ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2482 เจ้าคอยดูให้ดี
ก่อนหน้านี้นางเฝ้าอยู่ในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด เมื่อรับรู้ว่าในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีบางสิ่งผิดปกติ นางจึงขึ้นมา
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้เข้า นางถึงกับชะงักงันไปทันที
ประตูแดนสวรรค์เปิดอีกครั้ง!
ทว่า…คนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูไม่ใช่ชิวถง แต่กลับเป็นชายอีกคนหนึ่งแทน!
สายตาของปี้หลิงกวาดมองอู่เหยาไปมา ความตกตะลึงในใจยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
พลังของคนผู้นี้…แข็งแกร่งยิ่งนัก!
“เจ้าเป็นใครกัน! กล้าดียังไงถึงมากำเริบเสิบสานที่ประตูแดนสวรรค์เช่นนี้!”
นางตวาดออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
อู่เหยายืนกอดอกพิงประตูแดนสวรรค์
เขารับรู้การมาของปี้หลิงอยู่นานแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินเสียง เขาเพียงเหลือบมองอย่างเกียจคร้าน แล้วหัวเราะเบาๆ
“เฮ้ ข้ากำลังสงสัยอยู่ว่าขาดไปคนหนึ่ง ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง แต่จะว่าไป เจ้ากล้าเสนอหน้ามาเองแบบนี้ก็ไม่เลวนะ”
ปี้หลิงสีหน้ายิ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ในขณะนั้นเสียงดังสนั่นขึ้นจากภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
ตู้ม!
นางเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น!
เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์…มอดดับไปตั้งแต่เมื่อใดกัน
ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิด ทัณฑ์สวรรค์สีเงินหลายสายพุ่งทะยานขึ้นจากสระอัสนีบาต และโจมตีอย่างบ้าคลั่งไปยังจุดหนึ่ง!
เสียงดังสนั่นเมื่อครู่ ก็มาจากที่นั่น!
นางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ จนไม่รู้จะพูดอันใดออกมา
ภาพตรงหน้าไกลเกินกว่าจินตนาการของนาง
เพียงแค่นางไม่ได้ขึ้นมาที่นี่อยู่พักหนึ่ง เหตุใดถึง…
อู่เหยามองตามไปยังภาพนั้น พลางลูบคางไปมาและอธิบายอย่างใจดีว่า
“เอ๊ะ เสินสื่อลำดับที่สี่ของพวกเจ้า ดูเหมือนจะใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว”
ในขณะนั้นค้อนสีดำเล่มหนึ่งพลันพุ่งตรงไปยังกลุ่มแสงนั้นและฟาดลงอย่างแรง!
อู่เเหยาส่งเสียง “ชิ” ขึ้นมา
พี่สี่ยังมีนิสัยหัวร้อนเช่นนี้เหมือนเคย
ทันใดนั้นปี้หลิงได้เห็นกับตาว่า ชื่อของมู่ตงโหย่วบนบันทึกหมื่นเซียนที่เปล่งประกายเจิดจ้า กลับค่อยๆ จางหายไปในพริบตา!
ค้อนเพียงเล่มเดียวนี้ได้พรากชีวิตเขาไปในทันที!
ในใจของนางสั่นสะท้าน รู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายจนถึงกระดูกในเสี้ยววินาที
จากนั้นนางแทบไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย รีบหมุนตัวหลบหนีออกไปทันที!
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อันตรายอย่างที่สุด!
อู่เหยาตะเบ็งเสียงขึ้น พลางปล่อยค่ายกลออกมาขวางนางไว้ทันที
“คิดจะหนีในเวลานี้ ช่างฝันหวานเกินไปหน่อยแล้ว”
ในขณะนั้นอวี๋จิ่วที่ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว
อู่เหยาเอ่ยถามขึ้น
“เจ้าเก้า เจ้าจะไปไหน”
อวี๋จิ่วอธิบายอย่างจนใจ
“พี่ใหญ่ให้ข้าไปเอากระบี่ที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์”
“โอ้โห พี่ห้ากำลังจะฆ่าติดกันถึงสองคนเลยหรือ”
เดิมทีอู่เหยาตั้งใจจะปล่อยเป้าหมายไว้ให้คนอื่น แต่เมื่อได้ยินคำนี้ เขากลับมีความสุขขึ้นมาทันที
“มีเหตุผล”
ทั้งหมดมีสิบสามคน ไม่รวมมู่ชิงเห่อกับมั่วสือเชียนที่ตายไปแล้ว คนที่เหลือมีไม่ถึงต่อคนเลยด้วยซ้ำ!
