ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 111 หยกล่ะ / ตอนที่ 112 ชะตาขาด
ตอนที่ 111 หยกล่ะ / ตอนที่ 112 ชะตาขาด
ตอนที่ 111 หยกล่ะ
เซี่ยเฉียวอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินอย่างนี้
ไม่พอใจ แน่ล่ะจะต้องไม่พอใจแน่นอน เซี่ยผิงไหวทำตัวเป็นเด็กเสเพลในบ้านที่ไม่ได้ร่ำรวย
“บ้านนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เขาคึกคักออกอย่างนี้” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “เจ้าว่าเขามีเงินแค่ไหนล่ะ บอกให้เขาจ่ายเดือนละห้าสิบตำลึงเขาก็จ่าย แสดงว่าแต่ละเดือนท่านแม่ต้องจ่ายเพิ่มให้เขาไม่น้อย ข้ามองออกแต่แรกแล้วว่าท่านพี่คิดอย่างไร น้องชายคนนี้ต้องได้รับการดูแลสั่งสอน ตอนนี้เขาอายุสิบสองปียังพอทัน หากปล่อยไปนานกว่านี้จะสอนคงไม่ได้แล้ว”
“ท่านดีต่อคุณชายทั้งสองมากเลย” ชุนเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะทวงความยุติธรรมแทนเซี่ยเฉียว
บ้านหลังนี้ ลำเอียงขนาดนั้น
นอกจากคุณชายใหญ่แล้ว คนในตระกูลเซี่ยอื่นๆ ก็ไม่ค่อยมาที่นี่เท่าไรนัก
ส่วนคุณชายใหญ่ก็มาที่นี่ก็เพื่อขุดบ่อน้ำเท่านั้น
เซี่ยเฉียวไม่ใส่ใจเรื่องนี้
สำหรับนางแล้วการมอบหยกชิ้นนั้นออกไปถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ทำไปตามสมควร ไม่ได้นับเป็นเรื่องดีอะไร
ในช่วงปีแรกๆ ก่อนที่พ่อของนางจะแต่งงานกับหลูซื่อ น้องๆ ของนางก็ไม่เคยมีใครอบรมสั่งสอนมาก่อน ว่ากันตามเหตุผลแล้วนางซึ่งเป็นพี่สาวก็เหมือนแม่ เป็นหน้าที่ที่นางพึงกระทำ แต่ด้วยสุขภาพร่างกายนางไม่อำนวย จึงไม่เคยได้ถามไถ่อะไรมากมาย
นางฝึกฝนอยู่แต่ในวัด ทว่ากลับไม่ได้รักษาใจให้บริสุทธิ์และละกิเลสได้จริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่แรกที่นางได้เห็นน้องชายน้องสาวคู่นี้ นางก็รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดโดยสายเลือด
“พรุ่งนี้ผิงไหวคงจะกราบอาจารย์ไม่สำเร็จแน่” เซี่ยเฉียวมอองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“???” ชุนเอ๋อร์อึ้งไปทันที
แม้ว่านางจะไม่ได้จงใจมองโหงวเฮ้งของเขา แต่เมื่อกวาดสายตาออกไป นางก็สามารถรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้เสมอ โหงวเฮ้งของเซี่ยผิงไหวไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก กระทั่งหม่นหมองลงไปอีกเล็กน้อย ดังนั้นการกราบอาจารย์ต้องไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
“แล้วทำไมท่านถึงให้ของแก่เขาล่ะ” ชุนเอ๋อร์สงสัย
“อยากดูเขาโดนอัดน่ะ?” เซี่ยเฉียวหัวเราะเสียงไพเราะราวกับระฆังเงิน
“…” ชุนเอ๋อร์ทำหน้างง
