ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 109 ข้าไปแทนเจ้า / ตอนที่ 110 ยอมรับชะตากรรมเถอะ
ตอนที่ 109 ข้าไปแทนเจ้า / ตอนที่ 110 ยอมรับชะตากรรมเถอะ
ตอนที่ 109 ข้าไปแทนเจ้า
เมื่อได้ยินชื่อของเซียวอวี้หรง เซี่ยเฉียวก็ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งพลางลูบจมูกของนาง
ส่วนเซี่ยผิงไหวกลับทำหน้าตาบูดบึ้ง
ทำไมเขาซวยอะไรอย่างนี้!
เซียวอวี้หรงเป็นอาจารย์ที่ไร้มนุษยธรรมที่สุดในสำนักศึกษาเลยนะ!
เป็นคนเดียวที่ฝึกสอนพระราชโอรสและพระราชนัดดาเหมือนหลานชายแท้ๆ!
เขาไม่สนใจตำแหน่งขุนนาง ถึงกับเคยพูดว่าสิ่งที่เขาเต็มใจจะทำที่สุดในชีวิตคือการสอนและให้ความรู้แก่ผู้คน ดังนั้นหลังจากนี้อีกหลายปีคนคนนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นผู้ดูแลสำนักศึกษาต่อไปในอนาคต…
“น้องสาว เจ้าทำได้ดีมาก ของนี่คงมีราคาไม่น้อยสินะ หากอย่างนั้นก็คิดเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ให้เจ้าเด็กนี่หามาคืน ต่อไปให้เขาคืนให้เจ้าอย่างน้อยเดือนละห้าสิบตำลึง จ่ายหมดเมื่อไหร่ก็หยุดเมื่อนั้น หากเขาไม่คืน ข้าจะหักขาเขาทิ้งเสียเลย” เซี่ยผิงกั่งพูดอย่างดุเดือด
เซี่ยเฉียวนิ่งคิดคำนวณอยู่ในใจครู่หนึ่ง
เดือนละห้าสิบตำลึง เซี่ยผิงไหวต้องคืนนางถึงห้าสิบปี…
เกลียดกันขนาดนั้นเลย?!
“ตกลง” เซี่ยเฉียวตอบรับอย่างมีความสุข “น้องชาย หรือว่าเจ้าเขียนสัญญาชำระหนี้ก่อนดีไหม จะได้ไม่ลืม”
“…” เซี่ยผิงไหวมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาหวาดผวา
นี่หรือคือพี่สาวที่อ่อนโยนและอ่อนแอของเขา…
แน่นอนว่าเรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ!
ขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยซีก็วิ่งไปหยิบปากกาและกระดาษมา
“…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ถึงลูกศรอีกดอกที่หน้าอก หลังจากเขียนเสร็จแล้ว เขายังต้องมอบทองแดงสองอีแปะให้กับเซี่ยซีสำหรับค่าแรง…
เพราะนี่เป็นกฎที่เขาสร้างขึ้นมาตอนเกลี้ยกล่อมน้องสาวให้ทำงานแทนเขา ดังนั้น…
หากเขารู้อย่างนี้แต่แรก เขาก็ควรจะมีมโนธรรมหน่อย…
เซี่ยเฉียวรับสัญญาใช้หนี้มาอย่างใจเย็น
ถึงแม้จะผ่อนชำระ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการขายได้เงินมาแล้ว ทั้งยังไม่เป็นการทำลายชื่อเสียง กระทั่งเงินทองก็ไม่รั่วไหลออกนอก
นางกำไรแล้ว
เซี่ยเฉียวกลับไปพักผ่อนด้วยความพึงพอใจอย่างมาก
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เขาเหนื่อยมากแล้ว สองสามวันนี้ก็มัวแต่สืบสวนคดี
ทันทีที่สองพี่น้องจากไป เซี่ยผิงไหวก็วิ่งไปที่ห้องของหลูซื่อด้วยหน้าตาโศกเศร้าเพื่อให้นางปลอบใจ
พล่ามบ่นถึงความทุกข์ความไม่พอใจ
“ท่านอาจารย์เซียวนั้นเก่งมาก เจ้าติดตามเรียนรู้จากเขาก็ไม่เลวเลย แต่ที่พี่สาวเจ้าต้องการเงินจากเจ้านี่ไม่ถูกจริงๆ รอให้ท่านพ่อกลับมา ข้าจะพูดกับเขาเอง” หลูซื่อหน้านิ่ว
“สัญญาใช้หนี้ข้าก็เขียนไปแล้ว ลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด หากข้าไปฟ้องท่านพ่อ พี่ชายใหญ่ก็ตีข้าตายพอดีสิ ไม่ต้องพูดหรอกขอรับ” เซี่ยผิงไหวสั่นศีรษะ เขาแค่อยากจะมาอ้อนแม่เท่านั้น “ท่านแม่ พี่ชายใหญ่เคาะกะโหลกข้าอีกแล้ววันนี้ หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ข้าต้องโดนเคาะกะโหลกจนโง่แน่ๆ!”
