ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 101 ของที่ไม่ควรเอาไป / ตอนที่ 102 ดีขึ้นหรือยัง
ตอนที่ 101 ของที่ไม่ควรเอาไป / ตอนที่ 102 ดีขึ้นหรือยัง
ตอนที่ 101 ของที่ไม่ควรเอาไป
เดิมทีเซี่ยเฉียวไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรมากมายนัก แต่นางคิดว่าคนตัวโตแต่สมองทึ่มเหล่านี้ไม่เข้าใจอะไรเสียเลย หากเป็นตัวถ่วงขึ้นมาก็จะเกิดปัญหาได้
จึงลองเปลืองแรงพูดกับพวกเขาสักประโยคหนึ่ง
คนทั้งกลุ่มพยักหน้าลงอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้ามาที่นี่กันมากมายขนาดนี้ แล้วทางฝั่งฝ่าบาททำอย่างไร” เซี่ยเฉียวยังคงมีอารมณ์พูดคุยแบบสบายๆ
“ยังคงมีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ข้างกายฝ่าบาท” องครักษ์โจวอธิบาย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เขามีคนอยู่ด้วยเยอะหน่อยก็ดี พลังหยางเต็มเปี่ยมเสียขนาดนั้น หากมีวิญญาณสาวงามเข้าใกล้ พอเห็นพวกเจ้าที่ดูสดชื่นยังหนุ่มแน่นเยอะๆ เข้า บางทีอาจจะไม่อยากได้เขาแล้ว ทั้งยังต้องต่อแถวเข้าคิวอีก เหนื่อยแย่เลย”
“…” องครักษ์โจวหน้าเปลี่ยนสีทันที
นางพูดอะไรน่ะ
“แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน…” เขารีบเอ่ยปาก
เขาเพิ่งจะอ้าปาก เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นพอดี “ข้าก็พูดไปเรื่อยน่ะ เจ้าอย่าคิดจริงจังเลย ฝ่าบาทค่อนข้างหน้าตาดี เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าคนเป็นหรือคนตายก็ต้องชอบเขา”
“…” องครักษ์โจวรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น
ทว่าในเวลานี้เซี่ยเฉียวก็นำกระถางธูปขนาดเล็กออกมา จุดธูปเก้าดอกอย่างตั้งใจ แล้วโขกหัวเก้าครั้ง
พวกเขาไม่เข้าใจว่านางทำอะไรอยู่ แต่ก็กลัวว่าจะทำในสิ่งต้องห้าม จึงพากันคุกเข่าเรียงเป็นแถวที่ด้านหลังเซี่ยเฉียว แล้วเอาหัวโขกด้วยเช่นกัน
จากนั้นเซี่ยเฉียวก็นำดาบที่ผูกขึ้นจากเหรียญทองแดงและเชือกสีแดงออกมา
นางหยิบยันต์ออกมาอีกแผ่น ก่อนจะโยนออกไปในอากาศ นางชี้ดาบออกไป และทันใดนั้นก็มีเสียง ปัง ดังขึ้น แล้วยันต์ก็ไหม้กลางอากาศ!?
พวกเขาเหมือนรู้สึกว่ากำลังดูนางเล่นกลอยู่กระนั้น!
“เมฆแดงดุจชาด สะท้านสะเทือนจักรวาล เบื้องบนกลืนกินปีศาจ เบื้องล่างกำจัดความชั่วร้าย… ฟ้าแลบแปลบปลาบ สายลมไม่หยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เข้าเฝ้าจักรพรรดิสวรรค์ น้อมรับพระบัญชา…”
ทันใดนั้นเซี่ยเฉียวก็ตะโกนเบาๆ ออกมาหนหนึ่ง
ปลายนิ้วเลื่อนผ่านดาบเหรียญทองแดง แล้วทุกคนก็รู้สึกว่ามีแสงสว่างวาบขึ้นมาบนดาบ!
นางถือดาบเหรียญทองแดงไว้ในมือและโบกสะบัดขึ้นทันที
พวกเขาไม่เข้าใจลำดับขั้นตอนอะไร แต่ดูเหมือนสิ่งที่นางทำจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากนักพรตเต๋าคนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามมีบางอย่างที่แตกต่างออกไปบ้างเล็กน้อย
นั่นก็คือเซี่ยเฉียวมีหน้าตางดงาม
การไล่วิญญาณนี้ไม่ต่างกับการเต้นรำ ดูสง่างามอย่างยิ่ง เทพเซียนไหวพลิ้ว ยิ่งทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
เวลานี้เซี่ยเฉียวเริ่มต่อสู้กับวิญญาณน้ำแล้ว
เมื่อนางมีของที่ยับยั้งปราบปรามได้อยู่ในมือ วิญญาณน้ำจึงไม่กล้าเข้าใกล้นาง แต่มันหงุดหงิดมาก คอยหลบซ่อนตัวอยู่ตลอด และพยายามต่อต้านอย่างเต็มที่
ไอมืดเข้มข้น ลมร้ายพัดวน
เซี่ยเฉียวใช้ดาบเหรียญทองแดงในมือร่ายคาถาสายฟ้าและฟาดถูกวิญญาณตนนี้หลายครั้ง เพียงแต่มันไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมายนัก
จู่ๆ นางก็หยุดลงกะทันหัน
“เป็นอย่างไรบ้างแม่นางเซี่ย ท่านตีจนมันหนีไปแล้วหรือ” องครักษ์โจวรีบเอ่ยถาม
“องครักษ์โจว ในสองปีนี้ท่านก็คงยังไม่ได้แต่งภรรยาหรอก” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง
พูดจาเป็นหรือเปล่าเนี่ย
หากง่ายดายเช่นนั้น นางจะเรียกเงินมากขึ้นไปทำไมกัน
เห็นนางเป็นคนโลภขนาดนั้นเชียวหรือ
ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว!
