ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 6 ถูกผิดวัดกันที่เงิน
ท่าทางคุกคามแบบนี้ ไม่ใช่การมาเยี่ยมเยียนของญาติมิตรแน่นอน
ลั่วหยางขยับพรวดเดียว เอาตัวบังซ่งเหม่ยฉีไว้มิด
“แส่ไม่เข้าเรื่อง!” บอดี้การ์ดร่างยักษ์สบถพลางเงื้อหมัด ซัดเปรี้ยงเข้าใส่หน้าลั่วหยาง
แต่หมัดยังไม่ทันถึงตัว สองนิ้วของลั่วหยางก็พุ่งสวนกลับไปอย่างดุดัน! มันยังไม่ทันมองเห็นด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ดวงตาทั้งสองข้างก็ปวดร้าวรุนแรง โลกทั้งใบมืดสนิทในพริบตา
‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ ใช้รักษาคนได้… ก็ย่อมใช้ทะลวงกะโหลกคนได้เหมือนกัน
“อ๊ากก”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องวิลล่า
ลั่วหยางยืนหน้านิ่ง แววตาไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
ทุกอย่างอยู่ในความคาดหมาย ภายใต้สัมผัสของ ‘กายาจิตขมังเวท’ การเคลื่อนไหวของบอดี้การ์ดพวกนี้เชื่องช้าจนน่าหงุดหงิด ฝีมือแค่นี้ยังมีหน้ามารับจ้างกระทืบคนอีกงั้นเหรอ
เยี่ยจือมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งจัด ไม่อยากเชื่อสายตาว่าชายหนุ่มท่าทางสุภาพคนนี้ จะจัดการชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ลงได้ในเสี้ยววินาที
“ไอ้เวรเอ๊ย” บอดี้การ์ดอีกคนสบถอย่างหัวเสีย มันพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมหมัดหนักหน่วง หวังกระแทกสันจมูกลั่วหยางให้ยุบ
ลั่วหยางตวัดมือขวา นิ้วชี้กับนิ้วกลางกางออก ประกายแสงสายหนึ่งวาบผ่าน ก่อนจะพุ่งเสียบเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ
คนหนึ่งช้าเป็นเต่าคลาน
อีกคนเร็วปานสายฟ้า
ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มด้วยซ้ำ
“อ๊าก” บอดี้การ์ดกุมตาร้องเสียงหลง มันเซถอยหลังไปสะดุดร่างเพื่อนร่วมอาชีพ ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นทั้งคู่
เยี่ยจือกับซ่งเหม่ยฉีช็อกจนอ้าปากค้าง สองแม่ลูกหน้าเหวอประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ซ่งตงหมิงเพิ่งดึงสติกลับมาได้ ปากสั่นระริก “แก…” มันเค้นคำออกมาได้แค่นั้น เสียงที่เหลือจุกอยู่ที่คอหอย
ลั่วหยางปรายตามอง ซ่งตงหมิงสูดลมหายใจลึก พยายามดึงฟอร์มกลับมา “แกก็คือไอ้หมอกระจอกคนนั้นสินะ… แกชื่อลั่วหยางใช่ไหม”
ลั่วหยางพยักหน้ารับนิ่งๆ
ซ่งตงหมิงแผดเสียงตวาดกร้าว “แกเป็นบ้าอะไร รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ยังไม่ทันถามว่าฉันมาทำไม ก็กล้าลงมือกับคนของฉันเลยงั้นเหรอ”
