ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 105 ขายให้พวกเจ้า / ตอนที่ 106 วางแผน
ตอนที่ 105 ขายให้พวกเจ้า / ตอนที่ 106 วางแผน
ตอนที่ 105 ขายให้พวกเจ้า
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป นางจะเก็บได้ถึงห้าร้อยถั่วเงินได้อย่างไร
“ท่านกำลังจะไปคัดลอกหนังสือที่หอหนังสือใช่หรือไม่” ขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังกังวลใจ ฉินหลิวที่ชวนนางพูดคุยก่อนหน้านี้ก็เข้ามา
“คัดลอกหนังสือได้เท่าไหร่หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ท่านรู้ภาษาสันสกฤต น่าจะได้มากหน่อย” ฉินหลิวเตือนความจำนางขึ้นมา “คนที่เชี่ยวชาญภาษาสันสกฤตในสำนักศึกษานี้มีไม่มาก แต่มีพระคัมภีร์ภาษาสันสกฤตอยู่ไม่น้อย และหลายเล่มก็จำเป็นต้องแปลหรือคัดลอก ขาดแคลนกำลังคนมาโดยตลอด คัดลอกบทความได้ถั่วเงินสิบเมล็ด หากแปลก็ยิ่งได้มากขึ้น”
แน่นอนเรื่องการแปลนางก็แค่พูดไปอย่างนั้น
เซี่ยเฉียวตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
นางทำได้!
“ขอบใจเจ้ามาก แต่ทำไมถึงมาบอกข้าล่ะ” เซี่ยเฉียวค่อนข้างสงสัย
ฉินหลิวพูดด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน “ท่านไม่เคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับข้าเลยหรือ”
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
ฉินหลิวจนใจ “ท่านพ่อของข้าเคยเป็นแม่ทัพป้องกันชายแดน เมื่อห้าปีก่อนตอนที่สูญเสียการป้องกัน ท่านพ่อและพี่ชายคนที่สองของข้าสาบานว่าจะปกป้องชายแดนจนตัวตาย ก็ตายไปทั้งคู่ ต่อมาเมื่อเมืองแตก บิดาของท่านก็เข้ามา และได้ช่วยพี่ชายใหญ่และท่านแม่ของข้าเอาไว้”
ตอนนั้นท่านพ่อของนางตายอย่างน่าสังเวช และเซี่ยหนิวซานก็ได้ล้างแค้นแทนเขาแล้ว
ดังนั้นนางจึงมีความรู้สึกที่ดีมากต่อตระกูลเซี่ย
ท่านพ่อของนางเป็นขุนนางที่ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรนัก ตอนที่ท่านพ่อของนางจากไปแล้ว พี่ชายใหญ่จึงติดตามแม่ทัพเซี่ยออกรบทันที
ในเวลานั้นพี่ชายคนโตของนางเดิมทีเป็นแค่นายกองขุนนางขั้นเจ็ด ต่อมาเขามีผลงานจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพขั้นห้า คนในสำนักศึกษานี้ก็รู้ว่าท่านพ่อของนางตายอย่างน่าอนาถ พวกเขาจึงค่อนข้างมีเมตตาต่อนาง
พี่ชายของนางและเซี่ยหนิวซานยังคงทำงานร่วมกัน…
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
ตอนที่ฉินหลิวคุยกับนางในวันนั้น ฉินหลิวเอาแต่ก้มหน้าและวิ่งหนีไปทันทีหลังจากพูดจบ นางเองก็ไม่ได้สังเกตโหงวเฮ้งของอีกฝ่าย
ตอนนี้เมื่อมองดีๆ ดวงชะตาบิดามารดาของนางตกจริงๆ ด้วย
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เซี่ยเฉียวไม่ค่อยถนัดสื่อสาร คิดไปคิดมาก็เปลี่ยนเรื่องไปดีกว่า “วิชาปาลูกดอกลงไหช่วงบ่ายนี้ข้าว่าจะไม่เข้าเรียนแล้ว จะไปคัดลอกหนังสือ เจ้าจะไปด้วยกันไหม”
“ตกลง!” ฉินหลิวค่อนข้างดีใจ
เซี่ยเฉียวเพิ่งเคยมาที่หอหนังสือเป็นครั้งแรก
หอหนังสือตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในกำแพง ด้านในส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยอาคารสูงสองชั้น มีสระน้ำไหลผ่าน มีต้นไม้ค่อนข้างสูงปลูกไว้จำนวนหนึ่ง บรรยากาศร่มเย็น
เมื่อดูการจัดผังทั้งหมดแล้ว โอกาสที่จะเกิดไฟไหม้ได้มีน้อยมาก
“แม่นางเซี่ย” องครักษ์โจวมาถึงตอนที่นางกำลังจะเข้าไปพอดี
หลังจากที่เขาตะโกนเรียกแล้วก็ส่งสายตาขอความเป็นส่วนตัวให้ฉินหลิว ฉินหลิวเองก็รู้ความจึงถอยหลังยืนห่างออกไปเล็กน้อย
“เจ้ามาส่งทองคำหรือ ตอนนี้ข้าไม่สะดวกจะรับ เจ้าเอาไปฝากไว้ที่รถม้าของบ้านข้าได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“…” ในใจโจวเว่ยจงรู้สึกขมขื่นอยากร้องไห้ทันที “ไม่ใช่ ข้าจะมาขอบคุณแม่นางเซี่ย…อีกอย่างข้ารู้มาว่าท่านมีหยกขาวอยู่ชิ้นหนึ่ง จึงอยากรู้ว่าท่านวางแผนจะทำอย่างไรกับหยกขาวนั่น”
“จริงสิ หยก” เซี่ยเฉียวลูบของที่อยู่ในอกเสื้อ “ข้ากำลังจะเข้าไปดูในหอหนังสือว่ามีอะไรที่ข้า…ชอบบ้างไหม”
โจวเว่ยจงหนังตาเต้นกระตุก
น่าจะเป็นของที่มีราคามากกว่ากระมัง?
