ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 107 คัดลอกหนังสือ / ตอนที่ 108 ชื่ออะไรแล้วนะ
ตอนที่ 107 คัดลอกหนังสือ / ตอนที่ 108 ชื่ออะไรแล้วนะ
ตอนที่ 107 คัดลอกหนังสือ
ฉินหลิวดูมีมารยาทเชื่อฟังดีมาก ตรงไปตรงมาเหมือนกระต่าย
เซี่ยเฉียวเลียนแบบนาง ก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ
“ใกล้จะสอบใหญ่แล้ว คนมาคัดลอกหนังสือมีมาก ตอนนี้มีเหลือแค่พวกนี้แล้ว” อาจารย์หยิบกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น บนนั้นมีหมวดหมู่หนังสือเขียนอยู่
ฉินจื้อสีหน้าขมขื่น “พี่หญิงเซี่ย พวกเราแย่แล้ว ดูสิ พวกนี้ยากๆ ทั้งนั้น…”
“พวกนี้คืออะไรหรือ” เซี่ยเฉียวประหลาดใจเล็กน้อย
“ตัวอักษรของแคว้นอื่นน่ะสิ เจ้าดูเล่มนี้ น่าจะมาจากแคว้นโจวไหล เล่มนี้ของฉิวโหยว เล่มนี้ของตงเหย่ ยังมีเล่มนี้อีกเป็นภาษาคนเถื่อนหนันอี่ ยากๆ ทั้งนั้นเลย!”
ยาก?
เซี่ยเฉียวเม้มริมฝีปาก
“แปลเล่มนี้…ได้ถั่วเงินเท่าไหร่เจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
ท่านอาจารย์ได้ยินดังนั้นจึงหยุดอ่านหนังสือ แล้วเงยหน้าขึ้น ก่อนจะมองนางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หน้าละห้าถั่วเงิน”
เซี่ยเฉียวหน้านิ่วคิ้วขมวด “ไม่ใช่ว่าแปลพวกนี้ได้เงินดีหรือ”
ฉิวหลิวหมดคำพูด นางชี้ไปที่แผ่นพับเล็กๆ ข้างๆ “เจ้าดูนั่นสิ หนังสือพวกนั้นหน้าหนึ่งมีแค่ไม่กี่คำเอง…ถ้าหากรู้จริง ไม่นานก็แปลเสร็จแล้ว”
ดวงตาของเซี่ยเฉียวลุกวาว
นางไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรดี
“หากอย่างนั้นข้าเลือกของแคว้นโจวไหลได้ไหม” เซี่ยเฉียวหันไปถามอาจารย์
แคว้นโจวไหลอยู่ห่างไกลจากแคว้นเฉียนเอวี๋ยนมาก และกั้นกลางด้วยมหาสมุทร แต่สองแคว้นทำการค้าระหว่างกันอยู่บ่อยๆ ความสัมพันธ์ก็ดี หากรู้ภาษานี้ก็ยังนับว่าปกติ
“จะว่าได้ก็ได้อยู่ เพียงแต่มีกำหนดเวลา และยังต้องใช้ถั่วเงินสิบเมล็ดวางมัดจำไว้ด้วย หากทำไม่สำเร็จจะยึดเงินมัดจำ และหากทำหนังสือชำรุดเสียหายจะต้องชดใช้ด้วยถั่วเงินหนึ่งพันเมล็ด”
เซี่ยเฉียวรู้สึกละเหี่ยใจไปชั่วขณะ
หากคิดจะใช้ถั่วเงินนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายมาก…
ในหัวของนางเต็มไปด้วยถั่วเงินราคาแพงเหล่านี้
ฉินหลิวอึ้งเล็กน้อย “เจ้ารู้ภาษานี้? ภาษานี้ยากเป็นพิเศษเลยนะ คนในสำนักศึกษาของเราที่รู้มีน้อยมาก…”
“ทำไมล่ะ คนที่มาจากแคว้นโจวไหลไม่ได้มีเยอะหรือ” เซี่ยเฉียวงุนงง
“มีเยอะ เพียงแต่คนที่มาจากแคว้นโจวไหลค่อนข้างตระหนี่และทำมาค้าขายเก่ง วิทยาการของพวกเขาไม่เป็นที่แพร่หลาย พวกเขาต่างก็รู้ภาษาและอักษรของเรา หลังจากเข้ามาแล้วก็ปรับตัวอยู่ร่วมกับพวกเรา แต่สิ่งที่พวกเรารู้เกี่ยวกับพวกเขามีน้อยมาก” ฉินหลิวอธิบาย
อย่างหนังสือพวกนี้ก็ได้มาจากคนพวกนั้นในราคาสูง
มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าเรียนรู้จากแคว้นโจวไหล
