ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 67 เพื่อนร่วมชั้นชาย เพื่อนร่วมชั้นหญิง
กาแฟหอมกรุ่น ขนมหวานรสละมุน หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มกับชายหนุ่มหน้าตาดี คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีฟังสบาย บรรยากาศแบบนี้คงเรียกได้ว่าความโรแมนติกฉบับคนเมือง ยิ่งถ้าเปลี่ยนฉากหลังเป็นห้องพักโรงแรมหรูที่มีบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวด้วยแล้ว นี่คงเป็นชีวิตในฝันของใครหลายคน
ทว่า กฎเกณฑ์เหล่านั้นใช้ไม่ได้กับหนุ่มสาวคู่ที่นั่งอยู่ตรงนี้
“เพื่อนอู่ ช่วงนี้คุณกำลังยุ่งเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ?” หลังคุยสัพเพเหระพอหอมปากหอมคอ ลั่วหยางก็วกเข้าประเด็นทันที
อู่เซิ่งหลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นอกจากวิ่งหาลูกค้าแล้วจะมีอะไรอีกล่ะ เซลส์บริษัทอื่นเขาสร้างคอนเน็กชันกันจนรากหยั่งลึกไปหมดแล้ว ฉันเพิ่งมาใหม่ ต่อให้จุดธูปกราบกรานพวกเขาก็ยังไม่กล้ารับซื้อ ตอนนี้แค่คิดจะทำยอดให้ได้สักนิดยังยากแทบรากเลือด”
“ก็จริง เดี๋ยวนี้วงการไหนก็อยู่ยาก” ลั่วหยางพยักหน้าเห็นด้วย
หญิงสาวตวัดสายตาค้อนขวับ บ่นอุบอิบ “คุณพูดแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหนล่ะ ระดับคุณได้อยู่คฤหาสน์หรูแล้วยังจะมีความยากลำบากอะไรอีก คนอื่นเขาทำงานกันจนหัวหมุน แต่คุณกลับมีเวลานั่งจิบกาแฟสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้”
ลั่วหยางหัวเราะเบาๆ ไม่ถือสา ก่อนดึงกลับเข้าเรื่อง “แล้วคุณอยากดิวงานกับโรงพยาบาลไหนเป็นพิเศษล่ะ?”
“ก็ต้องโรงพยาบาลรัฐสิ ที่ไหนก็อยากดิวด้วยทั้งนั้นแหละ แต่พยายามหาเส้นสายไปตั้งเยอะก็ยังคว้าน้ำเหลว ก่อนหน้านี้ฉันอุตส่าห์หวังพึ่งจางไป๋ ที่ไหนได้ นอกจากสันดานมักมากแล้ว หมอนั่นก็หาข้อดีอะไรไม่ได้เลย” อู่เซิ่งหลานสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
“โดนจางไป๋หลอกเอาเปรียบมาเหรอครับ?” ลั่วหยางเลิกคิ้วหยั่งเชิง
“ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ฉันไม่ได้โง่นะ หมอนั่นคิดแผนชั่วอะไรอยู่ทำไมฉันจะดูไม่ออก” จู่ๆ เธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาเป็นประกาย “จริงสิ! ผอ.หวังแห่งโรงพยาบาลจื้อเทียนเป็นอาจารย์ของคุณนี่นา ความสัมพันธ์พวกคุณต้องแน่นแฟ้นแน่ๆ คุณช่วยแนะนำฉันหน่อยได้ไหม วางใจเถอะ ถ้างานสำเร็จฉันแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้แน่นอน พวกเราเพื่อนกัน ฉันไม่เอาเปรียบคุณหรอกน่า”
ลั่วหยางนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “บอกตามตรงนะ ถ้าตอนนี้หวังซุ่นลี่มายืนอยู่ตรงหน้า ผมคงประเคนฝ่ามืออัดหน้ามันไปสักฉาดแล้ว”
“พวกคุณมีเรื่องบาดหมางกันเหรอ?” อู่เซิ่งหลานเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“หวังซุ่นลี่ มันแอบไปนอนกับแฟนเก่าผมน่ะ” แม้จะเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะพูดออกไปตามตรง
ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นคนเปิดเผย แต่เหตุผลหลักคือเขาต้องการซื้อใจและขอความช่วยเหลือจากอู่เซิ่งหลาน จะยืมมือคนอื่นทั้งที ถ้าแม้แต่ความซื่อสัตย์พื้นฐานยังให้ไม่ได้ แล้วใครที่ไหนจะอยากช่วย
สีหน้าของอู่เซิ่งหลานเปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่น “ฉันจำแฟนคุณได้นะ เธอชื่อเหลียงหงใช่ไหม ยัยนั่นตาบอดหรือไง คุณทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ เธอกลับทิ้งไปคว้าตาแก่พุงพลุ้ยเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ สงสัยรสนิยมฉันคงไม่ถึงขั้น เลยทำความเข้าใจตรรกะวิบัติแบบนี้ไม่ได้จริงๆ”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ผมก็เลิกกับเหลียงหงเด็ดขาดแล้วด้วย” ลั่วหยางยักไหล่ เขาปล่อยวางเรื่องพรรค์นี้ไปตั้งนานแล้ว
“เลิกได้ก็ดี ยัยนั่นน่ะตาบอด แต่คุณไม่ได้ตาบอดนี่นา โปรไฟล์ระดับคุณสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าตั้งเยอะ” ขณะที่พูด หญิงสาวแสร้งก้มหน้าจิบกาแฟ แต่แอบใช้หางตาชำเลืองมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย
หล่อลากดินขนาดนี้ยังโดนสวมเขาได้ โลกใบนี้มันวิปริตไปแล้วหรือไง?