“คือ…หยกนี่เอาไปกราบอาจารย์เป็นศิษย์น่าจะดีกว่า…จริงสิ ตอนนี้ฝ่าบาทของข้าก็ยังรับศิษย์อยู่นะ แม่นางอยากจะเรียนขี่ม้ายิงธนูไหม ตอนนั้นฝ่าบาทนับเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเชียวนะ!”
“ไม่เรียน นี่เจ้าคิดจะเนรคุณหรือ” ใบหน้าเล็กๆ ของเซี่ยเฉียวดูขมขื่นราวกับลำบากใจเล็กน้อย
ร่างกายของนางเป็นเช่นนี้จะไปเรียนขี่ม้ายิงธนูได้อย่างไร
นางเกิดสงสัยว่าหรือองครักษ์โจวต้องการให้นางตาย
“…” องครักษ์โจวรู้สึกจนปัญญา “หากอย่างนั้นพิณ หมาก อักษร ภาพวาดล่ะ ฝ่าบาทก็ทรงพระปรีชา…”
“ไม่เรียน” เซี่ยเฉียวยืนยันหนักแน่น “หรือว่าหยกขาวในมือของฝ่าบาทมอบให้คนอื่นไปหมดแล้ว ก็เลยต้องการของข้ากลับไป หากเป็นเช่นนั้น…”
เซี่ยเฉียวมองอย่างเห็นอกเห็นใจ “ขายให้พวกเจ้าห้าพันตำลึงก็ได้…”
นี่คือราคาคนกันเอง
ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีราคาแค่นี้นะ
ไม่แน่อาจจะมีคนยอมจ่ายที่เจ็ดแปดพันตำลึงก็ได้
ตระกูลชนชั้นสูงที่มีมรดกตกทอดมากมายย่อมมีเงินอยู่มาก
ตอนที่ 106 วางแผน
โจวเว่ยจงรู้สึกมึนงงเมื่อได้ยินดังนั้น เขารู้สึกว่าเจตนาของเขาน่าจะเห็นได้ชัดเจนแล้ว ก็คือเพียงต้องการให้แม่นางเซี่ย รับองค์ชายรัชทายาทเป็นอาจารย์?
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ รัชทายาทจึงมีความคิดนี้ แต่รัชทายาทก็มีความสามารถและเป็นอาจารย์ได้
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสามารถเลย…
สถานะของฝ่าบาท…นับเป็นคนหนุนหลังที่ดีเสียด้วย?
แน่นอนว่า อันที่จริงโจวเว่ยจงก็รู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง
ตั้งแต่ที่ฝ่าบาทมือพิการ พระองค์ก็ต้องอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบมาตลอด และตั้งแต่โบราณนานมาก็ไม่มีใครที่มีความพิการสามารถนั่งบัลลังก์เป็นฮ่องเต้ได้
ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นเขาเองก็ยังต้องยอมรับว่าอนาคตฝ่าบาทนั้น…
เป็นไปได้มากที่จะถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท
เพียงแต่วันนี้ฝ่าบาทยังคงรุ่งโรจน์ดุจดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทำคดีใหญ่เช่นนี้ ชื่อเสียงของรัชทายาทก็ยังมิมีใครเทียบได้?
“แม่นางเซี่ย หยกชิ้นนี้เปลี่ยนเป็นเงินไม่ดีหรอก” โจวเว่ยจงเองก็ไม่อาจบังคับใจคนได้ มิฉะนั้นฝ่าบาทจะดูเหมือนไม่มีค่า เขาจึงเกลี้ยกล่อม “บนโลกใบนี้มีหยกชนิดนี้ไม่มากนัก ตอนนี้หนึ่งในนั้นก็อยู่ในมือของแม่นาง ถ้าหากแม่นางไม่ต้องการกราบอาจารย์จริงๆ ก็สามารถเก็บไว้กับตัวได้ เช่นนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงก็จะรู้ว่าแม่นางเซี่ยได้รับของสิ่งนี้มา ต่อมาหากท่านแต่งงานก็ค่อยนำมันไว้ในกองสินเดิม อย่างนี้ก็ดูดีไม่น้อยเช่นกัน”
ยังไม่ต้องพูดถึงความหมายพิเศษของหยกนี้ แค่ตัวของมันเองก็มีคุณค่าไม่น้อยแล้ว!
