ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 49 อดทนดั่งมีดจ่อคอหอย
เสียงหัวเราะร่วนของสองพ่อลูกตระกูลซ่งบาดหูจนน่ารำคาญ ทว่าหลิวโย่วสุ่ยกลับนั่งนิ่ง ไม่สะทกสะท้านและไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองแม้แต่น้อย
ซ่งไห่ชางหุบยิ้มฉับพลัน “ประธานหลิว วันก่อนคุณไล่พวกเรากลับ พวกเราก็ยอมถอย คุณเอาคลิปนั่นไปประเคนให้ไอ้เด็กแซ่ลั่ว พวกเราก็ยังเงียบ ถือว่าไว้หน้าคุณสุดๆ แล้ว ตบหน้าพวกเราฉาดใหญ่โดยที่พวกเราไม่สวนกลับสักแอะ แต่วันนี้… คุณยังกล้ามาขอแบ่งหุ้นชิงซานเอเนอร์จีอีก ไม่คิดว่ามันขูดรีดกันเกินไปหน่อยหรือไง”
“เหล่าซ่ง วงการธุรกิจก็ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์กันทั้งนั้น” หลิวโย่วสุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าไม่มีไพ่เด็ดติดมือ ฉันคงไม่ถ่อมาเจรจากับพวกคุณหรอก”
“ถ้ากะจะเอาคลิปนั่นมาขู่ล่ะก็ คุณคิดผิดถนัด” ซ่งตงหมิงแค่นเสียงหยัน “เรื่องนั้นผมเคลียร์จบไปแล้ว นังนั่นรับเงินก้อนโตปิดปากไปเรียบร้อย ต่อให้ถึงศาล มันก็จะให้การว่าสมยอม ส่วนคลิปบัดซบนั่นก็แค่รสนิยมบนเตียง ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”
หลิวโย่วสุ่ยยิ้มมุมปาก “ถ้าคิดจะแจ้งความ ฉันส่งคลิปให้ตำรวจไปตั้งนานแล้ว ทำแบบนั้นแล้วฉันจะได้เศษเงินสักแดงไหมล่ะ”
“แล้วไพ่ตายของคุณคืออะไร” ซ่งไห่ชางหรี่ตาถาม
“เยี่ยจือไงล่ะ” หลิวโย่วสุ่ยตอบกลั้วรอยยิ้ม
คนที่แอบฟังอยู่ตรงโถงทางเดินอย่างลั่วหยางถึงกับหัวใจกระตุกวูบ
ภาพเหตุการณ์ประหลาดเมื่อเช้าแล่นปราดเข้ามาในหัว ซ่งเหม่ยฉีมีอาการหวาดกลัวหลิวโย่วสุ่ยอย่างหนัก พอคล้อยหลังชายคนนี้ เด็กน้อยก็ร้องไห้บอกว่าเห็นแม่ตกลงไปในหลุมมืดที่มีแต่โครงกระดูกขาวโพลน... หรือว่าเด็กคนนั้นจะมองเห็นอนาคต
“เยี่ยจือเป็นสะใภ้ตระกูลซ่ง จะไปเป็นไพ่ตายให้คุณได้ยังไง” ซ่งไห่ชางขมวดคิ้ว
หลิวโย่วสุ่ยจงใจกดเสียงต่ำลง “ฉันรู้มาว่าก่อนตาย ซ่งตงซานลูกชายคุณทำพินัยกรรมทิ้งไว้ หุ้นทั้งหมดของเขาแบ่งให้เยี่ยจือครึ่งหนึ่ง และให้ซ่งเหม่ยฉีหลานสาวคุณอีกครึ่งหนึ่ง แถมในนั้นยังระบุเงื่อนไขชัดเจน... หากเยี่ยจือแต่งงานใหม่ สิทธิ์ขาดในการดูแลลูกจะถูกริบคืนทันที”
ซ่งไห่ชางแค่นเสียงเย็นชา “ประธานหลิว คุณนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เรื่องภายในครอบครัวยันพินัยกรรมลูกชายผมยังสืบจนทะลุปรุโปร่ง”