โอกาสดีๆ แบบนี้ย่อมไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป
ปี้หลิงหัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว
ฆ่าทั้งคู่?
มิน่าล่ะ…
ยังไม่ทันที่นางจะคิดให้กระจ่างชัด อู่เหยาก็ลงมือแล้ว!
นางรีบสะบัดแส้ทันที!
เพี้ยะ!
เสียงแหวกอากาศดังก้องไปทั่ว
แต่ในชั่วพริบตาแส้ยาวนั้นกลับถูกปราณกระบี่อันคมกริบตัดขาด!
กลับเป็นอวี๋จิ่วที่ขว้างกระบี่ไม้จากในมือของเขาออกมา
“พี่เก้า ศีรษะนี้แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งนะ!”
พูดจบร่างของเขาก็หายลับไปนอกประตูแดนสวรรค์
อู่เหยาหัวเราะพลางสบถขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“เจ้าเด็กบ้านี่ช่างวางแผนได้ละเอียดรอบคอบนัก!”
แต่เขาไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวลง พลางปล่อยหมัดตรงไปยังปี้หลิงทันที!
…
ชางไป่!
ปี้หลิง!
ซื่อจิงยกค้อนในมือขึ้นแกว่งไปมาเล็กน้อย
“โอ้ว ตอนนี้น้องสิบสามก็เก่งขึ้นมากเลยนะ เร็วกว่าพี่สามเสียอีก แต่อู่เหยาเจ้าคนทรยศ อาศัยการเฝ้าประตูแดนสวรรค์ จึงเก็บไปได้ถึงสองคน”
เขาขยับไหล่เล็กน้อย
หากไม่ต้องคอยเฝ้าสระอัสนีบาตอยู่ที่นี่ คนที่ฆ่าได้ทั้งสองคนไม่แน่อาจเป็นเขา!
…
ในเวลานั้นสถานการณ์ของจิ้นอวิ๋นไหลก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
เส้นทางของเขาถูกซีหานปิดตายโดยสิ้นเชิง
ทั้งสองจึงตกอยู่ในภาวะเผชิญหน้ากัน
ชีหานจ้องมองเขา และพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉย
“เดิมทีข้าคิดจะไปเส้นทางแห่งดวงดาว เพื่อมอบความตายอย่างรวดเร็วให้เจ้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว เจ้าจะตายอย่างใดก็ช่าง แต่ถ้าทำให้เส้นทางแห่งดวงดาวแปดเปื้อนย่อมไม่ดีนัก”
คำพูดนี้สำหรับจิ้นอวิ๋นไหล ไม่ต่างกับความอัปยศอดสูที่สุด
เขากัดฟันแน่นและตอบกลับไปว่า
“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถควบคุมเส้นทางแห่งดวงดาวได้ ก็มีสิทธิ์มาตัดสินความเป็นความตายของข้าอย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่าข้าเองก็เคยเป็นผู้ควบคุมเส้นทางแห่งดวงดาวมานับหมื่นปี! เจ้า…”
“เส้นทางแห่งดวงดาวที่เจ้าผ่านมาได้นั้น ต้องให้ข้าพูดออกมางั้นหรือ”
ชีหานพูดขัดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“หากไม่มีเจ้านายของเจ้าช่วยเหลือ เกรงว่าเจ้าคงยังติดอยู่หน้าประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จนถึงตอนนี้กระมัง”
ใช่แล้ว มันเป็นความลับที่ฝังลึกที่สุดในใจของเขา
หลังจากศึกใหญ่ในปีนั้น เสินสื่อทั้งสิบสามล้มตาย เสินจู่ได้วางแผนคัดเลือกเสินสื่อใหม่ทั้งหมด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวได้
สุดท้ายเสินจู่จึงเป็นผู้เลือกเขาด้วยตัวเอง
ด้วยความช่วยเหลือจากคนผู้นั้น เขาจึงสามารถผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวได้สำเร็จและกลายมาเป็นเสินสื่อลำดับที่เจ็ดได้อย่างราบรื่น
ทุกคนต่างคิดว่าเขามาถึงตำแหน่งนี้ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง
แต่ในความเป็นจริง เขารู้ดีว่า…มันไม่เป็นเช่นนั้น!
