ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 79 หนังสือสมรส
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง มู่หงอวี่หยิบพันธสัญญาฉบับนั้นขึ้นมา
แม้จะเป็นเพียงแผ่นกระดาษบางๆ แต่นางกลับรู้สึกว่ามันหนักราวพันชั่ง
เคยมีหลายครั้งที่นางอยากจะเอาของสิ่งนี้กลับคืนจากมือของเจี่ยนเฟิงฉือ
แต่เมื่อเขาคืนมันให้นางจริงๆ กลับรู้สึกแน่นในอกราวกับมีบางสิ่งกำลังบีบรัดหัวใจของนาง
“เจี่ยนเฟิงฉือ”
นางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดวันนี้ข้าถึงมาหาเจ้า”
เจี่ยนเฟิงฉือก้มสายตาลงเล็กน้อย พลางจ้องมองนางอย่างเงียบงัน
ดวงตาของเขาราวกับมหาสมุทร ลึกจนยากจะหยั่งถึง แต่ในส่วนลึกกลับดูเหมือนมีคลื่นอารมณ์พลุ่งพล่าน
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และพูดด้วยรอยยิ้มขึ้นว่า
“มีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ”
อันที่จริงมู่หงอวี่แทบไม่เคยเป็นฝ่ายมาหาเขาก่อน
เขาคิดไปคิดมา ก็คงมีเหตุผลเดียวแล้ว
แต่มู่หงอวี่กลับส่ายหน้า
“ไม่ใช่”
เจี่ยนเฟิงฉือจมอยู่ในความคิดอีกครั้ง พลางกุมหน้าไว้
เช่นนั้นเขาก็ไม่รู้แล้วจริงๆ
“ดูแล้วคงไม่มีเรื่องสำคัญอันใด เช่นนั้นข้าขอตัวไปพักก่อน อย่างใดสิ่งนี้ก็คืนให้เจ้าแล้ว เจ้าก็กลับไปได้อย่างสบายใจ ต่อไปอยากทำอันใดก็ทำ อยากอยู่กับใครก็…”
เขาพูดออกมาได้เพียงครึ่ง ก่อนจะเม้มปากเงียบไป ส่วนที่เหลืออีกครึ่งประโยค ไม่ว่าอย่างใดก็ไม่อาจเอ่ยออกมาได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจพูดอันใดได้มากไปกว่านี้
เขาไล่ตามเด็กสาวคนนี้มานานขนาดนี้ แล้วจะปล่อยให้นางไปอยู่กับคนอื่นได้อย่างใด?
เขาไม่พูดอันใดอีก เพียงแค่มองนางอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย สายตาไล่ไปตามใบหน้าของนางราวกับต้องการจดจำภาพทุกอย่างไว้ในใจ
ในที่สุดเขาคลายมือออก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
แต่ทันใดนั้นมู่หงอวี่กลับคว้ามือของเขาไว้
“ช้าก่อน”
นางหันตัวกลับมาเล็กน้อย
“เจี่ยนเฟิงฉือ เจ้าแน่ใจว่าจะคืนสิ่งนี้ให้ข้าจริงๆ”
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกว่าตัวเองคงเมาหนักอย่างมาก
เขากลับมองเห็นความอาวรณ์และความลังเลเล็กน้อยในดวงตาของนาง
“อืม ข้าคืนให้เจ้า”
เขาหัวเราะเบาๆ คิ้วและดวงตาของเขาดูมีเสน่ห์และเย้ายวนใจในแบบของเขา
“เดิมทีของสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้านี่แหละที่ได้เปรียบมามากพอแล้ว ตอนนี้คืนให้เจ้า ก็ถือว่าสมควรแล้ว”
มู่หงอวี่ไม่ได้ตอบอันใด เพียงแค่กำพันธสัญญาในมือไว้แน่น
เจี่ยนเฟิงฉือไม่ได้สังเกตท่าทีของนางในตอนนี้เลย รู้เพียงว่าเมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน ฤทธิ์สุราก็ยิ่งแล่นพล่านจนทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากขึ้น
ริมฝีปากบางของเขายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือกดที่หว่างคิ้วพลางพูดด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านขึ้นว่า
“ตอนแรกใครจะไปคิด ไม่เพียงไม่ได้เปรียบเลยสักนิด แต่กลับแพ้จนหมดตัว สูญเสียทุกอย่างจนหมดสิ้น”