หลิวโย่วสุ่ยยกยิ้มบาง “ถ้าเดาไม่ผิด ละครฉากใหญ่ที่พวกคุณบุกไปจับชู้ถึงบ้านเยี่ยจือวันก่อน ก็เพื่อจะยัดข้อหาคบชู้ให้เธอ แล้วหาข้ออ้างแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูซ่งเหม่ยฉีกลับมาสินะ ความคันไม้คันมือของพวกคุณน่ะฉันเข้าใจได้… แต่วิธีการตื้นเขินแบบนั้น ฉันคงชื่นชมไม่ลงจริงๆ”
“ประธานหลิว นี่มันเรื่องภายในตระกูลซ่ง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณสักนิด” ซ่งตงหมิงตบโต๊ะสวนทันควัน
“ตงหมิง ใจเย็นๆ ฟังฉันพูดให้จบก่อน” หลิวโย่วสุ่ยปรามเบาๆ “ฉันขอพูดอะไรขัดหูหน่อยก็แล้วกัน ผู้หญิงหัวไวอย่างเยี่ยจือ ต่อให้ไปคั่วกับไอ้เด็กแซ่ลั่วจนถึงขั้นหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่ด้วยกัน ขอแค่ยังไม่จดทะเบียนสมรส พวกคุณก็ไม่มีหน้าไปฟ้องร้องอะไรเธอได้หรอก ตอนนี้พวกคุณก็ฉีกหน้ากับเธอไปแล้ว คิดหรือว่าเธอจะไม่หาทางแยกตัว? ขอแค่เธอไปจดทะเบียนบริษัทใหม่ แล้วดึงทีมบริหารมืออาชีพไปทำแทน ถึงตอนนั้นชิงซานเอเนอร์จีก็คงเหลือแต่เปลือกกลวงๆ กับหนี้สินบานตะไท… แล้วพวกคุณก็จะไม่ได้อะไรติดมือเลยสักแดงเดียว”
“นังนั่นมันจะกล้าเรอะ” ซ่งตงหมิงถูกจี้ใจดำจนควันออกหู
“ตงหมิง หุบปากแล้วฟังประธานหลิวให้จบ” ซ่งไห่ชางตวาดลั่น
“วงการแบตเตอรี่ลิเธียมคือเหมืองทองระดับชาติที่รัฐบาลกำลังหนุนหลังเต็มที่ อนาคตสดใสแค่ไหนฉันคงไม่ต้องสอนจระเข้ว่ายน้ำ ตระกูลซ่งของพวกคุณมีสิทธิ์ผงาดขึ้นเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศ…” หลิวโย่วสุ่ยเว้นจังหวะ นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ “ถามจริงเถอะ… พวกคุณจะยอมให้ผู้หญิงต่างแซ่คนเดียว มาชุบมือเปิบฮุบทุกอย่างของตระกูลไปงั้นหรือ” น้ำเสียงของเขาแฝงเจตนาเสี้ยมสอนอย่างร้ายกาจ
ซ่งไห่ชางหรี่ตาลง “ประธานหลิว เรื่องที่คุณพูดมาทั้งหมดพวกเรารู้อยู่เต็มอก แต่ระดับประธานหลิวลงมาคลุกคลีเองแบบนี้… คงมีวิธีแก้ปัญหาเด็ดๆ แล้วสินะ”
หลิวโย่วสุ่ยทิ้งช่วงเงียบไปอึดใจ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกระซิบเสียงเหี้ยม “ถ้าเกิดว่า… เธอประสบอุบัติเหตุแล้วหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยล่ะ… แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมที่สมบูรณ์แบบที่สุดหรอกหรือ”
