ยอดอาจารย์มหาเมตตา - ตอนที่ 730 เย่เฟิง?
หยาหยารู ้สึกตื่นเต้นทันทีหลังจากได้รับการอนุมัติโดยปริยาย จากอาจารย์ นางถูฝ่ ามือเข้าด้วยกันและดูน่ารักเป็ นอย่างมาก นาง ก้าวไปข้างหน้า หลังจากความตื่นเต้น กลิ่นอายของนางก็เปลี่ยนไป ทันทีและสายตาของนางก็เย็นชา “โอหัง! ใครให้พวกเจ้ากล้ากระท า การผลีผลามในเมืองหลวงเพลิงสวรรค์ของข้า?”
เสียงตะโกนนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วนบนท้องถนน ทันที ในขณะนี้ดินแดนเพลิงกาลังวุ่นวาย ผู้คนมากมายตัดกันใน เมืองและข้อพิพาทที่รุนแรงก็เกิดขึ้นทุกวัน ทุกคนคุ้นเคยกับสิ่ง เหล่านี้อยู่แล้ว แต่ภูมิหลังของบุคคลผู้นี้ดูจะไม่น้อยหน้าใคร
“นั่นคือธงของตระกูลเย่?”
เมื่อทุกคนเห็นธงบนรถม้า ทุกคนก็ตื่นเต้น ต้องรู ้ว่าความ แข็งแกร่งของตระกูลเย่เป็ นหนึ่งที่ดีที่สุดในเก้าสวรรค์สิบแผ่นดิน ลูกหลานของตระกูลเย่ได้รับความเคารพจากผู้คนหลายหมื่นคนและ เป็ นผู้สูงสุด ไม่มีใครกล้ายั่วยุพวกเขา
“คนนั้นคือใคร?”
ท่ามกลางความสับสน มีคนสงสัยว่าชายในรถม้าคือใคร ไม่นาน นัก ตาคมก็จ าชายหนุ่มได้ทันที
“นั่นคือเย่เซวียนจากสุสานกระบี่!”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา ทั้งสถานที่ก็เงียบลง มีคนถาม ด้วยความสงสัย “เย่เซวียนคือใคร? เขาทรงพลังมากหรือ?”
“เย่เซวียน ลูกชายคนรองของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสุสานกระบี่ เย่อู๋ เทียนเด็กคนนี้ร ้ายกาจโดยธรรมชาติ ชอบกดดัน และหมกมุ่นอยู่กับ ผู้หญิง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ทาร ้ายเด็กสาวผู้บริสุทธิ์มานับ ไม่ถ้วน เขาไม่ได้แข็งแกร่ง แต่พี่ชายเป็ นอัจฉริยะที่ไม่ธรรมดา”
“พี่ชายเขาคือใคร?”
“เย่เฟิง!”
“อะไรนะ!”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา ฝูงชนก็ระเบิดขึ้น! แม้แต่เย่ ชิวก็มองไปด้วยความสับสน
“เย่เฟิง? คนผู้นี้คือใคร?”
เขางงงวย เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับบุคคลนี้ แต่จากการพูดคุย ของคนอื่น ๆ คน ๆ นี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ไม่มีทาง พี่ใหญ่ ท่านไม่รู ้จักเย่เฟิงงั้นรึ?” เมื่อเห็นว่าเย่ชิวจาเย่ เฟิงไม่ได้ ไป่จุนหลินก็มองอีกฝ่ายด้วยความดูถูก
มุมปากของเย่ชิวกระตุก “เหตุใดข้าถึงต้องรู ้จักเขา? เหตุใดเจ้า ไม่ถามเขาว่าเขารู ้จักข้าหรือไม่?”
“ฮิฮิ” ไป่ จุนหลินหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “พี่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าข้า ต้องการวิจารณ์ท่าน แต่ท่านรู ้น้อยเกินไปเกี่ยวกับทุกสิ่ง ยิ่งไปกว่า นั้น เย่เฟิงคนนี้มาจากศาลาเยียวยาสวรรค์ ท่านไม่รู ้เขาจริงหรือ?”
