ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 65 วางแผนปฏิบัติการ
“ตามมา รักษาระยะห่างไว้สักยี่สิบเมตรด้วย”
ลั่วหยางกดเสียงต่ำขณะก้าวพ้นประตูบ้าน ร่างสูงเดินดุ่มตรงไปยังประตูใหญ่ของหมู่บ้านโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหูปู้เฝ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง
หูปู้เฝ่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ชายหนุ่มแสร้งเดินสวนไปอีกทางราวสิบก้าว ก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วทิ้งระยะสะกดรอยตามลั่วหยางไปเงียบๆ
พ้นเขตหมู่บ้าน ลั่วหยางก้าวไปตามทางเท้าอย่างแนบเนียน กระทั่งถึงตรอกแคบๆ สายหนึ่ง เขาก็หักเลี้ยววูบหายเข้าไปทันที
ห้านาทีให้หลัง หูปู้เฝ่ยโผล่พรวดเข้ามาจากปากตรอกแล้วพุ่งมาหยุดยืนข้างลั่วหยาง “เกิดอะไรขึ้น มีคนจับตาดูนายเหรอ”
ลั่วหยางยิงเข้าประเด็น “เมื่อคืนเจียงเยว่ ลูกสาวบุญธรรมของหลิวโย่วสุ่ยงัดเข้าบ้านผม แอบติดกล้องรูเข็มไว้ในห้องนั่งเล่น ห้องหนังสือ แล้วก็ห้องนอน รวมสามตัว”
“มิน่าล่ะ…” หูปู้เฝ่ยพรูลมหายใจ “โชคดีที่นายไหวตัวทัน ขืนฉันเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปคุยธุระในบ้าน แผนคงพังไม่เป็นท่า หลิวโย่วสุ่ยคงรู้ตัวว่าหน่วยสืบสวนคดีพิเศษกำลังกัดหางมันอยู่ ดีไม่ดีอาจจะชิงทำลายหลักฐานหรือหอบเงินหนีไปแล้ว”
เขาตบไหล่ลั่วหยางเบาๆ แววตาฉายแววชื่นชม “น้องลั่ว ท่าทางนายจะมีเซนส์สายลับนะ สนใจเปลี่ยนสายงานไหม เดี๋ยวพี่ดันให้”
“เลิกไร้สาระเถอะพี่หู” ลั่วหยางตัดบทด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทางฝั่งพวกคุณสรุปกันว่ายังไง แผนปฏิบัติการเคาะออกมาหรือยัง”
“หน่วยสืบสวนฯ ถกกันข้ามคืน แต่ยังไม่ใช่แผนขั้นเด็ดขาด ผมเลยรีบมาหารือนี่แหละ ถ้านายมีไอเดียหรืออยากเสริมอะไร ว่ามาได้เลย”
“พูดแผนของคุณมาก่อน” ลั่วหยางสวนกลับสั้นๆ
หูปู้เฝ่ยเริ่มเข้าโหมดจริงจัง “พวกเราสืบเจอว่าสายป่านการเงินของจินต๋าเรียลเอสเตทกำลังจะขาด ตลาดอสังหาฯ ช่วงนี้ซบเซาหนัก ทีมวิเคราะห์ฟันธงว่านี่คือสาเหตุที่หลิวโย่วสุ่ยยอมเสี่ยงเล่นงานเยี่ยจือ ชิงซานเอเนอร์จีกำลังเตรียมเข้าตลาดหุ้น แถมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมกำลังเป็นกระแส มูลค่าบริษัทพุ่งแตะแสนล้านได้สบาย ถ้ามันฮุบหุ้นดั้งเดิมสิบห้าเปอร์เซ็นต์มาได้ มันจะเอาไปค้ำประกันกู้เงินหมื่นล้านจากธนาคารมาหมุนได้ชิลๆ และด้วยสันดานเขี้ยวลากดินของมัน แผนฮุบเหมืองที่ชิงตี้เป็นแค่บันไดขั้นแรก เป้าหมายต่อไปคือจัดการซ่งไห่ชาง แล้วกลืนชิงซานเอเนอร์จีทั้งบริษัท”
“รวยระดับพันล้านยังโลภไม่เลิก ชาตินี้มันจะใช้เงินหมดรึไง” ลั่วหยางขมวดคิ้ว
หูปู้เฝ่ยแค่นหัวเราะหยัน “สันดานนายทุนก็แบบนี้ คาร์ล มาร์กซ์ ถึงได้บอกไงว่าขอกำไรแค่ร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกมันก็พร้อมเหยียบย่ำกฎหมาย และถ้ากำไรพุ่งถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อให้ต้องเสี่ยงโดนแขวนคอ พวกมันก็กล้าก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบ”
“เข้าเรื่องเถอะ แผนของพวกคุณคืออะไร”
หูปู้เฝ่ยอธิบายต่อ “แผนปล้นชิงซานเอเนอร์จีพังไม่เป็นท่า สภาพคล่องของจินต๋าเรียลเอสเตทถึงทางตัน สายข่าวเรารายงานว่าหลิวโย่วสุ่ยกำลังเบนเข็มไปล็อบบี้ผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร เมื่อวานมันนัดผู้จัดการธนาคารคนหนึ่งไปกินข้าวแต่อีกฝ่ายปฏิเสธ”
“คงรู้แกวว่าจะโดนรีดไถสินเชื่อ เลยพยายามหลบหน้า” ลั่วหยางหรี่ตา เดาเค้าลางกระดานหมากนี้ออกทันที “หมายความว่า พวกคุณจะใช้ผู้จัดการธนาคารคนนี้เป็นเหยื่อล่อหลิวโย่วสุ่ย?”
