ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 17 นางมีคนที่ชอบแล้ว
ตอนพิเศษ ตอนที่ 17 นางมีคนที่ชอบแล้ว
……………
“แล้วอย่างใดเล่า”
นางพูดขึ้นเสียง พร้อมทัดผมไว้ที่หลังหู แล้วเลิกคิ้วมองเขา
การกระทำที่เรียบง่ายเหล่านี้ แต่เมื่อนางเป็นคนทำกลับมีเสน่ห์ไม่รู้จบ
เสน่ห์แผ่ออกมาจากในกระดูก ความน่าหลงใหลจากสายตาเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้
ชายคนนั้นตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เห็นริมฝีปากแดงของน้องแปดยกขึ้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เจ้าคิดว่าเสินสื่ออย่างข้านั้นว่างมากหรืออย่างใด”
เมื่อได้ยินคำเรียกขานของตัวเอง ชายคนนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย
ตอนนี้เสินสื่อลำดับที่แปดดูแลยอดเขาโอสถ แม้นางจะมีอำนาจมหาศาล แต่นางก็ยังคงอ่อนโยนและทรงเสน่ห์ ไม่ว่าเจอใคร นางก็ยิ้มแย้มให้อยู่เสมอ
แต่สิ่งนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ลืมฐานะที่แท้จริงของนางไป และจดจำเพียงว่านางเป็นคนที่สวยและทรงเสน่ห์เท่านั้น
เพราะน้อยครั้งมากที่นางจะใช้ฐานะไปกดดันใคร
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้
ต่อให้ตาเขาไม่มีแวว ก็สามารถมองออกว่าน้องแปดกำลังโมโหแล้ว
“ไม่กล้า!”
ใบหน้าของชายคนนั้นแดงก่ำขึ้นมา ก่อนรีบโบกมือก่อนรีบโบขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“ในเมื่อเสินสื่อลำดับที่แปดกำลังยุ่งอยู่ ชะ…เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนแล้ว!”
ในที่สุดเขาก็ยอมหันหลังจากไปโดยไม่เต็มใจ
บนใบหน้าของเขาประดับด้วยความเสียใจอยู่หลายส่วน
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองมองหน้ากัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม่นางสิบเอ็ดก็ถามขึ้นว่า
“พี่แปด เหมือนว่าพี่กำลังโมโหอยู่นะ”
น้องแปดหัวเราะเสียงเย็น
“จะไม่โกรธได้อย่างใด ข้าถูกคนเหล่านี้รบกวนทั้งวัน”
แม่นางสิบสองหยิบโอสถเม็ดสุดท้ายขึ้นมา แล้วพูดเสียงเบาอย่างลังเล
“แต่ว่า…ก่อนหน้านี้พี่แปดไม่ค่อยโมโหเรื่องแบบนี้ง่ายๆ”
แม่นางสิบเอ็ดพยักหน้าเห็นด้วย
“ยิ่งไปกว่านั้น คนเมื่อครู่นี้ก็หน้าตาไม่เลวเลยนะ”
นี่แหละคือประเด็นสำคัญที่สุด
ทั่วทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มีใครไม่รู้บ้างว่าเสินสื่อลำดับที่แปดชอบคนหน้าตาดี
นางเองก็เป็นคนที่งดงามมาก ดังนั้นจึงเลือกมากไปหน่อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าตาเป็นสำคัญ
หากใครไม่เข้าตานาง แม้กระทั่งเปรยตามองนางก็ยังไม่อยากมอง
ดังนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ แม้จะมีคนเข้าหาไม่น้อย แต่ความจริงแล้วพวกเขาก็มีความมั่นใจในตัวเอง
อย่างน้อยด้านหน้าตาพวกเขาก็ถือว่าอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ต่างคนต่างมีดีกันคนละอย่าง
ตามหลักการแล้ว ถ้ามีคนเหล่านี้มาหา น้องแปดไม่มีทางโมโหแน่นอน
ถ้าบางครั้งนางอารมณ์ดี นางก็จะคุยกับพวกเขาสักสองสามประโยค
แต่ตอนนี้ นางกลับโมโหขึ้นมาอย่างไม่ลังเล
ซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก
น้องแปดขมวดคิ้ว
“มีเจ้าค่ะ”
“แล้วข้าได้พูดว่า เขาหน้าตาดีหรือไม่”
น้องแปดเหลือบสายตามองแม่นางทั้งสองด้วยความสงสัย
“สายตาของพวกเจ้าในตอนนี้ เหตุใดย่ำแย่ลงแล้วเล่า”
แม่นางสิบเอ็ดแม่นางสิบสอง “…”
พูดตามตรง คนเมื่อครู่นี้ก็ถือว่าหน้าตาดีแล้วไม่ใช่หรือ…
ทำไมพี่แปดยังทำท่าเหมือนรังเกียจอยู่เล่า
แม่นางสิบสองกลืนโอสถเม็ดสุดท้ายลงคอ จากนั้นก็พองแก้มขึ้นเล็กน้อย แล้วถามขึ้นว่า
“พี่แปดคิดว่าเขาหน้าตาไม่ดีอย่างนั้นหรือ”
“แน่นอน”
“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าหน้าตาดีเล่า”
น้องแปดชะงักฝีเท้า ทันใดนั้นภายในสมองกลับมีใบหน้าที่หล่อเหลาของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
นางรู้สึกตกใจมาก พร้อมเบิกตากว้างขึ้นทันที
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง แม่นางสิบเอ็ดแม่นางสิบสองก็มีสีหน้ามึนงงไปทันที
นางขยับเข้าไปใกล้แม่นางสิบเอ็ด แล้วกระซิบถามเสียงเบาว่า
“พี่…ปฏิกิริยาตอบรับของพี่แปดแบบนี้ เหมือนว่านางกำลังตกใจอันใดบางอย่างอยู่เลย”
นางก็แค่ถามคำถามเดียวไม่ใช่หรือ ว่าแบบไหนที่เรียกว่าหน้าตาดี…ก่อนหน้านี้พี่แปดก็ชอบคุยเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ
แต่ปฏิกิริยาตอบรับในตอนนี้กลับแปลกประหลาดไป
แม่นางสิบเอ็ดครุ่นคิด
“เหมือนว่า…พี่แปดกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่
“พี่แปด พี่กำลังคิดถึงใครอยู่หรือ”
นางถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้น้องแปดสะดุ้งขึ้นทันที
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง นางก็เห็นสายตาที่แม่นางทั้งสองกำลังมองมา
ท่าทางของน้องแปดหมดสภาพเล็กน้อย เหมือนว่าความลับอะไรบางอย่างถูกเปิดเผย
แต่ว่า
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!