“หืม? ศาลาเยียวยาสวรรค์?” เย่ชิวตกตะลึง เขาไม่รู ้จริง ๆ ว่าใคร ชื่อเย่เฟิง มีคนเช่นนี้อยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือ?
ในความประทับใจของเย่ชิว ในบรรดาอัจฉริยะของคนรุ่นใหม่ จากศาลาเยียวยาสวรรค์ นอกเหนือจากหมิงเยว่ที่โดดเด่นแล้ว อัจฉริยะที่เหลือที่สามารถดึงดูดสายตาของเย่ชิวได้ดูเหมือนจะเหลือ เพียงไม่กี่คน ?
แต่ในหมู่คนเหล่านี้ ไม่มีใครชื่อเย่เฟิง คนเดียวที่มีนามสกุลเย่ถูก เรียกว่าเย่ฉิงซวน!
เมื่อเห็นสีหน้าที่สับสนของเย่ชิว ไป่จุนหลินก็เข้าใจทันทีว่าเย่ชิว ไม่รู ้จักเย่เฟิงจริง ๆ
“เอาล่ะ! ข้าจะแนะน าท่านเอง”
“เย่เฟิง ลูกชายคนโตจากสุสานกระบี่แห่งตระกูลเย่ เขาเกิดมา พร ้อมกับกายาจักรพรรดิและเข้าสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในปีแรก ภายในปี แรก เขาผ่านด่านทดสอบเยียวยาสวรรค์และเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิ ยุทธภายในสามปี จากนั้น เขาใช ้เวลาอีกหนึ่งปี จึงทะลวงเข้าสู่ ขอบเขตเทพเจ้าได้ส าเร็จ”
เมื่อได้ยินคาพูดของไป่จุนหลิน เย่ชิวก็ขมวดคิ้วทันที “น่าสนใจ นี่คือข้อดีของการมีกายาจักรพรรดิมาแต่กาเนิดงั้นรึ?”
ความสนใจของเย่ชิวนั้นพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ตามคาแนะน าของไป่ จุนหลิน เย่เฟิ งคนนี้จะต้องเป็ นบุคคลที่โดดเด่นอย่างมาก ในเวลา เพียงไม่กี่ปี อีกฝ่ายก็มาถึงขอบเขตเทพเจ้า แม้แต่เย่ชิวก็ทาไม่ได้
ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่เรียกว่าสิ่งมีชีวิตสูงสุดโดยกาเนิด เหล่านี้ มีบางสิ่งที่เย่ชิวภาคภูมิใจ นอกจากนี้ จากความเร็วในการ พัฒนาที่น่ากลัวของเย่เฟิ ง ตระกูลที่อยู่เบื้องหลังเขาต้องชดใช ้- จ่ายเงินเป็ นจ านวนมาก พวกเขาต้องอาศัยสมบัติทางธรรมชาติ เพื่อให้ได้มันมา
เมื่อเทียบกันแล้ว เย่ชิวดูน่ าสงสารมาก เขาไม่ได้รับการ สนับสนุนจากตระกูลและพึ่งพาตนเอง ระบบ และศิษย์ทั้งสี่ เขาคงมี เงินออมเพียงน้อยนิดเท่านั้น
อันที่จริง การเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นนั้นเป็ นเรื่องที่น่าโมโห
“ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่เย่เฟิงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตไร ้ลักษณ์ เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาก็เข้าสู่การปิดด่านและเพิ่งออกมาเมื่อไม่นาน มานี้ ข้าสงสัยว่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงขอบเขตใดในช่วงเวลาปิด ด่านนี้
“จากการแสดงอันน่าทึ่งก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องยากสาหรับเขาที่ จะสร ้างวิหารสวรรค์แห่งที่เก้า” ไป่จุนหลินกล่าวอย่างครุ่นคิด
เย่ชิวส่ายหัวแล้วพูดว่า “มีวิหารสวรรค์ไม่กี่แห่ง ไม่เกี่ยวอะไรกับ ข้า”
เย่ชิวไม่สนใจที่จะพูดคุยหัวข้อนี้อีกต่อไป เขาเพียงแต่ส่ง สัญญาณด้วยสายตาให้หยาหยาทาตามที่นางต้องการเท่านั้น
หยาหยารู ้สึกดีใจเมื่อได้รับสัญญาณจากอาจารย์ จะต้องกลัว อะไรกับการได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ของนาง?