หลูซื่อยิ้มอย่างเหนื่อยหน่ายและลูบศีรษะของเขาตามคาด
หลังจากเลี้ยงดูเขามาเป็นเวลาห้าปี นางรู้ดีว่านิสัยของเด็กคนนี้เป็นอย่างไร
น่าเสียดายที่นางไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดเขา
เผยหว่านเย่ว์มองไปเห็นความรักใคร่เอ็นดูระหว่างสองคนนี้ ความไม่พอใจที่สั่งสมไว้ก็ระเบิดขึ้นมา
“น้องชายไม่อยากไป หากอย่างนั้นข้าไปแทนเจ้าก็ได้” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยขึ้นทันที
เซี่ยผิงไหวตกตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
“เจ้าบอกเองว่าไม่อยากไปไม่ใช่หรือ แต่กลับกันข้าอยากไปเปิดโลกที่สำนักศึกษาหลวงจริงๆ เพียงแต่ข้าไม่ใช่ลูกสาวขุนนาง และข้าก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น หากไม่มีหยกนี้ ชีวิตนี้ข้าคงไม่มีความหวังแล้ว เมื่อวานน้องชายไม่ได้บอกว่าต่อไปข้าจะเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเจ้าหรือ หากอย่างนั้นเจ้าจะยอมช่วยข้าหรือไม่” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ยอีก
หลูซื่อกังวลเล็กน้อย “อย่างนี้ไม่ดีหรอก ของของเซี่ยเฉียว ผิงกั่งก็บอกแล้วว่าจะมอบให้ผิงไหว”
หากดาวร้ายนั่นรู้เข้า บ้านจะไม่พังหรือ
นางไม่กล้ายั่วยุเซี่ยผิงกั่ง
เด็กอะไรน่ากลัว ดูเหมือนหมีก็ไม่ปาน
“ท่านแม่ ข้าอยากไปจริงๆ หรือท่านทำใจได้ที่จะให้ข้าอยู่ใต้คนอื่นไปตลอดชีวิตหรือ ท่านบอกว่าจะพาเข้ามาอยู่เมืองหลวงเพื่อมีชีวิตที่ดี แต่ตอนนี้ล่ะ บ้านก็ไม่ใช่บ้านข้า ข้าไม่มีแม้แต่หยกสักชิ้น เวลาพวกเขาพูดเรื่องอะไรกันก็หลบเลี่ยงข้า…” เผยหว่านเย่ว์รู้สึกน้อยใจจนร้องไห้ออกมา
ตอนที่ 110 ยอมรับชะตากรรมเถอะ
เมื่อเห็นเผยหว่านเย่ว์ร้องไห้ หลูซื่อก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน นางจึงหันไปมองเซี่ยผิงไหวด้วยสีหน้าลำบากใจ
“พี่หญิงรอง ท่านคงไม่ได้อยากเห็นข้าโดนอัดหรอกใช่ไหม” เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วท่าทางไม่จริงจัง
เผยหว่านเย่ว์ชะงักไปเล็กน้อย “ข้าก็แค่อยากเข้าสำนักศึกษาหลวง”
“หากอย่างนั้นท่านก็หาวิธีให้ได้หยกมาเองสิ ข้าไม่กล้าให้ท่านหรอก” แม้ว่าเขาจะต้องการกำจัดสิ่งนี้ออกไปให้พ้นมือ แต่เขาไม่กล้านี่ หากพี่ชายใหญ่รู้ว่าเขาเอาของนี่ให้กับคนอื่น เขาแย่แน่ และคงจะต้องนอนอยู่บนเตียงนานเป็นปี!
เผยหว่านเย่ว์ตัวสั่นไปทั้งตัวก่อนจะพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “แต่เจ้าบอกว่าเจ้าไม่อยากไปนี่นา..”
“ข้าไม่อยากไป แต่พี่ชายใหญ่ให้ข้าไปนี่! ไม่อย่างนั้นท่านก็ไปหาพี่ชายใหญ่ หากเขาตอบตกลง ข้าก็จะยอมมอบหยกให้ท่านทันทีโดยไม่พูดอะไรอีก และจากนี้ไปท่านจะเป็นพี่สาวแท้ๆ ของข้า! ข้าจะขอบคุณท่านมาก!” คำพูดของเซี่ยผิงไหวไม่เข้าท่าอย่างยิ่ง
เผยหว่านเย่ว์นิ่งคิด
เซี่ยผิงกั่ง…
ดูเหมือนเขาจะเกลียดนางมาก ตั้งแต่เข้าบ้านตระกูลเซี่ยมาเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับนางสักเท่าไหร่
“ทั้งที่เจ้าก็รู้ว่าพี่ชายใหญ่เกลียดข้า…” เผยหว่านเย่ว์รู้สึกน้อยใจ
“ไม่ พี่หญิงรองท่านไม่เข้าใจหรอก พี่ชายใหญ่เกลียดข้ามากกว่า พอของนี่มาอยู่ในมือข้า ข้าจะให้คนอื่นไม่ได้ อีกอย่างมันเป็นของที่พี่หญิงใหญ่ให้ข้าด้วย หากข้าให้ท่านไป พี่หญิงใหญ่ก็จะเสียใจ แล้วพี่ชายใหญ่ก็จะต้องสับข้าเป็นชิ้นๆ แน่ พวกเรายอมรับชะตากรรมของตัวเองเถอะ!” พอพูดจบเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
จะทำอย่างไรได้ล่ะ
หยกเจ้าปัญหานี่
“เย่ว์เอ๋อร์ พี่ชายใหญ่ของเจ้านิสัยเช่นนั้น…น่ากลัวจริงๆ” หลูซื่อไม่กล้าที่จะยั่วโมโหเขา
นึกถึงตอนที่เด็กคนนั้นถึงกับกล้าต่อยตีอาจารย์ของสำนักศึกษา
เลยโด่งดังขึ้นมาในสงครามเดียว!