เขาแค่ไม่คาดคิดว่าชีหานจะสามารถมองออก
“ผู้ที่ใช้วิธีการเช่นเดียวกันนี้เพื่อครอบครองตำแหน่งเสินสื่อ คงไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียวกระมัง”
สีหน้าของชีหานเรียบเย็น
แม้จะเป็นการเอ่ยถาม แต่น้ำเสียงกลับมั่นใจอย่างมาก
ร่างกายของจิ้นอวิ๋นไหลเริ่มสั่นเทาขึ้นเล็กน้อย
ฉัวะ!
ชีหานลงมือทันที ปลดปล่อยค่ายกลนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาโอบล้อมจิ้นอวิ๋นไหลไว้ทั้งหมด และรัดคอสังหารอย่างบ้าคลั่ง!
“หากไม่มีความสามารถพอ ก็อย่าได้คิดอยู่ในตำแหน่งนั้น!”
เมื่อสิ้นเสียงของชีหาน ชื่อของจิ้นอวิ๋นไหลบนบันทึกหมื่นเซียนก็พลันสลายหายไปทันที!
ผ่านไปไม่นานนักหร่วนเจี้ยนเฟิงก็พ่ายแพ้ให้กับลู่เฟิง
แทบจะในเวลาเดียวกัน สิบสามก็จัดการสังหารสีเยี่ยน กลายเป็นคนที่สองที่ฆ่าติดต่อกันสองคนได้สำเร็จต่อจากอู่เหยา
หลังจากนั้นชีหานก็ตามมาในทันที และจัดการจิ่วหลงได้สำเร็จเช่นกัน
จนถึงตอนนี้ซานซานกลับเป็นคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ลงมือ
เมื่อเขาเหยียบหัวของฝานอวิ๋นเซียวได้ในที่สุด จึงเงยหน้าขึ้นมองพลางรู้สึกหงุดหงิดขึ้นในทันที
“เหตุใดพวกเจ้าถึงว่องไวกันขนาดนี้”
ช่างไม่ไว้หน้าข้าเลยจริงๆ…
สิบสามเดินเข้ามาข้างๆ เขา
“พี่สาม ก่อนหน้าพี่ใหญ่พูดหลายครั้งว่าให้ท่านฝึกฝนเพิ่ม…”
ซานซานลูบจมูกไปมา
“แค่กๆ พี่สามของเจ้าไม่ได้ถนัดเรื่องนี้เสียหน่อย แต่ละคนก็มีความถนัดแตกต่างกันจริงหรือไม่”
ขณะที่พูดเขาก็หันไปมองเหยียนเก๋อ
“ของล่ะ?”
เหยียนเก๋อสะบัดข้อมือ พลางส่งสมุดบันทึกเล่มหนึ่งไปให้ซานซาน
ซานซานคว้าสมุดบันทึกนั้นไว้อย่างรวดเร็ว
เขาอดไม่ได้ที่จะลูบมันเบาๆ
“เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยจริงๆ…”
จู่ๆ สิบสามก็เอ่ยถามขึ้นเสียงเบาว่า
“พี่สาม ท่านว่านายท่านจะฆ่ามู่ชิงเห่อหรือไม่
…
แท้จริงแล้วนี่คือคำถามที่ติดอยู่ในใจของใครหลายๆ คน
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมองมา
ขณะนี้สองขาของมู่ชิงเห่อใช้การไม่ได้แล้ว พลางคุกเข่าลงกับพื้นทั้งตัวโชกไปด้วยเลือด
ฉู่หลิวเยว่ถือกระบี่ในมือข้างหนึ่งและยืนด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ทันใดนั้นดวงตาของนางเหลือบมองไปทางด้านข้าง
ปีศาจแดงกำลังซบอยู่บนอกของถวนจื่อ ราวกับร้องไห้จนไม่มีน้ำตาให้หลั่งอีกแล้ว
เมื่อรับรู้ถึงสายตาของฉู่หลิวเยว่ มันจึงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเศร้าสลด
ฉัวะ!
ฉู่หลิวเยว่ฟาดกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง!
ปราณกระบี่อันคมกริบพุ่งตรงไปปักมือขวาของมู่ชิงเห่อกับพื้นทันที!
“กระบี่เล่มนี้ ข้าคืนให้เจ้าแทนบัญชีในอดีต”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เจ้าไม่มีสิทธิ์เขียนชื่อของข้า”
มู่ชิงเห่อทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ศีรษะก้มต่ำ นิ้วมือค่อยๆ หดเข้าหากันอย่างสั่นเทา”
“เจ้าคอยดูให้ดี”
ฉู่หลิวเยว่พึมพำเสียงเบา
วินาทีต่อมานางสาวเท้าเดินตรงไปยังตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
……………