ดังนั้นจึงต้องแปลและจดบันทึกไว้ หากพบอะไรที่มีประโยชน์ก็ค่อยเผยแพร่ออกไป
เซี่ยเฉียวพบว่าที่ที่นางอยู่ตอนนี้แตกต่างไปจากยุคโบราณที่นางจากมามากนัก
อย่างน้อยที่สุดในการซึมซับวัฒนธรรมจากภายนอกก็ดีกว่ามาก
“ตกลงเจ้าจะคัดลอกไหม” ท่านอาจารย์ถามอีก
“คัดเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
นางอยากจะได้ถั่วเงิน
หลังจากที่นางบอกแบบนั้น อาจารย์ก็หยิบเล่มหนึ่งออกมาทันทีและวางลงบนมือเซี่ยเฉียว “หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมดสี่สิบหน้า หลังจากแปลเสร็จก็จะได้ถั่วเงินสองร้อยเมล็ด กำหนดเวลาคือภายในเจ็ดวัน ตกลงไหม”
“ตกลง” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าแปลถูกต้อง”
“ตอนที่นำกลับมาจะมีคนเปิดอ่านสองสามหน้าตรวจสอบดู หากมีข้อผิดพลาดก็จะถูกริบเงินมัดจำ หนังสือแปลเหล่านี้จะมีชื่อแม่นางเขียนไว้ อนาคตอาจจะเผยแพร่ออกไป หากมีเนื้อหาผิดพลาด…” ท่านอาจารย์ยิ้ม
เซี่ยเฉียวเข้าใจแล้ว
หากมีข้อผิดพลาดก็ย่อมต้องขายหน้า
นางไม่ยอมทำให้ตัวเองเสียหน้าขนาดนั้นแน่
อย่างไรก็ตามนางไม่มีทักษะอื่นใดเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เรื่องเกี่ยวกับสภาพจิตใจและการคัดลอกหนังสือ นางเรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่ง
จึงรับไว้ด้วยความยินดี
ฉินหลิวรีบเลือกเล่มที่เหมาะกับตนบ้างอย่างรวดเร็ว เซี่ยเฉียวเหลือบดู สิ่งที่นางเลือกคัดลอกกลับเป็นตำราการแพทย์ซึ่งค่อนข้างคลุมเครือและเข้าใจยาก
ไม่มีทางเลือกจริงๆ
ตอนที่ 108 ชื่ออะไรแล้วนะ
หนังสือเล่มนี้สามารถแปลในสำนักศึกษาหรือนำกลับบ้านก็ได้
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ครู่หนึ่งและเปิดดูเนื้อหาโดยรวมก่อน
แต่นี่ก็เป็นเวลาพอสมควรแล้ว นางเลยต้องนำกลับไปเขียนที่บ้าน
หลังจากกลับถึงบ้าน เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้รีบร้อนทำภารกิจให้เสร็จแต่อย่างใด แต่กลับไปที่เรือนใหญ่ รอให้เซี่ยผิงกั่งกลับมาแล้วจึงเรียกน้องๆ ทั้งสองเข้ามาหานางด้วย
นางนำหยกออกมาวางตรงหน้าของพวกเขาสองคน
“ใครอยากได้บ้าง” เซี่ยเฉียวถาม
“ข้าอยากได้ เจ้าจะให้พวกเขาทำไม!” เซี่ยผิงกั่งคว้าเอาไว้ทันที
“…” หนังตาของเซี่ยเฉียวกระตุก กลอกตามองเซี่ยผิงกั่ง “พี่ใหญ่ ท่านอยากไปกราบอาจารย์ที่สำนักศึกษาหรือ”
“หมายความว่าอย่างไร” เซี่ยผิงกั่งไม่เข้าใจ
หยกดีๆ แบบนี้หากเอาไปขายคงได้เงินไม่น้อยเลย จะให้พวกเขาสองคนไปทำไมให้เสียของ
“ข้าได้หยกชิ้นนี้เป็นรางวัลจากชั้นเรียนวิชากระบี่ ซึ่งว่ากันว่าหากมีมันอยู่จะสามารถฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์คนใดก็ได้ ข้าก็เลยนำกลับมา ให้ผิงไหวและซีเอ๋อร์เลือกเอง หากพวกเขามีอาจารย์ที่ชอบก็จะได้สิ่งที่ต้องการ” เซี่ยเฉียวอธิบาย
เมื่อนางพูดเช่นนั้น ท่าทีของเซี่ยผิงกั่งก็สงบลง
“มีอะไรดีๆ อย่างนี้ด้วยหรือ” เขาหัวเราะ “ได้มาเพราะชนะกระบี่หรือ ง่ายเกินไปแล้ว”
เขาก็จะเล่นด้วย!