ประโยคนั้นราวกับน้ำมันราดลงบนกองเพลิงในอกของลั่วหยาง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างชายหนุ่ม เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นกรอบแกรบ แทบจะพังประตูเข้าไปกระทืบหน้าหลิวโย่วสุ่ยให้แหลกคาตีนเสียเดี๋ยวนี้
“ลองคิดดูสิเหล่าซ่ง… ถ้าเยี่ยจือหายสาบสูญ สิทธิ์ขาดในการดูแลซ่งเหม่ยฉีก็จะกลับมาเป็นของนายโดยชอบธรรม แถมหุ้นทั้งหมดในมือเยี่ยจือก็จะตกอยู่ใต้การควบคุมของตระกูลซ่งทันที” หลิวโย่วสุ่ยอธิบายต่ออย่างใจเย็น “จะมีแผนไหนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเท่านี้อีกล่ะ”
“ประธานหลิว นี่คุณหมายความว่าจะให้…” ซ่งไห่ชางละทิ้งประโยคสุดท้ายไว้แค่นั้น แต่ลั่วหยางที่แอบฟังอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าชัดเจน เดาได้ไม่ยากเลยว่าตาเฒ่าสารพัดพิษนั่นกำลังทำท่า ‘ปาดคอ’ เพื่อสื่อความหมาย
หลิวโย่วสุ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอ “เหล่าซ่ง นายก็คิดลึกไป ฉันมันพ่อค้าทำมาหากินสุจริต เรื่องนองเลือดผิดกฎหมายพรรค์นั้นใครเขาทำกัน ตอนนี้เยี่ยจืออยู่ที่ชิงตี้ ที่นั่นมีแต่ทะเลทรายโกบีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าเกิดว่าเธอ ‘เผลอ’ ขับรถหลงเข้าไปจนหาทางออกไม่เจอ... นั่นมันก็เวรกรรมของเธอเอง จะไปโทษใครได้”
“ฮ่าๆๆ” ซ่งไห่ชางระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจ
“เรื่องสกปรกพวกนี้มีคนคอยรับจบให้ ท้ายที่สุดมันจะไม่สาวมาถึงตัวนายหรือตัวฉันแม้แต่ปลายก้อย” หลิวโย่วสุ่ยยื่นข้อเสนอ “พวกคุณแค่พยักหน้าเซ็นสัญญา พอเรื่องจบสวยงาม ก็แบ่งหุ้นก่อตั้งชิงซานเอเนอร์จีให้ฉันสิบห้าเปอร์เซ็นต์… แฟร์ๆ ดีไหมล่ะ”
บรรยากาศในห้องวีไอพีตกอยู่ในความเงียบงัน
การพรากชีวิตคนไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ ต่อให้เป็นคนหุนหันพลันแล่นอย่างซ่งตงหมิงก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจิ้งจอกเฒ่าอย่างซ่งไห่ชางที่กำลังประเมินความคุ้มค่าในหัวอย่างหนัก
ลั่วหยางร้อนรนดั่งไฟสุมอก ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดหาเบอร์เยี่ยจือแล้วโทรออกทันที
เขาต้องรีบเตือนเธอ ให้เธอล้มเลิกงานทุกอย่างแล้วบินกลับมาปาเฉิงเดี๋ยวนี้
หลังจากโทรเสร็จ เขาเตรียมจะถีบประตูห้องเข้าไปกระชากหน้ากากไอ้เดรัจฉานสามตัวนั่นให้หงายเงิบ แล้วตบสั่งสอนเรียงตัวให้ฟันหลุด!
