ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 13 วันข้างหน้าข้าจะคืนให้เป็นสองเท่า
ตอนพิเศษ ตอนที่ 13 วันข้างหน้าข้าจะคืนให้เป็นสองเท่า
……………
หรงซิวก้มลงมองนาง
เขาโอบเอวนางไว้ครู่หนึ่งและพูดว่า
“ตกลง”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง และได้ยินเสียงเขากระซิบที่ข้างหูว่า
“ข้าจะปรนนิบัติภรรยาให้สบายทั้งกายและใจอย่างแน่นอน”
ปลายหูของฉู่หลิวเยว่ร้อนผ่าวขึ้น ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง
นางกระแอมไอและเตรียมจะพูดอะไรออกมา แต่กลับถูกหรงซิวโอบกอดไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ปฏิเสธ
ยังไม่ทันที่นางได้ตอบสนอง ร่างของนางก็ถูกวางลงบนเตียงแล้ว
หรงซิวนั่งอยู่ข้างๆ นาง ครึ่งตัวพิงหัวเตียง ส่วนมือข้างหนึ่งโอบไหล่ของนางไว้
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมองเขา
หรงซิวโน้มตัวลงมาจูบเบาๆ ที่กลางหน้าผากของนาง
“นอนเถอะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถอยออกไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะอยู่เฝ้านางพร้อมเสื้อผ้าเต็มยศเช่นนี้
ฉู่หลิวเยว่ “…”
นางยื่นมือออกไป ปลายนิ้วมือที่เรียวยาวและอ่อนนุ่มเลื่อนไปอย่างเบามือแล้วจับที่มืออันเรียวงามของเขา
“…จะนอนแบบนี้หรือ”
หรงซิวลดสายตาลงเพื่อมองนาง
นางกระพริบตาไปมา
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้และจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอันตราย
ฉู่หลิวเยว่ยกมือขึ้นและถอนหายใจออกมา
“ฝ่าบาท ทรงเข้าใจเรื่องนี้ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ”
หรงซิว “…”
“ในตอนนั้นเห็นชัดว่าถวนซิ่นจื่อที่ผูกอยู่บนเอวข้านั้นเป็นเงื่อนตาย แต่จักรพรรดิเทพกลับสะกิดเพียงแค่สองสามครั้ง ก็ปลดออกอย่างง่ายดายมิใช่หรือ”
ฉู่หลิวเยว่ดูเหมือนจะจำสิ่งที่น่าสนใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และมองเขาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
หรงซิวเหลือบมองนางครู่หนึ่ง
“ถวนซิ่นจื่อนั่น เป็นสิ่งที่วิญญาณร้ายใช้เพื่อตามหาพลังปราณของเจ้ากับสิบสามผู้พิทักษ์เยว่และคนอื่นๆ หากมิใช่เพราะข้าตั้งใจควบคุมมันไว้ มันคงระเบิดไปตั้งแต่ก่อนที่พวกเจ้าจะขึ้นสู่สวรรค์ทลายเทพแล้ว พวกเขาอาจยังพอรับมือได้ แต่เจ้า…เจ้าไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ก่อนเวลา”
ผู้ที่ต้องการค้นหานางก็คือ กฎสวรรค์
หากนางเปิดเผยตัวตนก่อนที่พลังศักดิ์สิทธิ์จะตื่นขึ้น เกรงว่าสถานการณ์จะยากเกินแก้ไข
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าพลางครุ่นคิด
“ท่านพี่คิดวางแผนเพื่อข้าอย่างสุดความสามารถ คิดดูแล้วข้าไม่ควรนำเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไปรบกวนท่านเลย”
หรงซิวยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร นางก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองออก
“เช่นนั้นข้าทำเอง…”
หรงซิวมีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่คิดจะหันหลังเดินจากไป
ทว่าฉู่หลิวเยว่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางถอดเสื้อตัวนอกออก เผยให้เห็นชุดชั้นในผ้าโปร่งสีแดงบางๆ
ชุดสีแดงนั้นขับให้ผิวขาวดุจหิมะของนางดูงดงามยิ่งนัก
นางเอนตัวลงบนหมอน มือข้างหนึ่งตบเบาๆ บนที่นอนด้านข้าง
“…ด้วยกัน”
ทว่าในขณะนี้มือขาวเรียวของนางก็ยื่นออกมาและคว้าเข็มขัดหยกที่อยู่รอบเอวของเขา
เขาคว้ามือของนางไว้พร้อมกับสูดหายใจลึกๆ
“ข้าทำเอง”
ฉู่หลิวเยว่เอียงศีรษะมองเขา ก่อนจะปล่อยมือออกตามที่เขาต้องการ
หรงซิวโยนหนังสือที่ถือไว้ออกไปข้างๆ
เช่นนั้นก็อ่านมันต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาปลดเข็มขัดหยกออกก่อน จากนั้นถอดเสื้อตัวนอกออก แขนยาวของเขาโอบคว้าห่มผ้าขึ้นมาคลุม
ขณะที่เขากำลังจะนอนลงข้างๆ นาง เขากลับได้ยินนางเอ่ยขึ้นว่า
“ถอดอีกสิ”
หรงซิวชะงักไปเล็กน้อยพลางเลิกคิ้วขึ้นและจ้อมองนาง
“เจ้าพูดว่าอันใดนะ”
ฉู่หลิวเยว่คว้าแขนเสื้อของเขา
“ในคืนที่เราพบกันครั้งแรก เจ้าไม่กลัวที่จะเปิดเผยตัวตนต่อข้า แล้วนับประสาอันใดกับตอนนี้?”