ลั่วหยางกระแอมไอแก้เก้อ “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ พวกเรากลับมาคุยเรื่องงานของคุณดีกว่า โรงพยาบาลจื้อเทียนผมคงช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐล่ะก็ไม่มีปัญหา”
“เพื่อนรัก! พูดแบบนี้ฉันเอาจริงนะ ห้ามหลอกให้ดีใจเก้อเด็ดขาด” อู่เซิ่งหลานตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
“เดี๋ยวผมขอโทรหาเพื่อนแป๊บนึง ลองถามดูว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง คุณรออยู่นี่แหละ”
“เดี๋ยว… คุณยังไม่ได้คุยเรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งกับฉันเลยนะ นี่จะโทรไปช่วยกันดื้อๆ เลยเหรอ?” โชคหล่นทับกะทันหันจนหญิงสาวแทบไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง
ชายหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา คลี่ยิ้มบางๆ “วางใจเถอะ ผมไม่ใช่สวะอย่างจางไป๋ ขอตัวไปคุยโทรศัพท์เดี๋ยวเดียวแล้วจะกลับมา”
อู่เซิ่งหลานพยักหน้ารัวๆ สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปทางประตูร้าน จนกระทั่งอีกฝ่ายลับสายตาไปแล้ว เธอถึงเพิ่งรู้สึกตัว มือเรียวยกขึ้นแตะพวงแก้มตัวเองเบาๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าว
ขนาดเรื่องน่าอายที่โดนไอ้แก่หวังสวมเขา เขายังยอมเล่าให้ฟังตรงๆ แถมยังกระตือรือร้นออกหน้าช่วยงานขนาดนี้ หรือว่าเขาคิดจะ… เขาต้องกำลังตามจีบฉันอยู่แน่ๆ! พอประเมินสถานการณ์ในหัวเสร็จสรรพ อัตราการเต้นของหัวใจก็พุ่งทะยานจนปั่นป่วนไปหมด ถ้าเขาเอ่ยปากขอคบ ฉันควรจะตกลงเลยดีไหม? โอ๊ย ยังไม่ได้เตรียมใจมาเลยสักนิด เอาไงดีเนี่ย!
ริมถนนหน้าคาเฟ่
ลั่วหยางกดต่อสายหาหูปู้เฝ่ย “พี่หู สะดวกคุยไหมครับ?”
“ฉันเพิ่งรายงานสถานการณ์ให้เบื้องบนฟังเสร็จพอดี สะดวกอยู่ มีอะไรว่ามาเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำของหูปู้เฝ่ยดังลอดปลายสาย
“หาผู้ป่วยจิตเวชที่เข้าเงื่อนไขเจอหรือยังครับ?” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“คัดกรองมาได้สามคนแล้ว ตอนนี้กำลังเทียบเคียงประวัติการรักษาอยู่ ต้องเฟ้นหาคนที่อาการป่วยใกล้เคียงกับหวังจื่อเยียนที่สุด ถ้าสรุปผลได้เมื่อไหร่ฉันจะรีบแจ้งนายทันที” หูปู้เฝ่ยตอบกลับ
“ดีครับ ผมจะรอฟังข่าว อีกเรื่องนึง ทางผมมีเรื่องอยากรบกวนให้พี่ช่วยหน่อย”
“ให้ช่วยอะไรล่ะ?”