องครักษ์โจวดูงุนงง เซี่ยเฉียวจึงถามขึ้นอีก “เขาได้เอาของอะไรที่ไม่ควรเอาไปหรือเปล่า พวกเจ้าคิดให้ถี่ถ้วนเสีย หากหาของสิ่งนี้ไม่พบ ข้าก็ไม่สามารถจัดการวิญญาณตนนี้ได้”
“สิ่งของ ไม่ ไม่มีนะ” องครักษ์โจวคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
“เจ้าลองนึกย้อนกลับไปดูหน่อย ในเมื่อเป็นวิญญาณที่เกิดจากน้ำ ของสิ่งนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เขาพบในน้ำ ช่วงเวลาก็น่าจะเป็นสักสองสามเดือนที่แล้วแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
พวกเขามองหน้ากันไปมา
“มี!” จู่ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมา
“บอกมาเร็ว!” องครักษ์โจวรีบเอ่ย
“ก่อนหน้านี้พวกเราออกไปข้างนอกกับฝ่าบาท และอาบน้ำกันในแม่น้ำกลางป่า ตอนนั้นฉินจื้อดำลงไปในน้ำอยู่นาน ตอนที่เขาขึ้นมา เขาก็ได้ของชิ้นหนึ่งติดมือขึ้นมาด้วย มันดูคล้ายหยกก็ไม่ใช่หินก็ไม่เชิง มีลักษณะทรงกลม ลื่นมือ…”
“แล้วของล่ะ?” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ของ…” สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไป “ฉินจื้อบอกว่าของนี่ค่อนข้างลื่นมือ คล้ายกับฟันหมาป่า เขาก็เลยขัดมันเล็กน้อย แล้วห้อยคอไว้”
ตอนที่ 102 ดีขึ้นหรือยัง
หลังจากที่ชายคนนั้นพูดจบ สีหน้าของคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไป สายตาของพวกเขาหันไปมองฉินจื้อที่อยู่บนเตียง สีหน้าท่าทางแต่ละคนราวกับว่าพวกเขากำลังกินแมลงวันตาย กลืนไม่ลงกันทันที
ของที่เหมือนหยกก็ไม่ใช่หินก็ไม่เชิง?
หากฉินจื้อยังคงสบายดี พวกเขาอาจคิดว่าเด็กคนนี้พบของมีค่าที่เมืองสือฝั่งจริงๆ ถึงอย่างไรที่นั่นก็ผลิตหยก!
แต่ตอนนี้เพราะสิ่งนี้นี่แหละเป็นเหตุให้ฉินจื้อนอนอยู่กับที่เช่นนี้!
ถ้าอย่างนั้น ของนั่นก็ต้องไม่ใช่หยกสิ?
หรือว่า…
เป็นกระดูก?