ลั่วหยางตอบเสียงเรียบ “รู้สิ แกตั้งใจจะพาตัวเหม่ยฉีไป… แต่ฉันไม่อนุญาต”
ซ่งตงหมิงแค่นเสียงหยัน “พี่สะใภ้ พี่ได้ยินที่มันเห่าไหม”
น้ำเสียงของเยี่ยจือเย็นเยียบ “ได้ยินชัดเลย… พาหมาสองตัวของนายไสหัวออกไปซะ”
“พี่สะใภ้ คุณพ่อแค่อยากเจอหน้าหลาน ผมก็เลยแวะมารับตัวไปหา แบบนี้ไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้”
“พี่สะใภ้ คุณพ่อต้องใช้เส้นสายตั้งเท่าไหร่กว่าจะเชิญผู้อำนวยการหวังมารักษาเหม่ยฉีได้ แต่พี่กลับทำเรื่องขอออกจากโรงพยาบาลดื้อๆ ผมไปสืบมาหมดแล้ว ไอ้เด็กนี่มันก็แค่แพทย์ฝึกหัดที่เพิ่งโดนเตะโด่งออกมา พี่ไม่เพียงแต่ปล่อยให้หมอเถื่อนมารักษาลูก แต่ยังหิ้วมันกลับมาถึงบ้าน” ซ่งตงหมิงชี้หน้าลั่วหยาง “ดูจากน้ำเสียงที่มันพูดเมื่อกี้… สงสัยคงอยากจะเลื่อนขั้นเป็นพ่อคนใหม่ของเหม่ยฉีล่ะมั้ง”
เยี่ยจือตอกกลับเสียงแข็ง “อย่ามาพ่นคำรำคาญหู ฉันเชิญหมอลั่วมาเพื่อรักษาเหม่ยฉี ถ้าคุณพ่ออยากเจอหลานก็มาเยี่ยมได้ตลอดเวลา แต่ต่อให้เป็นเขา… ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเหม่ยฉีไปจากฉัน”
“แต่วันนี้ผมจะพาเหม่ยฉีกลับไปให้ได้ อยากจะรู้นักว่าใครหน้าไหนมันจะกล้าขวาง” ซ่งตงหมิงสาวเท้าตรงดิ่งไปหาเด็กน้อย
ซ่งเหม่ยฉีรีบหดตัวหลบหลังลั่วหยางมิดชิด
ซ่งตงหมิงชี้หน้าลั่วหยาง ข่มขู่เสียงเหี้ยม “ไอ้หนู เตือนเป็นครั้งสุดท้าย หลีกไปซะ ไม่งั้นฉันจะ—”
ลั่วหยางตวัดมือคว้าหมับเข้านิ้วของซ่งตงหมิง แล้วหักงอขึ้นด้านบนอย่างแรง
“โอ๊ยยย” ซ่งตงหมิงแหกปากลั่น หน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ลั่วหยางลากคอซ่งตงหมิงเดินลิ่วไปที่ประตู
ซ่งตงหมิงทั้งช็อกทั้งเดือดดาลจนหน้าดำหน้าแดงเป็นสีตับหมู แต่มือของชายหนุ่มกลับล็อกแน่นราวกับคีมเหล็ก มันสลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ทำได้แค่ล้มลุกคลุกคลานตามแรงลากไปอย่างทุลักทุเล
“ไอ้เด็กเวร แกจบเห่แน่ ฉันจะทำให้แกต้องเสียใจที่ทำแบบนี้”
พอถึงหน้าประตู ลั่วหยางก็เหวี่ยงร่างซ่งตงหมิงกระเด็นออกไป ร่างนั้นล้มกลิ้งคลุกฝุ่น เนกไทหลุดลุ่ย สูทอาร์มานี่เปื้อนดิน สภาพดูไม่จืด
“หอบเศษสวะสองตัวนี้ไสหัวออกไปซะ” ลั่วหยางตวาด บอดี้การ์ดตาบอดสองคนรีบตะเกียกตะกายโซซัดโซเซหนีหัวซุกหัวซุนออกไปสมทบผู้เป็นนาย
ซ่งตงหมิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ยกมือชี้หน้าลั่วหยางด้วยความแค้น
ปัง!