ลั่วหยางอธิบายอย่างใจเย็น “ผมลองคิดทบทวนดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว หลิวโย่วสุ่ยมันเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขี้ยวลากดิน จู่ๆ จะให้ผมไปแกล้งทะเลาะบอกเลิกกับพี่เยี่ยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มีหวังตาแก่นั่นได้สงสัยจนไก่ตื่นแน่”
“นั่นก็จริง แล้วนายจะเอายังไงต่อ?”
“ผมบังเอิญเจอเพื่อนร่วมรุ่นชื่ออู่เซิ่งหลาน เธอเป็นคนสวยระดับดาวคณะ ตอนนี้ผันตัวมาเป็นเซลส์ขายยา แต่เพิ่งย้ายมาปาเฉิงได้ไม่นาน ไม่คุ้นชินทั้งคนทั้งสถานที่ เลยยังทำยอดไม่ได้ พี่พอจะใช้เส้นสายดึงคอนเน็กชันโรงพยาบาลรัฐสักแห่งให้เธอได้ไหมครับ?”
“น้องลั่ว นายรู้ตัวไหมเนี่ยว่ากำลังทำอะไรอยู่? เห็นแม่นั่นหน้าตาสะสวยหน่อยก็เลยออกหน้ามาขอให้ฉันช่วยงั้นสิ แล้วแบบนี้นายจะเอาหน้าไปไว้ไหนเวลาเจอเยี่ยจือ? อีกอย่าง เป้าหมายหลักของเราคือเด็ดหัวหลิวโย่วสุ่ย แล้วมันไปเกี่ยวบ้าอะไรกับเพื่อนสาวแซ่อู่ของนายด้วยวะ?” หูปู้เฝ่ยเริ่มมีน้ำโหเพราะตามความคิดอีกฝ่ายไม่ทัน
ลั่วหยางสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมจะดึงเธอมาเป็นตัวละครลับ สร้างฉากคบชู้ให้สมจริงเพื่อตบตาหลิวโย่วสุ่ยไงล่ะ”
“เอ่อ…” ปลายสายชะงักกึก
ชายหนุ่มอธิบายต่ออย่างเยือกเย็น “ถ้าผมไม่ออกหน้าช่วยงานเธอ แล้วเธอจะมีเหตุผลอะไรมาเสี่ยงเล่นละครฉากใหญ่ช่วยผมล่ะ? อีกอย่าง ที่ผมขอให้พี่ออกโรงใช้เส้นสายให้ ก็เพื่อปูทางไปกระชากคอหลิวโย่วสุ่ยทั้งนั้น ตัวผมเองไม่ได้มีเอี่ยวเงินใต้โต๊ะสักแดงเดียว ถ้าพวกพี่รู้สึกว่าคำขอนี้มันลำบากนัก ผิดหลักการทำงานจริยธรรมสูงส่งอะไรนั่น ก็ถือซะว่าผมไม่เคยพูดก็แล้วกัน แล้วเชิญพวกพี่ไปหาคนอื่นที่เก่งกว่านี้มาลุยเองเถอะ”
“โอยยย เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งหัวเสียสิน้องลั่ว พี่เอ่ยปากขอโทษนายตรงนี้เลย พอใจหรือยังล่ะ?” ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ของหูปู้เฝ่ยปลิวหายวับไปในพริบตา
“สรุปว่าเรื่องนี้พี่จัดการให้ได้ไหม?”
“ถึงมันจะหมิ่นเหม่ผิดกฎเหล็กไปสักนิด แต่ในเมื่อเป้าหมายคือการลากคอไอ้สารเลวหลิวโย่วสุ่ยเข้าซังเต ฉันว่าพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกฎเกณฑ์ให้มันตึงนักหรอก ว่าแต่นายลองเล่าแผนมาสิ จะให้แม่สาวนั่นร่วมมือตบตาแบบไหน?”