“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง
เล่นกระบี่…
นางไม่ควรพูดเรื่องอารมณ์กับคนหยาบกระด้าง พี่ชายใหญ่ของนางสามารถแสดงเจตนาออกมาได้ก็เก่งแล้ว
เมื่อเซี่ยผิงไหวได้ยินเรื่องกราบอาจารย์ เขาก็ถอนตัวทันที “ไม่เอาๆ อยู่ดีๆ ทำไมข้าถึงต้องหาคนมาวุ่นวายกับข้าด้วย…”
เผียะ เซี่ยผิงไหวโดนตบศีรษะไปหนึ่งที
เป็นฝีมือของเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยผิงไหวจึงหดศีรษะราวกับนกกระทา ไม่กล้ากระดุกกระดิก
“ให้ผิงไหวสิ เลือกอาจารย์ดีๆ หน่อย ให้เขาเรียนหนังสือมากกว่านี้หน่อย หากให้ซีเอ๋อร์กราบอาจารย์ก็คงไม่มีประโยชน์” คำพูดของเซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมา แต่ก็อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
เซี่ยผิงไหวไม่รู้ความ แต่ก็เป็นเด็กฉลาด ถ้าหากมีคนคอยสอนจะต้องพัฒนาขึ้นได้แน่
แต่เซี่ยซีต่างออกไป นางซื่อ…โง่
หากใช้หยกชิ้นนี้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์จริงๆ เกรงว่าอาจารย์คงจะร้อนใจตายด้วยความโง่เขลาของนาง นางจะทำให้คนอื่นขุ่นเคืองเสียเปล่าๆ
“ข้าไม่เอา! พี่ใหญ่! ทำไมท่านไม่ให้พี่หญิงรองล่ะ พี่หญิงรองก็อยากไปเรียนที่สถานศึกษาหลวงนี่ แค่มีของนี่ก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องใช้เงินด้วยซ้ำ!” เซี่ยผิงไหวตะโกนอย่างรวดเร็ว
เซี่ยผิงกั่งตกตะลึง
แทบอยากจะเตะหน้าผากของเซี่ยผิงไหว
เด็กโง่นี่!
“พี่หญิงรองอะไรของเจ้า นางเข้าลำดับวงศ์ตระกูลแล้วหรือ” เซี่ยผิงกั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เผยหว่านเย่ว์ไม่มีของนี่ นางยังคงเรียนได้อย่างดีที่สำนักศึกษากู่หลัน อย่างนางเข้าเรียนที่นี่ไม่ได้ก็ไม่นับว่าแย่อะไร แต่หากเจ้าไม่มีของนี่ อยู่ที่สำนักศึกษาต่อไปก็เป็นได้แค่คนไร้ประโยชน์!”
จะเหมือนกันได้หรือ!
เขาก็ไม่ใช่คนขี้เหนียวอะไร
ไม่ได้ห้ามไม่ให้เผยหว่านเย่ว์ใช้เงินไปเข้าเรียน
เพียงแต่นางไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกับเขา ทั้งยังไม่ใช่น้องสาวที่เขาคอยดูแลมาจนเติบใหญ่ จะให้เขามาคิดโน่นคิดนี่เพื่อเด็กสาวคนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน!
อย่าแม้แต่จะคิด!
“ตอนนี้ข้าก็ค่อนข้างดีอยู่นะ!” เซี่ยผิงไหวต่อต้านขัดขืนเต็มที่
“เอาไม่เอา? หือ?” น้ำเสียงของเซี่ยผิงกั่งลดต่ำลงทันที
เขาลุกขึ้น ร่างสูงราวกับกำแพงขวางหน้าเซี่ยผิงไหว สายตาจับจ้องตรงไปที่เซี่ยผิงไหวราวกับว่าสามารถกินเซี่ยผิงไหวได้ตลอดเวลา
ไม่ต้องพูดถึงเซี่ยผิงไหวที่ตัวสั่นด้วยความตกใจ แม้แต่เซี่ยเฉียวก็ยังสะดุ้ง
แข็งแรงมาก
น่าตกใจ
“เอา…” เซี่ยผิงไหวตาแดงแล้ว จากนั้นก็เอื้อมมือออกไปทันที เขาไม่กล้าที่จะพูดคำว่า ‘ไม่’ อีก
“ดีมาก ข้าจำได้ว่ามีอาจารย์ที่เก่งกาจมากในสำนักศึกษา เขาชื่ออะไรแล้วนะ…“ เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เซียวอวี้หรง เขานี่ล่ะ พรุ่งนี้เจ้าเอาหยกนี้ไปกราบเขาเป็นอาจารย์เสีย”