ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 75 สะเพร่าเสียแล้ว
ประดุจความฝัน
ดอกไม้ไฟในความฝันนั้นช่างวิจิตรตระการตา ทั้งยังมีแสงเปล่งประกายเสียจนเกือบทำให้ผู้คนตาพร่าและเคลิบเคลิ้ม
ถวนจื่อจำไม่ค่อยได้ว่านางกลับมาถึงแหล่งพำนักของตนเองอย่างใด แล้วนางหลับไปได้อย่างใด
ในห้วงภวังค์คลับคล้ายว่าจื่อเฉินจะส่งนางกลับไป แต่นาง…นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงตลอดทั้งคืน และร่างกายของนางก็เป็นเหมือนลูกไฟที่ถูกเผาไหม้อย่างเงียบงัน
สิ่งนี้ส่งผลให้ใต้ตาของนางมีรอยคล้ำเจือจางเมื่อตื่นนอนในวันรุ่งขึ้น อีกทั้งทำให้นางดูมีชีวิตชีวาน้อยลง
หลังจากลุกขึ้นแล้ว นางก็นั่งลงบนเตียง กอดผ้าห่มเอาไว้ และอยู่ในอาการเหม่อลอยเป็นเวลานาน
นางอดไม่ได้ที่จะสัมผัสริมฝีปากซึ่งดูเหมือนยังคงบวมเล็กน้อย ก่อนจะรีบดึงมือออกราวกับถูกเพลิงแผดเผา
แต่กลับดูเหมือนจะมีความร้อนระอุแผ่กระจายจากจุดนั้นกระทั่งโอบล้อมทั่วทั้งร่างกายของนาง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน หวนกลับมาหลอกหลอนในความคิดนางอีกครั้ง
แน่นอนว่า “ทุกอย่าง” ที่กล่าวถึงมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“ฮือ!”
ในที่สุดนางก็กลับมามีสติ ร้องคร่ำครวญและเอาหน้าซุกลงในผ้าห่ม
นางทำสิ่งใดลงไป!?
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หากเมื่อก่อนนางคิดถึงเรื่องนี้ จิตใจของนางจะเต็มไปด้วยความใคร่รู้และตื่นเต้น ส่วนความกระดากอายและความประหม่านั้นแทบจะไม่มีเลย
แต่ตอนนี้ที่ได้ “สัมผัส” กับมันอย่างละเอียด นางกลับเชื่องช้าในการตอบสนองจึงรู้สึกอึกอัดและละอายอย่างเหลือล้น
เหตุใด…เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?!
นางแทบไม่กล้าคิดเรื่องนั้นอีก ทว่าภาพเหล่านั้นยังคงหลั่งไหลเข้ามาในความคิดอย่างไม่หยุดหย่อน
นางไม่สามารถจดจำรายละเอียดที่แน่ชัดได้ แต่ความอบอุ่นอันเย้ายวนยังคงตราตรึงจนถึงตอนนี้ และไม่อาจลืมเลือนได้เลย
ในลานของแหล่งพำนัก มีเงาต้นไม้กำลังร่ายรำ
ภายในห้องมีน้องแปดที่งีบหลับอยู่
เมื่อเยี่ยนชิงเดินเข้ามาก็มองเห็นร่างนั้นนอนอย่างเงียบสงบ เขาจึงย่างเท้าให้เบาลง
เดินจนถึงข้างกายน้องแปด เขาก็จ้องมองใบหน้าที่หลับใหลของนางอยู่ครู่หนึ่ง
ราวกับว่านางสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเขา น้องแปดจึงตื่นอย่างสะลึมสะลือและพยายามลืมตาขึ้นเพื่อมองดู
“ท่านพี่เยี่ยนชิง…”
เยี่ยนชิงส่งเสียง “อืม” ออกมา เขาเดินไปข้างหน้าแล้วหยิบเสื้อคลุมของนาง
น้องแปดหลับตาลงอีกหน พร้อมทั้งเหยียดแขนไปโอบกอดเขา
เยี่ยนชิงทั้งโอบกอดและช่วยนางสวมเสื้อคลุม จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วจับข้อเท้าเรียวงามเพื่อช่วยนางสวมรองเท้า ก่อนจะช้อนตัวนางขึ้นอุ้มแล้วเดินออกไปข้างนอก
นางชอบนอนหลับกลางวัน ทว่าหากหลับมากจนเกินไป นางก็จะนอนไม่หลับในตอนกลางคืน
เช่นนั้นแล้วทุกวันนี้ เมื่อถึงเวลาเยี่ยนชิงก็จะมาปลุกนาง
ทันทีที่นางเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ นางก็ได้กลิ่นหอมอันอ่อนหวานและชวนหลงใหล
น้องแปดถูไถไปตามอ้อมแขนของเยี่ยนชิง นางเจาะจงได้ว่ามันเป็นชาดอกน้ำผึ้งที่เขาชงวันนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ชาดอกไม้ที่นางดื่มทุกวันล้วนแตกต่างกัน ทั้งยังมีมาตรฐานสูงอย่างยิ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังงานไม่น้อยเลย
ตั้งแต่ที่นางโดนลวกมือด้วยความไม่ระวัง เยี่ยนชิงก็ไม่ยอมให้นางทำสิ่งเหล่านี้อีก
เขาไม่เคยยืมมือผู้ใด นับจากนั้นเขาก็ทำทุกอย่างด้วยตนเอง
แท้จริงแล้วแผลน้ำร้อนลวกนั้นไม่ไช่เรื่องใหญ่สำหรับนาง ทว่า…
ใต้เท้าจั่วเสินเจียงเป็นผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอด และเพียงไม่นานก็มีทักษะในด้านนี้เหนือกว่านาง ต่อมานางจึงหยุดดิ้นรนและยอมรับด้วยความสุขสงบ
แต่ขณะที่นั่งลงก็ได้ยินเสียงของเยี่ยนชิงกล่าวขึ้นมา
“หือ”
น้องแปดตื่นตะลึงและเงยหน้าขึ้นมอง
ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีร่างสีทองแดงมุ่งตรงมาทางนี้จริงๆ
น้องแปดรื่นเริงและกวักมือเรียกทันที
“ถวนจื่อมานี่เร็วเข้า”
ถวนจื่อเคลื่อนไหวอย่างว่องไว และมาอยู่ตรงหน้าเพียงชั่วพริบตา
น้องแปดรู้ว่านางโปรดปรานขนมหวานที่สุด ทั้งยังชอบชาดอกไม้นี้อีกด้วย น้องแปดจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ลองชิมสิ่งนี้…เอ๊ะ”
นางยังไม่ทันเอ่ยจบก็เห็นถึงสภาพของถวนจื่อและนิ่งงันอย่างฉับพลัน
“ผู้ใดรังแกถวนจื่อของเรา”
ถวนจื่อรีบโบกมือปฏิเสธ
“ไม่ ไม่มี”
สายตาของน้องแปดจับจ้องไปยังริมฝีปากของนาง และแววตาก็ดูอันตรายขึ้นมาพลัน เพียงครู่หนึ่งก็กัดฟันกรอดแล้วเอ่ยขึ้นมา
“ไอ้สารเลวคนไหน?”