เขายกทั้งตัวให้นางไปหมดแล้ว แต่นางกลับไม่ยอมรับ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาได้แต่หัวเราะพลางส่ายหน้า ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง
เจี่ยนเฟิงฉือหันกลับมามองนาง
เขามองนางด้วยสายตาสบายๆ ใบหน้าผ่อนคลาย ด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตาสีฟ้าสดใสคู่นั้นกลับดูลึกล้ำและเยือกเย็นเป็นพิเศษ
เมื่อถูกเขามองอย่างไม่มีเหตุผลมู่หงอวี่ก็รู้สึกประหม่าขึ้นทันที นางจึงรีบอธิบายว่า
“เจ้าดูเมาหนักมาก ข้ารอเจ้ากลับเข้าห้องแล้วจะไป”
เจี่ยนเฟิงฉือพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินต่อไปข้างหน้า
เมื่อเดินไปได้สองก้าว จู่ๆ เขาก็เค้นหัวเราะขึ้นมา
“นี่เป็นครั้งแรก ที่เจ้าตามหลังข้า…”
ถึงแม้จะไม่ใช่ในความหมายที่เขาคิด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อยมันก็พอปลอบใจเขาได้บ้าง
บางทีอาจจะเป็นเพราะสุราร้อนแรงเกินไป หรือค่ำคืนนี้หนาวเหน็บเกินทน ทำให้เขาไม่อยากคิดอันใดไปมากกว่านี้อีกแล้ว
มู่หงอวี่ไม่ได้โต้แย้งคำพูด และยังคงเดินตามอยู่ข้างหลังเขาอย่างเงียบๆ ราวกับทำไปเพราะความเป็นห่วงสหายอย่างแท้จริง
“เอี๊ยด!”
เจี่ยนเฟิงฉือเดินมาถึงหน้าประตู ก่อนจะผลักประตูเปิดออกและก้าวเข้าไปด้านใน
แต่เพราะไม่ทันระวัง เขาสะดุดธรณีประตูเข้าอย่างจัง ร่างของเขาเสียการทรงตัวและล้มไปข้างหน้าโดยไม่อาจควบคุมได้!
“ระวัง!”
มู่หงอวี่ตอบสนองได้รวดเร็ว นางรีบพุ่งตัวมาขวางหน้าของเจี่ยนเฟิงฉือ และคว้าตัวเขาไว้ทันที!
แต่เจี่ยนเฟิงฉือเป็นผู้ชายร่างใหญ่ และในตอนนี้ยังเมามาก ทำให้ร่างของเขาหนักจนเกือบจะดึงมู่หงอวี่ล้มไปด้วย
นางถอยหลังไปครึ่งก้าวและพยายามประคองเขาไว้ได้
ในตอนนี้เจี่ยนเฟิงฉือแทบจะอยู่ในอ้อมกอดของนางเรียบร้อยแล้ว
“เจี่ยนเฟิงฉือ?”
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเอ่ยเรียกเขา
เจี่ยนเฟิงฉือกลับจับไหล่ของนางไว้แน่น
มู่หงอวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เขาอยู่ใกล้นางมาก และยังเอียงศีรษะเข้ามาอีก
หากไม่ระวัง เกรงว่า…
นางจึงตบเรียกเจี่ยนเฟิงฉือ
ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก นางก็ได้ยินเสียงเขาพึมพำอันใดบางอย่างเบาๆ
ใกล้ถึงเพียงนี้นางจึงได้ยินชัดทุกคำ
“คนไร้หัวใจ…”
เขาหลับตาแน่น ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์สุรา คิ้วรูปกระบี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่กลับแฝงความน้อยใจอย่างมาก
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หัวใจของมู่หงอวี่ก็อ่อนลงทันที
เจี่ยนเฟิงฉือเป็นคนหยิ่งทะนง เจ้าสำราญ และใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีมาโดยตลอด
นางไม่เคยได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้และไม่เคยเห็นเขาในสภาพเช่นนี้มาก่อนเลย
เขาดูเหมือน…เด็กน้อยคนหนึ่ง
มู่หงอวี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะโต้กลับเสียงเบาว่า
“ใครกันไม่มีหัวใจ เจ้านี่ช่างโยนความผิดให้คนอื่นเก่งนัก”
คาดไม่ถึงว่าแม้แต่หนังสือพันธสัญญาก็ยังคืนให้นาง!
