือเสียแล้ว”
อวี๋จิ่วดีใจขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอันใดต่อ เฉินอีก็กล่าวต่อว่า
“เพียงแต่กระบี่ของเจ้านั้น ไม่ได้อยู่ที่ข้า”
อวี๋จิ่วชะงักทันที
“เช่นนั้น…มันอยู่ที่ไหน”
เฉินอีพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยและสุขุมว่า
“ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์”
สีหน้าของอวี๋จิ่วแข็งค้างไปชั่วครู่
“พี่ใหญ่ ท่าน…ล้อเล่นใช่หรือไม่ ใช่หรือไม่”
ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์กว้างใหญ่ขนาดนั้น! จะไปตามหากระบี่กลับมา จะยากลำบากขนาดไหนกัน!
เฉินอีกลับหันไปมองแผนผังจำลองอีกครั้ง
“ก่อนที่ข้าจะปิดทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ เจ้ารีบหน่อยก็ดี”
มุมปากของอวี๋จิ่วกระตุกขึ้น
เห็นๆ อยูว่าพี่ใหญ่เป็นคนดูแลทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ ย่อมต้องรู้ว่ากระบี่ของเขาอยู่ที่ไหน!
เหตุใดต้องให้เขาลำบากไปเองด้วย
เฉินอีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“ข้าไม่มีเวลา”
อวี๋จิ่ว “…อ้อ”
เมื่อเห็นว่าเฉินอีเริ่มทำงานต่อ อวี๋จิ่วจึงกัดฟันแน่น เลิกลังเล และหมุนตัวมุ่งหน้าไปยังทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ทันที!
ในขณะนั้นมีอีกคนหนึ่งพุ่งออกมาจากทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ และตรงมายังหน้าประตูแดนสวรรค์
คนนั้นก็คือปี้หลิง