ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 18 กลางดึก
ตอนพิเศษ ตอนที่ 18 กลางดึก
……………
เยี่ยนชิงใช้กระบี่ปัดแขนที่พาดไหล่ของเขาออก ก่อนสาวเท้าเดินออกไป
ฝีเท้าของเขาหนักแน่นมั่นคง ใต้ฝ่าเท้ามีสายลม รูปร่างค่อนข้างบาง ไอเย็นแผ่กระจายออกมาเล็กน้อย
อวี๋มั่วสะดุดล้มจนเกือบหน้าคะมำ
แม่นางสิบสองถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า
“แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวา ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
อวี๋มั่วลูบใบหน้าของตัวเอง
“ไม่เป็นอันใด! คอยดูไปละกันว่าเด็กคนนั้นจะปากแข็งไปได้กี่น้ำ หึ!”
แม่นางสิบสองมีสีหน้ามึนงง
“คำพูดนี้…หมายความว่าอย่างใดหรือ”
หรือว่า…แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายกับพี่แปด…
“แต่ก่อนหน้านี้…พวกเขาไม่ได้…”
เสียงของแม่นางสิบสองเบาลงเรื่อยๆ
อวี๋มั่วดีดหน้าผากของนางเบาๆ
“โง่จริง ไม่เคยได้ยินคำว่าแกล้งเล่นแต่ทำจริงหรอกหรือ”
แม่นางสิบสองลูบศีรษะของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด แต่กลับสนใจคำพูดของอวี๋มั่วมากกว่า
อวี๋มั่วหัวเราะขึ้นอย่างคาดเดาได้ยาก
“เจ้าคิดว่าไม่มีแม่นางคนไหนอยากจะแต่งงานกับเขาอย่างนั้นหรือ”
ชื่อของแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายไม่ได้มาอย่างง่ายดายหรอกนะ
มีเมียแล้วลืมเพื่อน!
แม่นางสิบสองเหลือบสายตามองเขาอย่างเงียบเชียบ
“แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวา ท่านต้องการให้แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายอ่อนโยนต่อท่านจริงๆ หรือ”
อวี๋มั่ว
“…ข้าแค่พูดไปเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”
ล้อเล่น!
เขายังอยากมีชีวิตอยู่อีกหลายปี!
“อื้อ”
…
หลังจากน้องแปดอาบน้ำเสร็จแล้ว นางก็นั่งเช็ดผมที่หน้ากระจกสัมฤทธิ์
ภายในกระจกสะท้อนหญิงงาม แต่แววตาของนางนั้นกลับเหม่อลอย เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เป็นไปได้อย่างไร…
น้องแปดครุ่นคิดอย่างมึนงง
นางมีใจให้กับแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายตั้งแต่เมื่อใดกัน
ก่อนหน้านี้นางไม่เคยคิดมาก่อน แต่วันนี้ตอนที่แม่นางสิบเอ็ดถามขึ้น ภายในสมองของนางก็มีใบหน้าของคนผู้นั้นปรากฏขึ้นมาเป็นคนแรก
แม้นางจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับผู้ชายมากหน้าหลายตา และนางก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องความรักเลย แต่นางก็เข้าใจว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร
ในอดีตมีคนจำนวนมากมาแสดงความรู้สึกกับนาง บ้างก็บอกคิดถึงนางทั้งวันทั้งคืนจนยากจะหลับตาลง
แต่ตอนนี้นาง
น้องแปดเอามือปิดหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด
นางรู้สึกบ้าไปแล้ว!
แต่ในตอนนีเล่า
นางเพิ่งลากอีกฝ่ายมาแสดงละครฉากใหญ่ อีกทั้งเพิ่งชี้แจ้งความสัมพันธ์ทั้งหมดต่อหน้าธารกำนัลไป
ตอนนี้จะทำอย่างไรดี
ถ้าบอกว่าจะกลับไปหาอีกฝ่าย มันจะไม่เสียหน้าเอาหรือ
ไม่ ไม่ถูกต้อง
เดิมทีเขาก็ไม่ใช่ของนาง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เปลวไฟที่ไม่ทราบชื่อภายในใจของนางก็ลุกโชนขึ้น
นางไม่ได้รู้สึกโกรธเยี่ยนชิง แต่นางโกรธตัวเอง
ปึง
นางโยนหวีลงบนโต๊ะอย่างแรง จากนั้นก็จ้องหน้าตัวเองภายในกระจก
นางรู้สึกว่าตัวเองไร้รสนิยมจริงๆ ใบหน้าเหมือนกับภูเขาน้ำแข็งนั้นมีอะไรดีกัน
เข้มงวด เย็นชา ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
หากอยู่ด้วยกันทั้งคืนก็คงจะอึดอัดตาย
อีกทั้งเวลาลงมือก็โหดเหี้ยมมาก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางหลุบสายตามองที่เอวของตนเอง
ผู้ชายที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา…มีอะไรดีกัน
นางกัดฟันกรอด ภายในใจรู้สึกโมโหยิ่งกว่าเดิม
ถ้าวันนั้นเขาใส่ใจนางมากกว่านี้ เขาก็คงไม่มีทางลงมือโหดเหี้ยมเช่นนั้นแน่นอน
นางกัดฟันแน่นขึ้นกว่าเดิม
“แม่นางอย่างข้างดงามไม่เป็นรองใคร อีกทั้งยังอยู่กับเขามานานขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่า”
ตอนนี้เป็นเวลากลางดึกแล้ว ท้องฟ้ายามราตรีมีดวงดาวไม่กี่ดวง
เงียบสงบมาก
นอกจากตัวนางเองก็ไม่มีเงาของใครอื่นเลย
ตั้งแต่ก่อนหน้านี้นางได้แบ่งเส้นกับเยี่ยนชิงต่อหน้าทุกคนอย่างชัดเจน จนถึงวันนี้ นางก็ยังไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลย
นี่มันนานขนาดนั้นแล้ว!