มันไม่ใช่แค่การระบายอารมณ์โกรธ แต่เป็นการประกาศกร้าวให้หลิวโย่วสุ่ยรู้สันดานว่าแผนชั่วความแตกแล้ว หากเยี่ยจือมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียว ทั้งมันและตระกูลซ่งต้องชดใช้จนพังพินาศ
ทว่า… สิ่งที่ตอบรับกลับมามีเพียงเสียงโอเปอเรเตอร์อัตโนมัติที่ไร้ความรู้สึก
“หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”
ความกระวนกระวายพุ่งทะยานจนจุกอก ลั่วหยางเริ่มเหงื่อซึมหน้าผาก
จังหวะเดียวกันนั้น หูของเขาก็ได้ยินเสียงหลิวโย่วสุ่ยดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง “ถือว่าตกลงตามนี้นะ… เตรียมฉลองรอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย”
แม้สองพ่อลูกตระกูลซ่งจะไม่ได้เอ่ยปากตอบรับเป็นคำพูด แต่สำหรับเรื่องระยำพรรค์นี้ แค่การพยักหน้าเงียบๆ ก็ถือเป็นการทำสัญญาเลือดเสร็จสมบูรณ์แล้ว
“ประธานหลิว ผมมีเงื่อนไขอีกข้อ ผมต้องการให้ไอ้สวะแซ่ลั่วนั่นมาคุกเข่าโขกหัวรับผิดแทบเท้าผม” ซ่งตงหมิงกดเสียงเหี้ยม
หลิวโย่วสุ่ยแค่นหัวเราะ “จิ๊บจ้อยมาก ฉันบอกไปแล้วไงว่าหนี้แค้นคราวก่อน ฉันจะทวงคืนให้พวกคุณแน่ รอให้แผนการพวกเราลุล่วงเมื่อไหร่ ฉันจะลากคอไอ้เด็กนั่นไปคุกเข่าตรงหน้าคุณ ถึงตอนนั้นอยากจะกระทืบมันให้ตายยังไงก็เชิญตามสบาย”
เส้นความอดทนของลั่วหยางขาดผึง ชายหนุ่มก้าวพรวดออกมาจากหลังเสา หมายจะพังประตูเข้าไปบดขยี้กะโหลกพวกมันให้แหลกคามือ ทว่าในวินาทีที่กำลังจะลงมือ เขากลับชะงักฝีเท้ากึก ก่อนจะหมุนตัวเดินย้อนกลับไปทางเดิมอย่างเงียบเชียบ
สติสัมปชัญญะของเขาดึงกลับมาได้ทันเวลา
หากบุกเข้าไปตอนนี้ ด่านแรกที่ต้องเจอคือเจียงเยว่ ลูกสาวบุญธรรมสายบวกของหลิวโย่วสุ่ย ผู้หญิงที่เคยโดนยิงมาแล้วย่อมไม่ใช่บอดี้การ์ดกระจอกๆ เผลอๆ อาจจะเคยฆ่าคนมาแล้วด้วยซ้ำ ต่อให้เขาซัดเจียงเยว่จนหมอบ แล้วเข้าไปอัดหลิวโย่วสุ่ยกับพวกตระกูลซ่งจนเลือดกลบปากได้… นอกจากความสะใจชั่ววูบแล้วเขาจะได้อะไรกลับมา
สิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่มีพยานหลักฐานเอาผิดใครได้เลย กลับกัน หากเขาเปิดฉากบุกไปทำร้ายร่างกายคนอื่นในที่สาธารณะ นั่นต่างหากที่จะกลายเป็นคดีทำร้ายร่างกายและก่อความวุ่นวาย เผลอๆ อาจจะโดนยัดข้อหาจนต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุกเสียเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้โทรศัพท์ของเยี่ยจือก็ตัดขาดการติดต่อ เป็นไปได้สูงว่าเธออาจจะถูกหลอกให้หลงเข้าไปในเขตทะเลทรายหมางหยาที่ไร้ผู้คน สถานการณ์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย!
เป้าหมายสูงสุดตอนนี้คือต้องรีบบินไปชิงตี้เพื่อตามหาเยี่ยจือให้เจอ แล้วพาเธอกลับมาให้ปลอดภัย ขืนสติแตกบุกไปซัดหลิวโย่วสุ่ยตอนนี้ ก็เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น มาเฟียเฒ่านั่นอาจจะต่อสายตรงสั่งลูกน้องที่ชิงตี้ให้ปิดล้อมสกัดกั้นเขาได้ง่ายดาย ถึงตอนนั้น… เยี่ยจือจะยิ่งตกอยู่ในนรกของจริง
ต้องอดทนไว้ดั่งมีดจ่อคอหอย
รอพาตัวเยี่ยจือกลับมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อไหร่… เขาจะกลับมาถอนรากถอนโคนไอ้สวะสามตัวนี้ให้สูญพันธุ์เลยคอยดู