เหมือนเจี่ยนเฟิงฉือจะได้ยินคำพูดของนาง คางของเขาแตะเบาๆ บนไหล่ของนาง ก่อนจะพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็วและตะโกนออกไปข้างนอกเสียงดังว่า
“อวิ๋นมู่เฉิน! เจ้าพูดจาเหลวไหล! เจ้าเป็นคนทำลายชื่อเสียงของข้า!”
ทว่าอวิ๋นมู่เฉินได้หายตัวไปนานแล้ว
มู่หงอวี่ปวดหัวขึ้นทัน
เจี่ยนเฟิงฉือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมา ทว่าบนใบหน้าที่หล่อเหลาสง่างาม กลับปรากฏความน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าถนอมตัวมาหลายปี แม้แต่เอวของแม่นางก็ไม่เคยแตะต้อง แม้แต่ภรรยายังไม่ยอมรับข้าเลย…”
เขาลดสายตาลงพลางหัวเราะอย่างขมขื่น
“ต่อให้พูดออกไป ก็เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อกระมัง”
มู่หงอวี่จ้องมองเขาอยู่นาน พลางถอนหายใจเบาๆ
“ข้าเชื่อ!”
เจี่ยนเฟิงฉือดูเหมือนจะเป็นคนเสเพล แต่ในความเป็นจริงเขาไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น
มู่หงอวี่ที่รู้จักเขามานาน แม้ว่าเขาไม่เคยอธิบายเรื่องนี้ แต่นางก็เข้าใจเขาอย่างแท้จริง
เจี่ยนเฟิงฉือจ้องมองนาง ดวงตาคู่นั้นยังคงใสกระจ่างเหมือนวันแรกที่ได้พบกัน
นางบอกว่านางเชื่อ
ในชั่วพริบตาราวกับประกายดวงดาวร่วงหล่นลงมา แผดเผาหัวใจของเขาจนสั่นไหว
แทบไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง พลางประคองใบหน้าของนางเอาไว้
ความปรารถนาอันยากจะควบคุมพลันถาโถมเข้ามา เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็หยุดตัวเองไว้ เขาเพียงหลับตา พยายามยับยั้งใจและหวงแหนนางเป็นที่สุด จากนั้นจึงค่อยๆ กดหน้าผากขอนางอย่างแผ่วเบา
“หงอวี่ เจ้ากลับไปเถอะ”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า
“ข้ากลัวว่าข้า…”
เขากลัวเหลือเกินว่าจะอดใจไม่ไหวและเผลอจูบนางเข้า
ความคิดพุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง แต่จะทนมันได้อย่างใด
มู่หงอวี่พูดขึ้นว่า
“เช่นนั้นเจ้าก็ปล่อยข้าสิ”
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกแน่นที่อก และค่อยๆ คลายมือออกในที่สุด
ถึงแม้จะมีฤทธิ์ของสุรา เขาก็ไม่กล้าล่วงเกินนางแม้แต่น้อย
ทว่ามู่หงอวี่กลับไม่ได้เดินจากไป เพียงแต่ยกพันธสัญญาในมือขึ้นมาเท่านั้น
ในห้องที่มืดสลัว ดวงตาอันกลมโตของนางกลับดูสว่างสดใสยิ่งนัก
นางจับมือเขาแล้ววางสิ่งนั้นกลับลงไปในมือของเขา
เจี่ยนเฟิงฉือแข็งค้างไปทั้งตัวทันที
มู่หงอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“เจี่ยนเฟิงฉือ วันนี้ข้ามาหาเจ้าเพราะอยากแลกเปลี่ยนบางสิ่งกับเจ้า”
“ข้าอยากใช้พันธสัญญาฉบับนี้ แลกกับหนังสือสมรสได้หรือไม่”