แม้พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์จะกว้างใหญ่ แต่ขอเพียงแค่อยากเจอ ก็สามารถเจอได้เสมอ
แต่ว่านี่ไม่มีเลย!
ครั้งนี้ที่นางได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถเดินทางออกไปด้านนอกได้ หากเยี่ยนชิงอยากพบนางจริงๆ มันจะไม่มีโอกาสได้อย่างไร
นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้อยากพบนาง
เธอกลับไม่ได้สนใจเลยว่า ตอนนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว แม้จะมีคนอยากมาเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่เวลานี้แน่นอน!
ทันใดนั้นลมเย็นๆ ก็พัดผ่านหน้าต่าง
นางจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปปิดหน้าต่าง
แต่ในตอนนั้นนางสะดุดล้มอย่างไม่ได้ตั้งใจ!
เท้าของนางพลิก ดังนั้นร่างกายจึงล้มไปด้านข้างอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ตึง
ของที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งถูกกวาดลงพื้นทั้งหมด ขวดหยกแตกกระจัดกระจาย
ร่างของนางก็ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
“โอ๊ย”
นางเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้
ดวงตากลมจับจ้องไปทางผู้กระทำความผิดรองเท้า
สุดท้ายนางก็ไม่ได้ระวังจนทำให้ล้มเช่นนี้
เมื่อมองไปที่รองเท้า นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้เยี่ยนชิงเคยโน้มตัวไปช่วยนางใส่รองเท้า และมันก็คือรองเท้าคู่นี้
ก่อนหน้านี้นางไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้เมื่อนึกขึ้นมาได้ นางกลับรู้สึกโมโหกว่าเดิม
แม้กระทั่งรองเท้าที่เยี่ยนชิงเคยสัมผัสมาก่อนก็ยังทรยศนางด้วย!
น้องแปดปารองเท้าออกไปด้านนอกด้วยความโมโห
แต่นางกลับไม่ได้ยินเสียงรองเท้าตกลงพื้นเลย
นางขมวดคิ้ว แล้วเดินออกไปดูที่ด้านนอกหน้าต่าง
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกมาอย่างกะทันหัน
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว นางก็รีบหันกลับไปมองด้วยความตกใจ
ชายผู้หนึ่งรูปร่างผอม อีกทั้งยังมีความเย็นชาแผ่กระจายออกจากร่างกาย และทำให้นางตกตะลึงนิ่งคางไป
“เยี่ยนชิง?”
เยี่ยนชิงยังไม่ได้นอน
ช่วงนี้เขายุ่งอยู่กับจัดการเรื่องราวต่างๆ เพิ่งจะมีเวลาว่างในวันนี้ เดิมทีเขาควรจะกลับไปพักผ่อนให้ดี
แต่เมื่อเขากลับไปนอนบนเตียง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นอนไม่หลับ
สิ่งที่อวี๋มั่วพูดกับแม่นางสิบสองเมื่อตอนกลางวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา
ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นมา
แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเขามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด
ทันทีที่น้องแปดปาหวีทิ้ง เขาก็ได้สติขึ้นมา
จากนั้นเขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ตอนนั้นเขาไม่อยู่ที่หน้าประตูของแม่นางแปดอย่างไม่รู้สึกตัวแล้ว
เมื่อได้สติขึ้นมา ใบหูของเขาก็ร้อนผ่าวท่ามกลางความมืดมิด
แบบนี้…มันคงไม่เหมาะสมเท่าไร
เขารู้ว่าตัวเองควรจะรีบออกจากที่นี่ทันที ตอนนั้นเขาก็รู้สึกลังเล และไม่กล้าสาวเท้าออกไป
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังลั่นจากด้านใน
เสียงนั้นดูผิดปกติไป เดิมทีเขาอยากจะบุกเข้าไปทันที แต่เขากลับคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้ดึกมากแล้วมันคงไม่เหมาะสม
แต่หลังจากรออยู่สักพักก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวอะไรอีก
นางเพียงแค่โยนรองเท้าออกมาข้างหนึ่ง
กลางดึกเช่นนี้ แต่เขากลับมองเห็นอย่างชัดเจนว่ารองเท้าคู่นั้นมีลักษณะอย่างไร
ในใจของเขารู้สึกกังวลขึ้นมา ในที่สุดจึงตัดสินใจจะเข้าไปดู
เมื่อผลักประตูเข้าไป เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย
นางน่าจะเพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จ ผมของนางยังคงหมาดๆ อยู่ ท่าทางผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีความน่าสงสารที่แผ่กระจายออกมาด้วย
นางสวมเพียงเสื้อชั้นในตัวบาง
แต่อย่างไรก็ตาม เส้นผมที่ลู่ลงมาตามร่างกาย ทำให้เขามองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่มีเสน่ห์
นอกจากนี้บนใบหน้าของนางยังมีเส้นผมที่เปียกชื้นติดอยู่เล็กน้อย หยดน้ำไหลลงไปที่คอที่เรียวระหง
นางเหมือนกับปีศาจที่ว่ายขึ้นมาจากทะเล และนอนทอดตัวอยู่บนชายฝั่งยามค่ำคืน
น้องแปดมองทางเขา ทันใดนั้นนางก็นึกถึงสภาพของตนเองขึ้นมาได้
นางกะพริบตาเล็กน้อย ในตอนที่กำลังจะเอ่ยปากพูด ภาพตรงหน้ากลับดำมืดลง
เยี่ยนชิงโยนเสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมศีรษะของนางเอาไว้