ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 80 ขอบใจเจ้า
หนังสือสมรส
คำนี้ดังก้องเข้ามาในหูของเขา ราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้สมองของเจี่ยนเฟิงฉือปั่นป่วนขึ้นทันที
เขามองมู่หงอวี่อย่างประหลาดใจ ในชั่วขณะนั้นเขาแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือความจริงหรือภาพลวงตา
เป็นเขาที่คืนนี้ดื่มมากจนเกินไป เมาจนแทบไม่ได้สติ หรือว่า…
“หงอวี่ เจ้า…ยินดีจะแต่งกับข้าแล้วหรือ”
เสียงของเขาแผ่วเบา แฝงไปด้วยความลังเลอยู่หลายส่วน
แม้จะเป็นเพียงความฝัน เขาก็ยังไม่กล้ารบกวนนาง
มู่หงอวี่มองดูท่าทีเหม่อลอยที่หาได้ยากของเขา ทั้งน่าหงุดหงิดและน่าขันในเวลาเดียว
ประโยคเมื่อครู่ เกือบจะเท่ากับว่านางขอเขาแต่งงานอย่างตรงไปตรงมา แล้วเหตุใดเขาถึงยังไม่ตอบรับอีกเล่า
แม้นางจะมีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่อย่างใดนางก็ยังเป็นแม่นางคนหนึ่ง ในเรื่องเช่นนี้นางก็อดที่จะรู้สึกเขินอายไม่ได้
ประโยคที่พูดออกไปเมื่อครู่ได้ใช้ความกล้าทั้งหมดที่นางรวบรวมมาอย่างยากลำบากจนหมดสิ้น
นางฮึดฮัดเบาๆ พลางพูดว่า
“หากเจ้าไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ”
พูดจบ นางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ตั้งใจจะเดินอ้อมเจี่ยนเฟิงฉือเพื่อจากไป
แต่เจี่ยนเฟิงฉือคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ก่อนจะดึงตัวนางเข้ามากอดในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
ร่างบอบบางราวกับหยกที่อยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่น ราวกับได้ยินเสียงหัวใจของนางผสานกับเสียงหัวใจของเขาดังกึกก้องอยู่ภายใน
“เช่นนั้นจะได้อย่างใด”
เขาวางคางลงที่ไหล่ของนาง ราวกับกลัวว่านางจะหนีไปอีกและกอดนางไว้แน่นกว่าเดิม
“เจ้าตอบตกลงแล้ว จะกลับคำได้อย่างใด”
เขากอดแน่นจนเกินไป
“เจียนเฟิงฉือ ข้าเจ็บ!”
นางยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนเท้าของเขาเต็มแรง
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกเจ็บ แต่กลับไม่สนใจตัวเองเอาเสียเลย เมื่อได้ยินนางบอกว่าเจ็บ เขาก็รีบคลายอ้อมแขนออกทันที
สายตาที่มองนางนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจที่ยากจะบรรยาย
“ข้าทำเจ้าเจ็บหรือ”
มู่หงอวี่เห็นเขาทำหน้าตาตื่นด้วยความกังวล ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ไม่ ข้าไม่เจ็บ”
นางพูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบต้นคอเบาๆ
“แค่…จั๊กจี้นิดหน่อย”
เมื่อครู่ตอนที่เจี่ยนเฟิงฉือพูดนั้นอยู่ใกล้อย่างมาก
แม้ตอนนี้ทั้งสองจะถอยห่างออกมาแล้ว แต่ความรู้สึกวูบวาบนั้นกลับยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวกาย
เจี่ยนเฟิงฉือได้ยินดังนั้น จึงหรี่ตาลงและพูดขึ้นว่า
“งั้นข้าช่วยเจ้า”
มู่หงอวี่ยังไม่ทันตั้งสติ ก็รู้สึกได้ว่าชายตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง
แขนยาวของเขาโอบรอบเอวบางของนางไว้ ก่อนจะดึงตัวนางเข้าสู่อ้อมแขน
อาจเป็นเพราะไม่อยากทำพลาดเหมือนครั้งก่อน ที่ไม่ระวังจนทำให้นางเจ็บ ครั้งนี้แม้ท่าทีของเขาจะเด็ดขาด แต่การกระทำกลับอ่อนโยนขึ้นมาก
มู่หงอวี่พูดขึ้นอย่างงุนงงว่า “เจ้าจะทำอัน…”
แต่เสียงของนางกลับหยุดลงอย่างกะทันหัน
ทุกถ้อยคำพลันสลายไป เมื่อริมฝีปากอ่อนนุ่มค่อยๆ แตะลงอย่างแผ่วเบาที่ต้นคอของนาง
จู่ๆ หัวใจของนางพลันเต้นแรงขึ้น ราวกับจะทะลุออกมาจากอก ความรู้สึกเหมือนไฟเผาจากจุดนั้นแผ่กระจายความร้อนแรงไปทั่วร่างในชั่วพริบตา
“เจ้า!”
นางรู้สึกเขินอายอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าเจี่ยนเฟิงฉือผู้นี้จะ จะกล้าทำเช่นนี้…!
วิธีการเช่นนี้ เขาไปเรียนรู้มาจากที่ใดกัน?
นางถอยหลังไปครึ่งก้าวและเงยหน้าขึ้นเพื่อดูให้แน่ชัดว่าชายผู้นี้เมาจริงหรือแสร้งทำกันแน่!
เมื่อเจี้ยนเฟิงฉือเห็นท่าทีของนาง เขากลับยอมปล่อยมืออย่างว่าง่าย
เขาก้มลงมองนางด้วยสายตาอบอุ่นและอ่อนโยน เต็มไปด้วยความทะนุถนอมและหวงแหน
“แบบนี้ดีขึ้นหรือยัง”
แม้ดวงตาของเขาจะเจือไปด้วยฤทธิ์สุรา แต่กลับใสกระจ่างอย่างน่าประหลาด
ท่าทางของเขาดูเหมือนเพิ่งใช้มือช่วยเกาที่คอของนางเบาๆ ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ใบหน้าของมู่หงอวี่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นว่าเจี่ยนเฟิงฉือไม่ได้ทำอันใดเกินเลย เพียงรอคำตอบจากนางด้วยสีหน้าจริงจัง นางก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองคงคิดมากไปเอง
กลิ่นเหล้าอันรุนแรงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
มู่หงอวี่แอบตำหนิตัวเองในใจ
อาจเป็นเพราะฤทธิ์สุรา นางจะไปโต้เถียงอันใดกับคนเมา?
หลังจากนิ่งไปสักพัก นางก็ตอบกลับอย่างอึกอักว่า
“ดี…ดีขึ้นมากแล้ว”
คำพูดที่ออกมานั้นทำให้นางรู้สึกราวกับไฟลุกไปทั้งตัว
มู่หงอวี่รู้สึกเวียนหัว
“เช่นนั้นก็ดี”
มู่หงอวี่จ้องมองเขาแล้วอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ว่าท่าทางของชายผู้นี้ในตอนนี้ ดูว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ช่างเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่ใช่ท่าทีของคุณชายเจี่ยนเจ้าสำราญและอิสระเสรีในยามปกติ
สายตาทั้งคู่ประสานกัน สร้างบรรยากาศที่คล้ายมีความรู้สึกบางอย่างแผ่กระจายอยู่โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ใบหน้าของเจี่ยนเฟิงฉือราวกับปีศาจเจ้าเล่ห์โดยแท้จริง
แม้ว่าเขาจะไม่พูดอันใด เพียงแค่มองมาด้วยสายตาสงบนิ่งเช่นนี้ ก็ยังคงสะกดใจนางอย่างลึกล้ำ
จนมู่หงอวี่เริ่มรู้สึกทนไม่ไหว
นางผลักเขาเบาๆ และพูดขึ้นว่า
“ข้าจะพาเจ้าไปพักนะ”
พูดจบ นางก็พาเขาเข้าไปในห้อง
เจียนเฟิงฉือเดินตามหลังนางไปครึ่งก้าว และยอมให้นางจัดการโดยไม่ขัดขืน
ด้านหลังที่มู่หงอวี่มองไม่เห็น เขาขยับขนตาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองเบาๆ
คืนนี้เขาดื่มเหล้าไปไม่น้อย อารมณ์มากมายภายในใจก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วยฤทธิ์สุรา
แต่…ยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาเมาจนขาดสติได้
เมื่อเห็นมู่หงอวี่ยังคงเดินเข้าไปข้างใน สายตาของเขาก็เผลอมองไปยังเตียงกว้างที่ดูนุ่มสบายเป็นพิเศษในเวลานี้
มือของนางอ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูก และเมื่อเข้ามาใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆ