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นางจะทันได้พูด คนรับใช ้ที่อยู่ตรงข้ามนาง พูดอย่างเย่อหยิ่ง “สาวน้อย เจ้านิสัยเสียจริง เจ้าได้ยินหรือไม่? นี่คือ นายน้อยของตระกูลเย่ของข้า เจ้ากล้าท้าทายเราหรือ”
สิ่งที่หยาหยาเกลียดที่สุดคือเวลาที่คนอื่นเรียกนางว่าสาวน้อย อีกฝ่ ายไม่ใช่อาจารย์ของนาง นางจึงโกรธทันที นางเท้าเอวและ สาปแช่ง “นายน้อยเย่บ้าอะไรกัน! กลิ้งมาหาข้าเสีย!”
“เวรเอ๊ย!!” อารมณ์ที่ร ้อนแรงนี้ทาให้ไป่ จุนหลินตกใจทันที เขา ไม่คาดคิดว่าเด็กผู้หญิงที่เชื่อฟังเช่นนี้จะมีด้านที่ระเบิดได้ ในทาง ตรงกันข้าม เย่ชิวดูสงบกว่ามากเพราะอีกฝ่ ายรู ้จักบุคลิกของหยา หยามานานแล้ว นางเชื่อฟังต่อ-ตรงหน้าอาจารย์ของนางมากขึ้น
เมื่อได้ยินคาด่าของหยาหยาใบหน้าของเย่เซวียนก็มืดลงทันที
“นายน้อย!” คนรับใช ้ที่อยู่หน้ารถม้ากลัวแทบตายเมื่อเห็นอีก ฝ่ายยกม่านขึ้น เขายังคงต้องการอธิบายบางอย่าง
เย่เซวียนชี้ไปที่หยาหยาอย่างเย็นชาตรงหน้าแล้วพูดว่า “ข้าจะ ให้เจ้าเลือกสองทาง อย่างแรก สังหารนาง อย่างที่สอง สังหารตนเอง”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา บรรยากาศก็ถึงจุดสูงสุดทันที เจตนาสังหารอันหนาวเหน็บครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในทันที
“แม่เจ้า! เขาช่างโหดร ้ายจริง ๆ”
เกือบจะเหมือนกับข่าวลือ ความโหดร ้ายของเย่เซวียนไม่ใช่แค่ การแสดงเท่านั้น เขามองอย่างเย็นชาไปที่หยาหยาด้วยสายตาที่ เย่อหยิ่งและหยาบคายอย่างยิ่ง เจตนาสังหารในดวงตาไม่ได้ถูกซ่อน ไว้
ทุกคนที่อยู่ในนั้นตกใจกับคาพูด มีคนเย่อหยิ่งเช่นนี้ในโลกที่ อยากสังหารโดยไม่ถามว่าอีกฝ่ายเป็ นใครจริง ๆ หรือ?
“เหอะ ช่างหยิ่งผยองจริง ๆ! นี่เป็ นครั้งแรกที่ข้าเห็นคนหยิ่งผยอง กว่าข้าตลอดหลายปีที่ข้าเดินทางมา” คาพูดเหล่านี้ทาให้ไป่จุนหลิน ตกใจ
เขารู ้สึกเจ็บใจ ในแง่ของความเย่อหยิ่ง เขาไม่เคยเห็นใครที่หยิ่ง ผยองมากไปกว่าเขา แต่ในวันนี้เขาได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
ผู้ติดตามสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ เขารู ้ถึงความโหดร ้ายของเย่เซ วียน แน่นอน พวกเขาเข้าใจด้วยว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน ฉับพลัน เจตนาสังหารก็เข้าปกคลุมพวกเขาไว้ และไม่กี่คนก็เดิน ออกไป
ชายหนุ่มที่เป็ นผู้นาพูดด้วยสีหน้าเศร ้าโศก “สาวน้อย อย่าต าหนิ พวกเรา เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเชื่อฟังคาสั่งของนายน้อย ขอ โทษที่ทาให้เจ้าขุ่นเคือง”