“มะ…ไม่มีอันใด”
นางกระแอมไอ จากนั้นก็รีบกลับไปยังห้องนอนของตนเอง
“ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีบางสิ่งที่ข้ายังไม่ได้ทำ พวกเจ้า พวกเจ้าเชิญตามสบายนะ”
เมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นก็หมุนตัวหันมาหยิบตะกร้าจากแม่นางทั้งสอง แล้วรีบเข้าไปในห้องทันที
แม่นางสิบเอ็ดแม่นางสิบสอง “…”
เมื่อครู่นี้พวกนางยังไม่ได้ถามอะไรเลยนี่
นี่พี่แปด…
แม่นางสิบเอ็ดคาดเดาขึ้นมา
“เหมือนว่าพี่แปด…มีคนที่ชอบแล้ว”
แม่นางสิบสองตกใจไปในทันที จากนั้นก็รีบกลืนโอสถที่เหลือครึ่งหนึ่งในปากลงท้องอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเพราะสำลัก
“จะ…จริงหรือ! ใครกัน”
แม่นางสิบเอ็ดส่ายหน้า แล้วลูบปลายคางของตัวเอง เหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
“ดูท่าทางแล้ว เหมือนจะเพิ่งชอบได้ไม่นาน…”
ทันใดนั้นดวงตาของนางก็เปล่งประกายขึ้นมา
“หรือว่าจะเป็นคุณชายอวิ๋น?”
อวิ๋นมู่เฉินเพิ่งเดินทางมาถึงภูเขาเฟิ่งหมิงก็จามออกมาทันที
เขาถูจมูกของตัวเอง
“มีใครกำลังคิดถึงข้าอยู่หรือเปล่านะ…”
ถวนจื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เหลือบสายตามองเขา
“บางทีอาจจะเป็นปีศาจแดงมั้ง”
อวิ๋นมู่เฉิน “…”
เขาลูบผมของถวนจื่อเบาๆ แล้วแค่นหัวเราะเสียงเบา
“เด็กน้อยปากจัดมากเลย เด็กผู้หญิงทั่วทั้งโลกก็เอาใจยากแบบนี้หรือ”
ถวนจื่อมึนงงไป
“อันใดนะ”
อวิ๋นมู่เฉินเหลือบสายตามองถวนจื่อ
“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่ต้องยุ่ง”
ถวนจื่อ
“เหอะ”
อวิ๋นมู่เฉิน “…”
…
“เจ้าบอกว่าเสินสื่อลำดับที่แปด ชอบใครกัน”
อวี๋มั่วมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
แม่นางสิบสองมีใบหน้าแน่วแน่
“พี่ของข้าบอกแล้วว่าต้องเป็นเขาแน่นอน!”
อวี๋มั่วรู้สึกสับสนมาก
“จะเป็นไปได้อย่างใด ก่อนหน้านี้นางกับเยี่ยน…”
เขายังพูดไม่ทันจบ แต่สายตาก็ปะทะเข้ากับเงาร่างหนึ่ง
อวี๋มั่วเงียบเสียงลงทันที
เยี่ยนชิงถือกระบี่เดินผ่านทั้งสองคนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
อวี๋มั่วเห็นดังนั้นจึงรีบเรียกเอาไว้
“โอ้! ช้าก่อน!”
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้า
“มีอันใดหรือ”
อวี๋มั่วตัวสั่นสะท้าน
“คือว่า…ไม่มีอันใด ข้าแค่จะถามว่า ช่วงนี้เจ้าได้ไปหาเสินสื่อลำดับที่แปดบ้างหรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงยกสะใภ้ของตระกูลตัวเองให้กับบ้านอื่นเล่า”
เยี่ยนชิงขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
อวี๋มั่วเอาแขนพาดไหล่ของอีกฝ่าย แล้วกระซิบเสียงเบา
“ในความคิดของข้านะ แม้ว่าคุณชายอวิ๋นคนนั้นจะหล่อกว่าเจ้า อะแฮ่ม มิใช่ พวกเราใกล้กว่าได้เปรียบ ก็มิใช่! เจ้าต้องลงมือก่อนถึงจะได้เปรียบ!”
เขาลูบปลายคางตัวเองแล้วยกยิ้มขึ้น
“ไม่ว่าอย่างใดตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้รักษาชื่อเสียงอันใดแล้ว เหตุใดเจ้าไม่ลองไปหาเสินสื่อลำดับที่แปดหน่อยเล่า”
……………