“พวกเจ้าสักคนลองค้นใต้เสื้อผ้าเขา แล้วนำของสิ่งนี้ออกมาให้ข้าดูที” เซี่ยเฉียวเอ่ย
พวกผู้ชายพวกนี้ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ไม่อาจแสดงความขี้ขลาดออกมาต่อหน้าเด็กสาวได้ กัดฟันเดินเข้าไป ดึงๆ อยู่ทีสองที ในที่สุดก็ได้บางอย่างจากหน้าอกของฉินจื้อ
มันถูกผูกมัดด้วยเชือกสีแดง และมีขนาดใหญ่กว่าฟันหมาป่ามาก
เซี่ยเฉียวรับมาพินิจพิจารณา
“นี่คือกระดูกมนุษย์ที่แตกหัก พวกเจ้าเห็นไหม ข้างในตรงนี้กลวง ไขกระดูกหายไปนานแล้ว เพราะผ่านระยะเวลามาเนิ่นนานทำให้กระดูกลื่นมือเช่นนี้” เซี่ยเฉียวรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง
ก็คล้ายกับหยกอยู่หรอกนะ
กระดูกนี้แช่น้ำอยู่เป็นเวลานานแต่ก็ไม่ได้แตกหักเสียหาย ไม่ได้เป็นเพราะแข็งแรงทนทานอะไร แต่เป็นเพราะมันมีปราณหยินห่อหุ้มไว้
ฉินจื้อผู้นี้ก็ช่างซื่อบื้อเสียจริง ของเก็บขึ้นมาจากน้ำยังกล้าใช้ โชคดีที่มันคือวิญญาณน้ำจึงปรับตัวไม่ค่อยได้เมื่ออยู่บนบก หากเป็นวิญญาณหญิงสาว เขาคงถูกสูบจนแห้งไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อหาของสิ่งนี้พบ นางก็จัดการง่ายขึ้นมากแล้ว
ในขณะนี้วิญญาณตนนั้นเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเซี่ยเฉียว
มันพุ่งเข้าหาเซี่ยเฉียวโดยไม่สนสิ่งใดราวกับบ้าคลั่ง
เซี่ยเฉียวกุมหน้าอกตัวเองไว้ราวกับว่านางกำลังหวาดกลัว แต่ในความเป็นจริงนางกลับกำลังหยิบยันต์ออกมาอย่างช้าๆ และดาบเหรียญทองแดงในมือของนางก็ส่องแสงออกมาอีกครั้ง
ทันทีที่วิญญาณพุ่งเข้ามาก็ถูกดาบเหรียญทองแดงในมือจัดการจนกระเด็นออกไปหลายครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น
ต้าสยงที่อยู่ข้างๆ กระพือปีกไม่หยุด องอาจเปี่ยมด้วยพลัง ดูดุร้ายถึงขั้นสุด
หลังจากนั้นไม่กี่ครั้ง วิญญาณตนนี้ก็อ่อนแรงลงจริงๆ เซี่ยเฉียวจึงเก็บดาบ และกุมสองมือไว้ด้วยกัน
มีมนต์และมุทรา[1]หลายประเภท แต่เซี่ยเฉียวเลือกใช้มนต์และมุทราที่ธรรมดาที่สุด
ทุกคนเพียงแต่เห็นเซี่ยเฉียวเคลื่อนไหวอย่างธรรมดาที่สุดไม่กี่ครั้ง ทันใดนั้นนางก็ทำมือออกมาเป็นรูปร่างแปลกๆ ปากก็ไม่รู้ว่ากำลังพึมพำอะไรอยู่เช่นกัน
“จัดการ!” จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงนางตะโกนขึ้นมา
กระดูกครึ่งท่อนนั้นดูเหมือนจะขยับนิดหน่อย ก่อนจะดูมืดมนลงเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวทำท่าเช็ดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง
“เหนื่อยจริง มีอะไรให้กินไหม” เซี่ยเฉียวหันหน้ากลับมา
“…” โจวเว่ยจงกะพริบตาทันที “นี่ เรียบร้อยแล้วหรือ”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วน้อยๆ “ไม่ใช่ ของนี่ข้ายังต้องเอากลับไปทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณอีก แม้ว่าของไม่ดีนี่จะทำไม่ถูกต้องไปบ้าง แต่ก็เป็นเพราะพี่น้องของพวกเจ้าที่ไม่รู้ความด้วย เอากระดูกของคนอื่นเขามา เดิมทีเขาอยู่ใต้น้ำดีๆ ก็เอาเขาขึ้นมาบนบก หนทางยาวไกลเช่นนี้เขาก็กลับไปไม่ได้ อยู่แปลกที่แปลกทางเขาก็อึดอัดปรับตัวไม่ได้”
“ใช่ ถูกต้องแล้ว พอเขาฟื้นขึ้นมาข้าจะต้องสั่งสอนเขาให้ดี!” โจวเว่ยจงรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา
เพื่อรักษาอาการป่วยของพี่น้อง ทรัพย์สมบัติของเขาแทบจะหมดแล้ว
ที่เขาต้องซื้อยันต์หนึ่งร้อยตำลึงจากวัดสุ่ยเย่ว์นั่นก็ช่างเถอะ ระหว่างทางเขายังถูกนักพรตสองสามคนหลอกลวงไปอีกหลายสิบตำลึง พอมาถึงที่นี่…
หาหมอมาก็ไม่น้อย ดื่มยาไปก็มาก
ก็เสียไปอีกหลายสิบตำลึง
ยิ่งไปกว่านั้นแม่นางเซี่ยเฉียวยังต้องการ…หนึ่งร้อยตำลึงทอง…นั่นคือตำลึงทองเชียวนะ มิใช่ตำลึงเงิน!
แม้ว่าเขาจะเกิดในตระกูลชนชั้นสูง ทว่าแต่ละเดือนเขาก็ใช้เงินแค่ไม่กี่สิบตำลึง ไม่ได้ฟุ่มเฟือย!
จะต้องสั่งสอนให้หลาบจำ!
“หากอย่างนั้นเขาจะดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่” โจวเว่ยจงสั่งให้คนไปเตรียมอาหาร แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามนางอีก
“ไม่ใช่นะ” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
หนังตาของโจวเว่ยจงกระตุก เขารู้สึกตกใจทันทีก่อนจะจ้องมองนาง “ยัง ยังไม่ดีขึ้นหรือ”
——————-
[1] มุทรา การทำมือในลักษณะต่างๆ