ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 76 รับรู้
ในเวลานี้มีข่าวลือเกิดขึ้นในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
เสินเยว่กำลังวางแผนช่วยอสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งพันธชีวิตของตน ซึ่งก็คืออี้ถวน…นายน้อยแห่งเผ่าหงส์ทองคำในการหาคู่ครอง
ทุกคนต่างรู้ว่าผู้นี้ติดตามเสินเยว่ผ่านความเป็นความตายมานานหลายปี และได้รับความโปรดปรานจากเสินเยว่เป็นอย่างมาก
บัดนี้เติบโตขึ้นรูปโฉมงดงามมีเสน่ห์ ทั้งน่ารักและมีชีวิตชีวา
เป็นช่วงเวลาที่ใครต่อใครต่างพากันชื่นชมหลงใหลมากที่สุด
ทั้งเปิดเผยและแอบซ่อน ไม่รู้ว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดที่แอบมีใจให้
เมื่อข่าวการหาคู่ถูกเผยแพร่ออกไป แน่นอนว่าสร้างความสนใจให้ทุกฝ่ายจนเกิดการเคลื่อนไหว
สุดท้ายไม่นานก็มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมา…
หลังจากครึ่งเดือนเสินเยว่และจักรพรรดิเทพจะเป็นผู้จัดงานหาคู่ด้วยตัวเองที่หน้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
พูดให้ถูกก็คือเป็นการประลองหาคู่
แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งเท่านั้น
ผู้ที่ชนะในสิบอันดับแรกจะได้ประลองฝีมือกับถวนจื่อ
นางสามารถเลือกคนที่นางชอบมากที่สุดจากหนึ่งในสิบคนนี้ เพื่อเป็นสามีในอนาคตของนาง
ในเวลานี้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างเคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้น
ปัง!
เสียงครืนๆ ดังขึ้นในห้องแม้แต่พื้นก็สั่นสะเทือน
จื่อเฉินข้ามธรณีประตูเข้ามาในทันที พลันสัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่ธรรมดา
ทว่าสีหน้าของเขากลับเรียบเฉย เพียงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาแสดงสีหน้าปกติและเดินตรงเข้าไปด้านใน
ภายในห้องฉู่หลิวเยว่กำลังเอนตัวพิงอยู่บนเตียงเล็กๆ มือหนึ่งเท้าคาง ท่าทางผ่อนคลายสบายใจ
เด็กน้อยไม่รู้จักควบคุมแรงในมือ การทุบครั้งนี้ส่งผลให้พื้นดินสั่นสะเทือน และทำให้ร่างเล็กๆ ของเขาก็สะเทือนตามไปด้วย
ก้นน้อยๆ ของเขาถูกกระแทกจนรู้สึกเจ็บนิดหน่อย ร่างกลมๆ อวบอ้วนก็สั่นไหวตามแรงกระแทกนั้น
วันนี้เขาสวมชุดสีขาวเงินทั้งตัว มองแวบแรกเหมือนลูกชิ้นน้อยๆ สีขาวอวบอ้วน
แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ทำให้เขาตกใจไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองฉู่หลิวเยว่โดยไม่รู้ตัว ปากเล็กๆ เริ่มเบะเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ
“ฮือๆ เจ็บจังเลย!”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
นางมองค้อนในมือของหรงเสี่ยวสวินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นของลุงซื่อจิง ตอนนี้เจ้ายังเด็กนัก อย่าคิดแตะต้องมันง่ายๆ ตอนนี้รู้สึกเสียใจแล้วใช่หรือไม่”
จะว่าไปแล้วเมื่อสองวันก่อนหรงเสี่ยวสวินบังเอิญเหลือบไปเห็นค้อนเล่มนี้ที่ดูหนักและทรงพลัง ก็เกิดสนุกขึ้นมาและอยากลองเล่นในทันที
เมื่อซื่อจิงปล่อยเลยตามเลย เขาจึงเก็บค้อนเล่มนี้เอาไว้ทันที
โชคดีที่พื้นนี้ยังแน่นหนาอยู่มาก และนางยังตั้งค่ายกลขึ้นมาป้องกันไว้โดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจต้านทานการเล่นซนของเขาได้
เมื่อหรงเสี่ยวสวินรู้ตัวว่าผิด จึงหันหน้าหนีอย่างเงียบๆ
อีกด้านหนึ่งหรงเสี่ยวเหยี่ยนกำลังนั่งอยู่ข้างๆ นางอย่างว่าง่าย สายตาจับจ้องไปยังค่ายกลสีเงินแดงตรงหน้าอย่างตั้งใจ
บนค่ายกลนั้นเต็มไปด้วยลวดลายอักขระที่สลับซับซ้อน ราวกับดวงดาวที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าและแฝงไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่ยากจะอธิบายได้
ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุได้ขวบปี แต่กลับแสดงพรสวรรค์อันน่าทึ่งอย่างมากในการฝึกฝนเสียแล้ว
ของเล่นทั่วไปมักไม่ดึงดูดความสนใจเขา แต่กลับมีครั้งหนึ่งที่บังเอิญได้เห็นฉู่หลิวเยว่สร้างค่ายกลทำให้เขาตื่นเต้นจนตาลุกวาว
ฉู่หลิวเยว่เห็นว่าเขาชื่นชอบ นางจึงไม่ถือสา ในยามว่างนางมักจะวาดค่ายกลสองสามอันขึ้นมาเพื่อปลอบใจเขา
ค่ายกลนี้ระดับสูง อีกทั้งยังมาจากฝีมือนางเอง ย่อมทรงพลังเป็นทุนเดิม
แต่หรงเสี่ยวเหยี่ยนกลับจ้องมองมันอยู่นาน ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้า
ตู้ม!