หูปู้เฝ่ยดีดนิ้วดังเป๊าะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า “หัวไวสมเป็นผู้ชายที่เยี่ยจือหมายตา แค่มองปราดเดียวก็ทะลุถึงแก่น”
ลั่วหยางปรายตามองด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด
หูปู้เฝ่ยถอนหายใจเฮือก “เบ้าหน้าดีซะเปล่า แต่แข็งทื่อเป็นสากกะเบือ โรแมนติกก็ไม่เป็น เยี่ยจือไปหลงเสน่ห์คนอย่างนายได้ยังไงวะ หรือผู้หญิงสมัยนี้มันดูผู้ชายแค่ที่หน้าตากันจริงๆ”
ลั่วหยางพยักหน้าหน้าตาย “ผมก็คิดงั้นแหละ”
หูปู้เฝ่ยชะงักกึก ก่อนจะสบถรอดไรฟัน “ไอ้พวกตื้นเขิน”
“งั้นพี่หูเคยลองส่องกระจกพิจารณาตัวเองบ้างไหม ว่าทำไมป่านนี้ถึงยังโสด” ลั่วหยางสวนกลับนิ่มๆ
หูปู้เฝ่ย “…”
ดาบเดียวแทงทะลุกลางใจ ดาเมจคริติคอล!
ลั่วหยางดึงบทสนทากลับเข้าเรื่อง “ในเมื่อเป้าหมายคือผู้จัดการธนาคาร แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับผม คุณถ่อมาหาผมถึงนี่เพื่ออะไร”
“ทั้งหมดที่เล่ามาคือปูมหลัง แต่พระเอกของงานนี้คือตัวนาย” สีหน้าของหูปู้เฝ่ยกลับมาจริงจัง “ผู้จัดการธนาคารคนนั้นชื่อหวังอันซง เขามีลูกสาวชื่อหวังจื่อเยียนป่วยเป็นโรคจิตเวชขั้นรุนแรง ถ้านายรักษาเธอหาย กระดานนี้พวกเราจะเป็นฝ่ายคุมเกมทันที”
หูปู้เฝ่ยจ้องหน้าลั่วหยางเขม็ง นัยน์ตาแฝงความคาดหวังเต็มเปี่ยม (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
คิ้วเข้มของลั่วหยางขมวดมุ่น “โรคจิตเวช แล้วตอนนี้คนไข้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล หรือว่าพักอยู่บ้าน”
“อยู่บ้าน หวังอันซงบอกว่าโรงพยาบาลดูแลได้ไม่ดีพอ สองผัวเมียมีลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแค่คนเดียว แถมอายุเพิ่งสิบแปด ใครจะทำใจส่งลูกไปหมกในโรงพยาบาลบ้าได้ลงคอ เลยจ้างญาติจากต่างจังหวัดมาช่วยดูแลแบบปิดตาเงียบ”
ลั่วหยางประมวลผลอย่างรวดเร็ว “สรุปก็คือ ต้องตบตาให้หลิวโย่วสุ่ยเชื่อว่าผมรักษาหวังจื่อเยียนได้ เพื่อใช้โอกาสนี้เข้าประชิดตัวและซื้อใจมัน จากนั้นก็หาจังหวะล้วงหลักฐานเอามาส่งให้พวกคุณ แบบนี้ใช่ไหม”
หูปู้เฝ่ยพยักหน้าหงึกหงัก
“ผมรับปากเรื่องอาการป่วยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ก็พอจะลองดูให้ได้” ลั่วหยางยื่นคำขาด “แต่มีข้อแม้ พวกคุณต้องตีกรอบให้ชัดว่าต้องการหลักฐานอะไร และมันซ่อนอยู่ที่ไหน ผมจะได้พุ่งเป้าถูกจุด”
หูปู้เฝ่ยยักไหล่ “ไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ไม่มีตำแหน่งที่ซ่อน นายต้องไปงมหาเอาเอง”
ลั่วหยางขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นปม
หูปู้เฝ่ยยิ้มแหย “แหม ถ้ามันง่ายขนาดนั้น พวกเราจะแบกหน้ามาพึ่งปรมาจารย์อย่างนายทำไมล่ะ จริงไหม”
ลั่วหยางถึงกับพูดไม่ออก “ไม่รู้ว่าต้องเอาอะไร ไม่รู้ว่าซ่อนที่ไหน ต่อให้ผมซื้อใจมันได้สำเร็จแล้วยังไงต่อ จะให้ผมเดินดุ่มๆ ไปถามว่า ‘บอสหลิวครับ ไม่ทราบว่าหลักฐานเลวๆ ของคุณซ่อนไว้ตรงไหนเหรอครับ’ แบบนี้เรอะ”