“แม่นางเซี่ยลองคิดดูสิ ผู้ดูแลเองก็ไม่ได้โง่เขลา เขาจะยอมแลกหยกนี้กับสมบัติล้ำค่าที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองได้อย่างไร สิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ก็คงจะเป็นของขวัญค่าเล่าเรียนที่บรรดาลูกศิษย์มอบให้สำนักศึกษาเท่านั้น” โจวเว่ยจงเอ่ยอธิบาย
แน่นอนว่าของขวัญเหล่านั้นก็มีค่ามีความพิเศษ แต่หากเทียบกับหยกนี้แล้วก็ยังเทียบไม่ได้อยู่บ้าง
เซี่ยเฉียวนิ่งงันไปแล้ว
“ผู้ดูแลจะไม่รักษาคำพูดอย่างนี้ไม่ได้” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “ก็บอกว่าเลือกได้ตามใจนี่”
องครักษ์โจวอดยิ้มไม่ได้ “ก็เลือกได้ตามใจ สำนักศึกษามีหอเก็บสมบัติหลายแห่ง”
“…” เซี่ยเฉียวแยกเขี้ยวข้างในใจ
หยกไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
“แล้วของชิ้นนี้ข้าให้คนอื่นได้ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ได้สิ ใช่แล้ว ท่านมอบหยกนี้ให้คนนอกสำนักศึกษาก็ได้ ถ้าหากแม่นางมีญาติที่ต้องการมาเรียนที่สำนักศึกษานี่ แค่อาศัยหยกนี้ก็ได้แล้ว” โจวเว่ยจงรีบเอ่ย
“ไม่มี” เซี่ยเฉียวส่ายหัวทันที
ของของนางจะมอบให้แก่คนที่นางอยากให้เท่านั้น
ไม่มอบให้ญาติ ให้แต่คนในครอบครัวเท่านั้น
นางมีน้องชายน้องสาวอยู่คู่หนึ่ง
คิดไปคิดมา หากนางหาอาจารย์ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้น้องๆ ของนางได้ก็ไม่เลวเลย
ร่างกายของนางไม่ดีไม่อาจจะเล่าเรียนได้ แต่น้องๆ ของนางทำได้?
หากพวกเขาได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากขึ้นก็น่าจะต้องดีใจแน่!
เซี่ยเฉียวกระชับหยกแน่นขึ้น “ฝากท่านไปทูลฝ่าบาท ในเมื่อให้ของแก่ข้าแล้ว คงจะขอคืนไปไม่ได้หรอก ข้ามีแผนอยู่แล้ว”
“ฝ่าบาทไม่ได้ต้องการอย่างนั้นจริงๆ…” มุมปากโจวเว่ยจงกระตุกทันที
เซี่ยเฉียวไม่สนใจ หันกลับไปทางหอหนังสือกับฉินหลิวตามเดิม
ในหอหนังสือมีการแบ่งงานชัดเจน แต่ละห้องจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหนังสือ และยังมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบอีกด้วย
“อาจารย์ในสำนักศึกษาของเราส่วนใหญ่แล้วเป็นปราชญ์ที่มีความสามารถ ดังนั้นเวลาเจ้าชมหนังสือที่นี่ก็ต้องสุภาพเวลาคุยกับพวกเขาด้วย ถ้าทำพวกเขาขุ่นเคือง ต่อไปหากเจ้าต้องการให้พวกเขาช่วยหาหนังสือก็จะลำบาก” ฉินหลิวเอ่ยเตือน
เซี่ยเฉียวพยักหน้า ”เข้าใจ”
ทุกวงการย่อมมีนักเลงใหญ่คุม
วัดก็ยังคงเงียบสงบกว่า
ฉินหลิวพาเซี่ยเฉียวไปยังที่คัดลอกหนังสือ
สถานที่นี้กว้างขวางใหญ่โต ในห้องมีที่นั่งที่มีแสงสว่างดีมาก ด้านข้างยังมีเด็กรับใช้คอยดูแลเรื่องหมึก ครั้งนี้มีทั้งชายและหญิงกำลังคัดลอกหนังสืออยู่ ไม่ได้แบ่งแยกชัดเจน
แน่นอนว่าที่นี่ไม่อาจทำเสียงดังได้ อีกทั้งอยู่ภายใต้สายตาของคนมากมาย ดังนั้นแม้จะนั่งอยู่ด้วยกันก็ไม่มีปัญหา
“ท่านอาจารย์ พวกเราอยากจะคัดลอกหนังสือเจ้าค่ะ” ฉินหลิวพาเซี่ยเฉียวเดินไปยังตำแหน่งด้านหน้าสุด