ประตูปิดกระแทกใส่หน้าดังสนั่น
ซ่งตงหมิงยืนหน้าชาดิกอยู่หน้าประตู ไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานสองนาน
ซ่งเหม่ยฉีหลับไปแล้ว
เมื่อกี้ยังเจื้อยแจ้วอยู่เลย เผลอแป๊บเดียวก็คอพับหลับปุ๋ย
เยี่ยจือหยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมร่างเล็ก
ลั่วหยางอยากเอ่ยปากปลอบ แต่พอคิดได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้อ่อนแอถึงขั้นต้องการคำปลอบโยน คำพูดทั้งหมดจึงถูกกลืนลงคอไป
“ดื่มอะไรหน่อยไหม” เยี่ยจือเดินตรงไปที่ตู้แช่ไวน์
“ผมไม่ดื่มครับ”
“คืนนี้ขอยกเว้นสักวัน ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยเถอะ”
ลั่วหยางขัดไม่ได้ จึงพยักหน้ารับ
เยี่ยจือหยิบวิสกี้กับแก้วคริสตัลทรงเหลี่ยมสองใบกลับมา รินแอลกอฮอล์สีอำพันลงไปจนเกือบเต็ม ลั่วหยางรับแก้วมาถือไว้
หญิงสาวจิบวิสกี้ไปสองอึก ก่อนจะเปิดบทสนทนา
“สามีฉันชื่อซ่งตงซาน เป็นประธานบริษัทชิงซานเอเนอร์จี ปีที่แล้วเขาไปสำรวจเหมืองลิเทียมที่ชิงไห่ แต่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต พินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่าหุ้นร้อยละสี่สิบเอ็ดของเขา จะถูกแบ่งให้ฉันยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ และให้เหม่ยฉีอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์…”
ลั่วหยางแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอจะยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง
“แต่ในพินัยกรรมมีเงื่อนไขพ่วงท้าย ถ้าฉันแต่งงานใหม่ สิทธิ์การเลี้ยงดูเหม่ยฉีจะตกเป็นของซ่งไห่ชาง พ่อตาของฉันทันที กฎของชิงซานเอเนอร์จีคือใครถือหุ้นใหญ่สุด คนนั้นกุมบังเหียนบริษัท พ่อตามีหุ้นอยู่ในมือยี่สิบสามเปอร์เซ็นต์ พอสามีฉันตาย พ่อของฉันก็เกษียณ เขาเลยทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งสิทธิ์ดูแลเหม่ยฉีมาให้ได้… ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมเมื่อกี้ถึงเกิดเรื่อง”
“พี่เยี่ย ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกมาได้เลยนะครับ”
“คุณจะช่วยอะไรฉันได้” เยี่ยจือจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ
ลั่วหยางชะงัก ตอบไม่ถูกไปชั่วขณะ
“ไหนลองบอกมาสิ ว่าทำไมถึงอยากช่วยฉัน” เยี่ยจือจิบวิสกี้อีกอึก พวงแก้มเนียนสวยเริ่มซับสีเลือดฝาดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
ลั่วหยางยิ้มบาง “พูดตามตรง ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ฉันก็มีเรื่องอยากให้ช่วยเหมือนกัน แต่ฉันจะให้อะไรตอบแทนคุณได้ล่ะ เอาแบบนี้ไหม คุณเสนอราคามาเลยดีกว่า” เยี่ยจือแกว่งแก้วคริสตัลในมือเบาๆ
ลั่วหยางขมวดคิ้ว “พี่เยี่ย พูดแบบนี้ ผมก็ไม่ช่วยแล้วนะครับ”
“โอเคๆ ฉันผิดเอง ฉันขอลงโทษตัวเองด้วยการหมดแก้วนี้เลยก็แล้วกัน” เยี่ยจือกระดกวิสกี้รวดเดียวหมดเกลี้ยง ก่อนจะรินเติมอีกครั้ง
ลั่วหยางมองเห็นความขมขื่นในดวงตาคู่นั้น เขาเข้าใจดีถึงกำแพงความระแวงและการหยั่งเชิงที่เธอสร้างขึ้น จึงไม่คิดเก็บมาใส่ใจ
“พี่เยี่ย เมื่อกี้บอกว่ามีเรื่องอยากให้ช่วย ลองบอกมาสิครับว่าเรื่องอะไร” เขาตั้งใจช่วยเธอจริงๆ โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
“มีวีไอพีคนหนึ่งกำลังป่วยหนัก ถ้าคุณรักษาเขาหาย… เขาจะช่วยแก้ปัญหาให้ฉันได้”
“เขาป่วยเป็นอะไรครับ” ลั่วหยางถาม
ต่อให้ ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ จะร้ายกาจแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะครอบจักรวาลรักษาได้ทุกโรคบนโลก
“ช่วงล่างเป็นอัมพาต คุณพอมั่นใจไหม” แววตาเยี่ยจือแฝงความคาดหวังลึกซึ้ง
ลั่วหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง “อัมพาตช่วงล่าง ส่วนใหญ่มักเกิดจากเส้นประสาทส่วนปลาย ผมต้องตรวจดูอาการคนไข้ก่อนถึงจะฟันธงได้ แต่ต่อให้รักษาไม่หายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็มั่นใจว่าทำให้อาการดีขึ้นได้แน่นอน”
รอยยิ้มจุดประกายบนใบหน้าเยี่ยจือ “งั้นฉันจะโทรหาเขาทันที”