คลื่นพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ระเบิดและกระจายออกไปรอบทิศทาง!
ฉู่หลิวเยว่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว นางดีดนิ้วเบาๆ สร้างม่านพลังขึ้นมาเพื่อปกคลุมพลังที่ระเบิดออกมาทั้งหมดและรวบรวมมันไว้ในทันที
หรงเสี่ยวสวินกลับหันใบหน้าเล็กๆ มา ดวงตาฉายแววตื่นเต้นและคาดหวังอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่าเขากำลังรอคำชม
ผลงานของเขาในครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนอย่างมาก!
ฉู่หลิวเยว่ “…”
นางรู้สึกกังวลเล็กน้อย
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เพียงพอให้พวกเขาสองคนรื้อถอนจนหมดหรือไม่นะ
ขณะนั้นจื่อเฉินก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่หลิวเยว่เข้าพอดี
“นายท่าน”
เขาทำความเคารพ
เมื่อหรงเสี่ยวเหยี่ยนกับหรงเสี่ยวสวินเห็นเขาเข้ามาก็เผยสีหน้าดีใจขึ้นทันที
แต่ฉู่หลิวเยว่กลับนิ่งเฉย เพียงแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่งพลางแสร้งยิ้ม
“จื่อเฉิน เจ้าช่างเก่งนัก”
จื่อเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ
“สิ่งที่ข้าเคยทำไปก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นความผิดของจื่อเฉินเอง แต่…นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าปรารถนาจริงๆ”
ฉู่หลิวเยว่แทบไม่เคยเห็นเขาเปิดเผยความรู้สึกออกมาเช่นนี้
ก่อนหน้านี้เขาปกปิดไว้อย่างลึกที่สุด อีกทั้งนางเองก็มีเรื่องวุ่นวายมากมาย จึงไม่ได้ใส่ใจนัก
ที่แท้…
“ถวนจื่อยังเด็ก”
นางกล่าวขึ้น
ฉู่หลิวเยว่เคาะนิ้วเบาๆ
จื่อเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยถามขึ้น
“ท่าน…ไม่ยอมรับหรือ”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
“เดิมทีในกฎของการหาคู่ มีข้อกำหนดเรื่องอายุอยู่ด้วย”
จื่อเฉินตัวแข็งค้างทันที
“หากข้าคิดจะไม่ให้โอกาสเจ้าเลย เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าร่วม”
เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาจะจมลึกอยู่ในความคิด ผ่านไปนานเขาจึงค่อยๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“ในตอนนั้นข้ายังเด็กและเลือดร้อน อีกทั้งหยิ่งผยองอย่างที่สุด เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มได้ไม่นาน ก็แย่งชิงตำแหน่งผู้นำแห่งอินทรีสามตาได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจากผ่านความรุ่งเรืองและตกต่ำมานับครั้งไม่ถ้วน บ้างก็เข้าสู่ห้วงนิทรา บ้างก็สูญเสียพลัง จนใช้ชีวิตเลื่อนลอยมานับพันปี”
“การผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง ข้ายอมรับว่าข้าเผชิญกับอันใดมามากเกินไป เมื่อเทียบกับความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของนางแล้ว ข้ากลับไม่คู่ควรกับนางเลยจริงๆ”
“แต่ว่า…”
เขาหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ละคำเหมือนผ่านการไตร่ตรองมานาน ก่อนจะเอ่ยออกมาในที่สุด
“ความรู้สึกนี้…กลับเป็นครั้งแรกที่ข้ามี”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ผ่านไปชั่วครู่นางพูดด้วยรอยยิ้มขึ้นว่า
“แล้วเจ้าก็ยังปล่อยให้ถวนจื่อต้องลำบากไล่ตามเจ้าอีกหรือ ความรู้สึกนี้ของเจ้านางคงยังไม่รู้กระมัง”
จื่อเฉินพยักหน้า
“ข้าจะทำให้นางรับรู้ได้เอง”