เผยหว่านเย่ว์กำหมัดและจับผ้าเช็ดหน้าในมือไว้แน่น
เป็นข้ออ้างทั้งหมดนั่นแหละ
บอกว่าต่อไปนางจะเป็นลูกสาวของตระกูลเซี่ย แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีความแตกต่างอยู่
หากบอกนางว่าไม่มีเงิน นางก็ยังพอจะเข้าใจได้ แต่ตอนนี้โอกาสดีๆ มาอยู่ตรงหน้าแล้ว กลับไม่ยอมมอบให้นาง
เซี่ยผิงไหวเกาศีรษะแกรกๆ “พี่หญิงรอง ท่านเป็นพี่สาวแท้ๆ ของข้า อย่าได้โมโหไปเลย วันหน้าวันหลังหากข้าได้อะไรที่ท่านอยากได้มาอีก ข้าสัญญาว่าจะยกให้ท่านเลย!”
พอพูดจบน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนไป “จริงสิท่านแม่ เงินข้าไม่พออีกแล้วขอรับ”
“เมื่อวานข้าเพิ่งให้เจ้าไปห้าตำลึงไม่ใช่หรือ!” คิ้วของหลูซื่อขมวดขึ้นทันที
“ใช้หมดแล้วล่ะ ข้าเอาไปซื้อจิ้งหรีดสองสามตัว” เซี่ยผิงไหวยิ้มกว้าง
หลูซื่อจนใจ “ได้ เดี๋ยวข้าจะไปเบิกให้เจ้า แต่ให้มากไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้นพี่ชายใหญ่ของเจ้าเห็นบัญชีขึ้นมา จะมีปัญหา”
“ท่านวางใจเถอะ ข้าจะแอบเอาน้อยๆ หน่อย!” เซี่ยผิงไหวกระโดดขึ้นสูงสามฉื่อด้วยความดีใจ
วิ่งออกไปอย่างได้ดั่งใจ
กราบอาจารย์…เฮอะ! ข้าไม่ทำหรอก!
ต่อให้ยอมไปกราบอาจารย์ ก็ต้องให้อาจารย์ยอมรับเป็นศิษย์ด้วยถึงจะได้นี่!
“ท่านแม่ นี่คือลูกชายที่ว่าอยู่ข้างท่านแม่หรือ” เผยหว่านเย่ว์พ่นลมหายใจ “ช่างปะเหลาะ เจ้าเล่ห์ พูดฟังดูดี แต่ก็แค่มาขอเงินท่านแม่มิใช่หรือ”
“เฮ้อ ข้าก็ไม่ได้อยู่สบายนักหรอกนะ ถ้าหากข้ามีลูกชายได้สักคนก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ บ้านนี้ก็มีคุณชายอยู่แค่สองคน เจ้าผิงกั่งนั่นนิสัยเป็นอย่างไรเจ้าก็เห็นอยู่ ข้าจะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ได้แต่ต้องเอาใจเจ้าตัวเล็กนี่แหละ!” หลูซื่อลูบหว่างคิ้วของนาง
“โชคดีที่ถึงแม้ผิงไหวจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่อย่างข้าอยู่ในใจ อย่างไรก็ดีกว่านังหนูเซี่ยเฉียวนั่นนะ” หลูซื่อปลอบใจตัวเอง
เผยหว่านเย่ว์มองหลูซื่อเป็นอย่างนี้ แล้วก็รู้สึกว่าตนไม่มีอนาคตอะไรเลยแม้แต่น้อย
ลูกของคนอื่นจะเข้าข้างนางอย่างสุดใจได้อย่างไร
ในเวลานี้เซี่ยเฉียวกลับมาที่เรือนของนางแล้ว
ชุนเอ๋อร์กำลังพูดกับนางอยู่ข้างๆ
“คุณชายรองดูเหมือนจะไม่ต้องการกราบอาจารย์ ท่านมอบหยกให้เขาอย่างนี้ เขาจะไม่พอใจท่านหรือไม่” ชุนเอ๋อร์เอ่ยถาม