ผู้ใดกันที่กล้าลงมือกับถวนจื่อของเรา!
นี่มันบ้าคลั่งจนขาดสติไปแล้ว!
นังหนูถวนจื่อคนนี้ยังไม่รู้เดียงสาอันใด แต่กลับโดนหลอกแล้วลักพาตัวไปแบบนี้หรือ!?
ตอนนี้น้องแปดไร้ซึ่งความรู้สึกใด เพียงแต่อยากจะดึงตัวผู้นั้นมาทุบตีอย่างโหดเหี้ยม!
ถวนจื่ออยากจะโต้แย้ง แต่ไม่นานนักนางก็รู้ว่ามันเปล่าประโยชน์
นางส่งเสียงกระแอม ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกขี้ขลาดขึ้นมา ทั้งยังไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ตรงไหน และใบหน้า
เล็กๆ ของนางก็เริ่มร้อนผ่าว
นางเบิกตาเล็กน้อย และกล่าวเสียงดังด้วยความเหลือเชื่อ
“เดี๋ยวก่อน สหายที่เจ้าพูดถึง…ก็คือตัวเจ้าเองอย่างนั้นหรือ!?”
ในขณะนี้ อยู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยอันสดใสและนุ่มนวลดังขึ้นมาจากข้างนอก
“อันใดกัน เหตุใดจึงครึกครื้นนักล่ะ”
ทั้งถวนจื่อและน้องแปดต่างก็ชะงักและค่อยๆ หันไปมอง
ฉู่หลิวเยว่กำลังเดินเข้ามาจากภายนอก
น้องแปดเพ่งมองไปยังข้างหลังนาง
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“วันนี้มีองค์ไท่จู่และคนของเขาคอยดูแลพวกเขาทั้งสองคน ข้าจึงออกมาสูดอากาศเสียหน่อย”
จากนั้นนางก็ถามขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อครู่พวกเจ้าพูดถึงสิ่งใดอยู่ สหายอย่างนั้นหรือ”
น้องแปดพลันพูดไม่ออก
ถวนจื่อก็หดคอลงโดยไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน
เมื่อสัมผัสได้ว่าบรรยากาศไม่ค่อยปกติ ฉู่หลิวเยว่จึงเลิกคิ้วเล็กน้อยและมุ่งสายตาไปที่ถวนจื่อ
หลังจากนั้นก็ใช้สายตาจับจ้อง
พื้นที่โดยรอบหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยอย่างเนิบช้า
“มีผู้ใดอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่ามันเกิดอันใดขึ้น”
ไม่ว่าจะทางใดก็ตายทั้งนั้น น้องแปดจึงตัดสินใจเด็ดขาดด้วยความปวดใจถึงที่สุด
“นายท่าน! ไม่รู้ว่ามีไอ้สารเลวหน้าไม่อายคนไหนมาหลอกถวนจื่อผู้บริสุทธิ์ของเรา! ผู้ชายต่ำทรามคนนั้นคอยหลอกล่อให้ถวนจื่อติดกับดัก และตอนนี้ยังมาหลอกให้ถวนจื่อมอบ…”
ถวนจื่อดึงแขนเสื้อของนางเอาไว้และพยายามหาข้อแก้ตัว
“พี่แปด เป็น…เป็นข้าเองที่จูบเขา”
น้องแปดโกรธเกรี้ยว
“พัฒนาขึ้นนะ! เพียงแค่จูบก็เอ่ยปกป้องเขาแล้วหรือ! เหตุใดจึงถูกซื้อใจง่ายถึงเพียงนี้”
เยี่ยนชิงซึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างกายนางมาตลอดเลิกคิ้วขึ้นแล้วเหลือบมองนาง
น้องแปด “…”
เอาเถิด นางไม่มีสิทธิ์จะเอ่ยเช่นนั้นหรอก…
ฉู่หลิวเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง
ถวนจื่อยังคงมีไม่มีทีท่าอันใดเลย
คนนอกอาจมองไม่ออก แต่นางสามารถแยกแยะได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และแตะหน้าผากนางอย่างเชื่องช้า
“สะเพร่าเสียแล้ว…”