หรงซิวพูดอะไรไม่ออกจริงๆ เมื่อเห็นสีหน้าดื้อรั้นของนาง จึงได้แต่ยิ้มบางๆ เท่านั้น
“ในเมื่อเป็นคำสั่งของภรรยา สามีย่อมเชื่อฟังโดยไม่อาจขัดขืน”
ขณะที่พูดเขาก็ทำตามคำพูดจริงๆ
เสื้อชั้นในสีขาวดุจหิมะเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นหน้าอกที่แข็งแกร่งและอบอุ่น
ทันใดนั้นนางก็พุ่งตัวเข้ามากอดของเขาไว้แน่น
หรงซิวกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงมือของนางที่วางลงบนไหล่ซ้ายของเขา
ทันใดนั้นเสียงแผ่วเบาของนางก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา
“…มันคงจะเจ็บปวดมากใช่หรือ”
ตอนนี้ร่างของหรงซิวไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ
ทว่าภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของนาง ไม่อาจลืมเลือนได้
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกริบไปนับหมื่นปี และความเจ็บปวดราวกับถูกเฉือนด้วยมีดนับพันครั้ง
กระดูกที่แตกหัก เลือดเนื้อที่กระเซ็นไปทุกทิศทาง
ยังจะมีสิ่งใดที่เจ็บปวดไปกว่านี้อีกเล่า
แม้สุดท้ายหรงซิวจะสามารถผ่านอุปสรรคมาได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ความเจ็บปวดที่เคยประสบมาก็ยังไม่อาจลบเลือนไปได้
การลงทัณฑ์ของกฎสวรรค์ บาดแผลสามารถรักษาได้ แต่บางสิ่งจะคงอยู่ตลอดไป
นางมองเขาอย่างเหม่อลอย ปลายนิ้วของนางลูบผ่านกระดูกไหปลาร้าของเขาโดยไม่รู้ตัว
นางยังจำบาดแผลที่เคยอยู่ตรงนี้ได้อย่างชัดเจน
ไม่ นางจำบาดแผลทั้งหมดบนร่างกายของเขาได้
แม้ว่าตอนนี้จะไม่เห็นมันแล้ว แต่นางก็จำมันได้
จู่ๆ มือข้างหนึ่งเอื้อมมาลูบศีรษะของนางเบาๆ
ในเวลาเดียวกันเสียงถอนหายใจดังขึ้นจากเหนือศีรษะของนาง
“หากเยว่เออร์สงสารข้าจริงๆ ช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ก็อย่าได้กลั่นแกล้งข้านักเลยนะ”
ฉู่หลิวเยว่เก็บความคิดไว้ในใจพลางมองค้อนเขาแวบหนึ่ง จากนั้นนางกลับโน้มตัวเข้ามาใกล้และเข้าไปในอ้อมแขนของเขาแทน
“ไม่มีทาง”
ขณะที่พูดนางพุ่งตัวเข้าไปประทับจูบลงเบาๆ บนกระดูกไหปลาร้าของเขา
“ย่อมไม่มีทาง”
นางตั้งใจเมินเฉยต่อร่างกายของเขาที่ตึงเครียดขึ้นในทันที จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ข้างหูของเขา แล้วกระซิบเบาๆ ว่า
“หรงซิว ร่างกายเจ้ามีบาดแผลมากมาย ต่อจากนี้ข้าจะจูบแผลทุกที่ของเจ้าในทุกๆ วัน”
แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะจบลงแล้ว แต่นางยังไม่รู้ว่าจะบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้อย่างไร
ราวกับว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้นางรู้สึกดีขึ้นบ้าง
หรงซิวจ้องมองนางที่อยู่ในอ้อมแขน ดวงตาหงส์คู่ลึกของเขา ราวกับมีอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใน
เขาย่อมรู้ดีว่านางคิดอะไรอยู่ในใจ
หากจะบอกว่าเขาไม่หวั่นไหวเลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร
นางคือคนเดียวที่เขารักสุดหัวใจ
แต่ทว่า…
นางไม่รู้หรือว่าสิ่งที่นางทำในตอนนี้นี่ไม่ใช่การปลอบโยนเขา แต่เป็นการทรมานเขามากกว่า
คำปฏิเสธ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเขาไม่อาจพูดมันออกไปได้
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจับคางของนางไว้ จ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า ราวกับแฝงมนต์สะกดบางอย่าง
“ตกลง”
“ต่อไป เจ้าจูบที่ใด ข้าจะจำไว้ทุกที่”
“วันข้างหน้า ข้าจะคืนให้เจ้าเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน”
……………