กลิ่นนั้นผสมกับกลิ่นสุรา ยิ่งชวนให้หลงใหลจนยากจะละสายตา
ไม่ได้
ไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อได้แล้ว
เจี่ยนเฟิงฉือหลับตาลงชั่วครู่
นางหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ
“มีอันใดหรือ”
เจี่ยนเฟิงฉือมองนางด้วยสายตาลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่มีอันใด
เพียงแค่ไม่กล้าอยู่ในห้องเดียวกับนางต่อไปเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอันใดได้อีก
เขากุมมือนางไว้แน่น และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ตอนนี้ข้าไม่อยากนอน”
มู่หงอวี่มองเขาด้วยความงุนงงพลางเอ่ยถามขึ้น “แล้วเจ้าอยากทำอันใดล่ะ”
เจี่ยนเฟิงฉือชะงักไปครู่หนึ่ง
“ตามข้ามา”
…
บริเวณลานบ้านอีกฝั่งของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด แต่ที่นี่กลับยังคงมีแสงไฟส่องสว่าง
แสงสีเหลืองอันอบอุ่นลอดผ่านมาจากหน้าต่าง สะท้อนให้เห็นเงาร่างสูงสง่าของใครบางคน
ภายในห้อง
ถวนจื่อกำลังนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กๆ ของนางเงยขึ้นด้วยความกระตือรือร้นพลางพูดขึ้นว่า
“เจ้ายังไม่ได้บอกเลยนะ! เป็นเจ้าหรือไม่ที่ชอบข้าก่อน? วันนี้ถ้าเจ้าไม่พูดให้ชัดเจน ข้า…ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
พูดจบ นางก็นอนราบลงไปกับเตียง ยึดครองพื้นที่ทั้งเตียงไว้โดยสมบูรณ์ แววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
ทว่าท่าทีร่าเริงสดใจของนาง กลับแสดงออกถึงความแน่วแน่อย่างชัดเจน
จื่อเฉินนวดหว่างคิ้วเบาๆ
หลังจากเหตุวุ่นวายในตอนกลางวัน เขายังไม่มีโอกาสได้พูดอันใดมากนัก ฉู่หลิวเยว่ทิ้งไว้เพียงประโยคว่า “ให้ถวนจื่อคิดให้ดีๆ” ก่อนจะพาถวนจื่อที่ยังสับสนมึนงงไปจากที่นั่นทันที
จนกระทั่งตอนกลางคืนถวนจื่อกลับวิ่งมาหาเขาเอง พร้อมทั้งจับเขาไว้แล้วซักถามไม่หยุด
เขาเพิ่งจะเข้าใจคำพูดของฉู่หลิวเยว่ที่มีความหมายว่าให้ถวนจื่อคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบ…
เขาไอเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางด้านข้าง
“ข้าจะไปอาบน้ำ หากเจ้าจะนอนที่นี่ก็ได้ ด้านนอกยังมีเตียงเล็กๆ อยู่ เดี๋ยวข้าจะไปนอนที่นั่น”
ถวนจื่อกระโดดขึ้นมาทันที วิ่งเท้าเปล่าพุ่งไปยืนขวางหน้าเขาไว้และพูดขึ้นว่า
“งั้นข้าไปอาบด้วย!”
นางไม่เชื่อว่าจะถามไม่ได้!
เมื่อคำพูดสิ้นสุดลง ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
“จื่อเฉิน ข้าพาหงอวี่มาขอบคุณ…”
เจี่ยนเฟิงฉือและมู่หงอวี่ยืนอยู่หน้าประตู มองเห็นภาพที่ถวนจื่อกำลังจะกอดจื่อเฉินอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังได้ยินคำประกาศของนางอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ขอบใจเจ้า…”
จื่อเฉิน “…”
ถวนจื่อ “…”
……………