“ก็เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้ไง ถึงต้องให้นายออกโรง”
ลั่วหยางเงียบกริบ
หูปู้เฝ่ยฉีกยิ้มประจบ “น้องลั่ว ในชีวิตนี้คนที่พี่นับถือที่สุดก็คือเยี่ยจือ เธอฉลาดเป็นกรดมาตั้งแต่เด็ก สายตาเฉียบขาดมองคนทะลุปรุโปร่ง ผู้ชายระดับที่เธอจิ้มเลือกมากับมือ ยังไงก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”
“เลิกป้อยอผมได้แล้ว” ลั่วหยางปรามเสียงเรียบ “แล้วก็กรุณาจำใส่สมองไว้ด้วย ผมกับพี่เยี่ยเป็นแค่เพื่อนกัน”
“เออๆ เชื่อก็เชื่อ แค่เพื่อนก็แค่เพื่อน” หูปู้เฝ่ยโบกมือปัดๆ “เอาเป็นว่าสถานการณ์คร่าวๆ ก็อย่างที่เล่าไปนั่นแหละ ทีนี้ ลองว่าแผนในหัวนายมาซิ” นัยน์ตาของเขาเป็นประกายคาดหวัง
ลั่วหยางหรี่ตาครุ่นคิด “หลิวโย่วสุ่ยคงรู้ข่าวเรื่องพี่เยี่ยรอดตายแล้ว การที่มันส่งเจียงเยว่มาลอบติดกล้องที่บ้านผม ก็เพื่อหาช่องโหว่ความสัมพันธ์ระหว่างเราแล้วเอามาเล่นงาน เอาอย่างนี้ แยกกันเดินหมากคนละกระดาน พรุ่งนี้พี่เยี่ยจะกลับมา คุณโทรไปบรีฟสถานการณ์ให้เธอฟังก่อน แล้วนัดให้เธอมาหาผมที่บ้าน ผมจะเปิดฉากทะเลาะกับเธอให้บ้านแตก สร้างภาพว่าแตกหักกันขั้นสุด ขอแค่ผมสลัดหลุดจากพี่เยี่ยได้ หลิวโย่วสุ่ยก็จะยอมลดกำแพงลงเอง”
หูปู้เฝ่ยลูบคางพยักหน้า “เข้าท่า ว่าต่อสิ”
“ส่วนอีกกระดาน พวกคุณหาทางจัดฉากให้ผมได้เข้าใกล้หวังจื่อเยียน ผมต้องประเมินอาการป่วยของเธอด้วยตาตัวเองก่อน ถ้าเคสนี้รักษาไม่ได้ แผนทั้งหมดก็พับเก็บไปได้เลย”
ทว่าหูปู้เฝ่ยกลับส่ายหน้าพรืด “ไม่ได้ นายจะพุ่งเป้าไปหาหวังจื่อเยียนก่อนไม่ได้เด็ดขาด”
ลั่วหยางชะงักกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกนะว่า ผู้จัดการหวังอันซงคนนั้นก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของหน่วยสืบสวนฯ ด้วย”
หูปู้เฝ่ยพยักหน้ารับหน้าตาเฉย
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเล่นละครตบตาให้แนบเนียนที่สุด” ลั่วหยางกดเสียงต่ำ “งั้นพวกคุณไปหาคนไข้จิตเวชที่มีช่วงวัยและอาการคล้ายๆ กันมาให้ผมสักเคส ผมต้องขอลองวิชาดูทิศทางก่อน”
การรักษาโรคทางจิตเวชไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเขาไม่เคยก้าวล่วงเข้ามาในสายนี้มาก่อน ลึกๆ แล้วยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวจัดให้” หูปู้เฝ่ยรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าปุบปับ
“แต่ไอ้เรื่องบทละครแตกหักของนายกับเยี่ยจือน่ะ นายโทรไปเคลียร์กับเธอเองน่าจะดีกว่า ขืนปล่อยให้เธอเข้าใจผิดจนเตลิดเปิดเปิงไปจริงๆ พี่จะไปหาเมียระดับมาสเตอร์พีซแบบนั้นมาคืนให้นายจากไหนวะ”
ลั่วหยาง “…”
เหตุผลที่ไอ้หมอนี่ยังโสดคาคานมาจนถึงป่านนี้ มันชัดเจนทะลุปรุโปร่งสุดๆ ก็เพราะฝีปากที่กวนส้นตีนได้โล่แบบนี้นี่ไง!