ลั่วหยางเรียบเรียงความคิดชั่วครู่ “ก็ต้องพาเข้าบ้านพักตากอากาศสิครับ จงใจเปิดช่องให้ลูกน้องของหลิวโย่วสุ่ยเห็นกับตา จากนั้นก็แกล้งสร้างซาวด์เอฟเฟกต์ทำเสียงกระเส่าอะไรเทือกนั้นหน่อย จัดฉากเลิฟซีนทิพย์ให้เนียนที่สุด พอพรุ่งนี้พี่เยี่ยมาหา ผมจะแกล้งเดินไปอาบน้ำ เปิดโอกาสให้เธอเช็กโทรศัพท์มือถือ แล้วบังเอิญเจอแชตสนทนาชู้สาวระหว่างผมกับเพื่อนอู่ รวมถึงคลิปเสียงด้วย จากนั้นเธอก็จะระเบิดอารมณ์ แฉสันดานผู้ชายเฮงซวยของผมต่อหน้า แล้วสะบัดบ๊อบทิ้งผมไปแบบไร้เยื่อใย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! น้องลั่ว พี่ว่านายทิ้งเข็มฉีดยาแล้วผันตัวไปเป็นคนเขียนบทละครหลังข่าวได้เลยนะเนี่ย ทำแบบนี้แผนการก็รัดกุมจนไร้ช่องโหว่แล้ว” หูปู้เฝ่ยระเบิดหัวเราะชอบใจ
“ดูเหมือนพี่จะซื้อไอเดียนี้แล้ว ถ้างั้นเอาตามแผนนี้นะ เดี๋ยวผมจะเข้าไปกล่อมเพื่อนอู่ก่อน”
“เดี๋ยวก่อน”
“พี่ยังมีปัญหาอะไรติดขัดอีกเหรอ?” ลั่วหยางขมวดคิ้ว เขามั่นใจว่าแผนจัดฉากนี้เพอร์เฟกต์ทะลุปรอทแล้ว
หูปู้เฝ่ยหรี่ตาถามอย่างจับผิด “เมื่อกี้นี้นายหลุดปากเรื่อง ‘คลิป’ กับเพื่อนอู่ นายคงไม่ได้คิดจะทุ่มทุนสร้าง เล่นเลิฟซีนสมจริงจนทะลุจอหรอกนะ? อย่ามาตรรกะวิบัติอ้างกับฉันเชียวนะว่าแค่สวมถุงยางก็ไม่นับว่าล่วงละเมิด ต่อให้ฉันหลับตาข้างเดียวปล่อยผ่านได้ แต่เยี่ยจือไม่มีทางยอมรับเรื่องพรรค์นี้เด็ดขาด!”
ลั่วหยาง “…”
ด้วยระดับอีคิวติดลบแบบพี่เนี่ย ถ้าไม่ครองความโสดจนตาย สวรรค์คงไร้ความยุติธรรมแล้วล่ะ
“เงียบทำไม หรือว่าฉันพูดแทงใจดำนายเข้าเต็มเปา?” หูปู้เฝ่ยยังคงซักไซ้ไล่เลียงไม่เลิก
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา “ผมกำลังจัดฉากแกล้งเลิกกับพี่เยี่ย แล้วทางฝั่งนี้จะให้ผมไปลงมือทำเรื่องพรรค์นั้นจริงๆ เนี่ยนะ พี่ใช้สมองส่วนไหนวิเคราะห์ว่ามันเป็นไปได้เนี่ย?”
“อ้าว ถ้าอย่างนั้นทำไมนายยังอุตริพูดถึงเรื่องถ่ายคลิปล่ะ?”
ลั่วหยางข่มอารมณ์อธิบายช้าๆ ชัดๆ “ผมจะพาเพื่อนอู่เข้าบ้านพัก เข้าไปในห้องนอน แล้วก็ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ ผมแค่จะให้เธอเปิดโหมดนักพากย์ ส่งเสียงครางแปลกๆ อยู่ในนั้น เราแค่ต้องปั่นหัวลูกน้องของหลิวโย่วสุ่ยให้เชื่อสนิทใจว่าผมกับเธอฟาดกันเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้จะเปิดหนังสดให้พวกมันดูสักหน่อย! ส่วนตอนที่พี่เยี่ยออกโรงมาเช็กมือถือ สิ่งที่กดเจอก็คือแค่ ‘ไฟล์เสียง’ ล้วนๆ ไม่มีภาพอธิบายขนาดนี้ พี่เคลียร์รึยังครับ?”
“เออ เข้าใจกระจ่างแจ้งเลย แต่ถึงตอนลงมือจริง นายต้องเปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ให้ฉันดูด้วยนะ ฉันต้องทำหน้าที่ผู้กำกับคอยมอนิเตอร์พวกนายเล่นละคร ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดนายสวมบทบาทอินจัดจนเลยเถิดขึ้นมาจริงๆ แล้วไม่มีคนคอยเป็นพยาน น้องสาวเพื่อนร่วมชั้นนายจะไม่โดนหลอกฟันฟรีๆ หรือไง!”
ลั่วหยางลดระดับสมาร์ตโฟนลง ปลายนิ้วกระแทกปุ่มสีแดงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
จบเรื่องปวดประสาทไปได้สักที