เช้าวันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์สาดแสงจ้า
เซี่ยเฉียวไม่ได้รีบไปเรียน แต่กลับไปที่เรือนหลักเพื่อกินข้าว
“วันนี้เจออาจารย์ เจ้าอย่าลืมทำตัวให้สุภาพเข้าไว้ล่ะ ต่อหน้าอาจารย์แม้เจ้าจะเสแสร้งก็ต้องทำสักวัน ให้เป็นศิษย์ให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เข้าใจไหม?!” บนโต๊ะกินข้าวเซี่ยผิงกั่งดุดันอย่างยิ่ง
“ตกลงๆ ข้ารู้แล้วน่า!” เซี่ยผิงไหวรำคาญ
“จริงสิ นังหนูรองล่ะ” ภายใต้ความกดดันของหลูซื่อ คำเรียกเผยหว่านเย่ว์ของเซี่ยหนิวซานเปลี่ยนไปแล้ว
หลูซื่อยิ้มก่อนจะเอ่ย “นางบอกว่ามีการบ้านที่นางทำไม่ได้ วันนี้จึงรีบไปสำนักศึกษาแต่เช้าเพื่อถามอาจารย์เจ้าค่ะ”
เซี่ยหนิวซานพยักหน้า
“ประเดี๋ยวข้าไปส่งเจ้า พบท่านอาจารย์ด้วยกันดีกว่า?” เซี่ยเฉียวมองเซี่ยผิงไหวด้วยสีหน้าอ่อนโยน “เรื่องอ่อนน้อมถ่อมตนนี่ข้าก็พอไปวัดไปวาได้ เจ้าเรียนรู้จากข้าระหว่างทางก็แล้วกัน”
เซี่ยผิงไหวหงุดหงิดร้อนรน “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกขอรับ”
เขาคิดมาดีแล้ว วันนี้ตอนที่ไปพบอาจารย์ เขาจะทำตัวดื้อรั้นไม่เชื่อฟังหรือไม่ก็ทำเป็นโง่เขลาสักหน่อย พวกอาจารย์ต่างก็หัวโบราณกันทั้งนั้น หากเห็นว่าเขาไม่มีคุณสมบัติเพียงพอก็คงจะขับไล่เขาออกมาทันที!
แต่ถ้าหากพี่หญิงใหญ่จะตามเขาไปด้วย เขาจะทำอย่างไรล่ะ
“หรือว่าเจ้ามีเหตุผลอะไรที่พูดไม่ได้หรือน้องชาย” เซี่ยเฉียวไม่ได้มองหน้าเขา นางกินข้าวพลางถามเขาอย่างไม่รีบร้อน
เซี่ยผิงไหวตกใจและส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่มี!”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเอง พวกเราสองพี่น้องควรจะพูดคุยกันให้มากขึ้น” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีกครั้ง
เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุกทันที
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกไม่วางใจอยู่บ้าง เขามักจะรู้สึกว่าเด็กคนนี้สงบนิ่งขนาดนี้จะต้องมีอะไรปิดปังอยู่แน่ คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยว่า “เจ้าเอาหยกนั่นออกมาให้ข้าดูหน่อย”
“อ่อ” เซี่ยผิงไหวจนใจ เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อเพื่อค้นหา
แต่พอค้นดูเขาก็ตกตะลึงแล้ว
ใบหน้าของเขาเครียดเขม็งขึ้นมาทันที
“หยก หยก… หยกของข้าอยู่ที่ไหน! อา! หยกของข้าล่ะ?”
ตอนที่ 112 ชะตาขาด
เซี่ยผิงไหวผุดลุกขึ้นยืน และรีบถอดเสื้อนอกของเขาออกต่อหน้าทุกคนทันที จากนั้นก็เริ่มค้นหาในเสื้อผ้า
ใบหน้าของเขาขาวซีดโศกเศร้าราวกับคนกำลังไว้ทุกข์
“พี่ชายใหญ่ หยกของข้าถูกขโมยไปแล้ว ถูกขโมยไป…จริงๆ ท่านต้องเชื่อข้านะ…” เซี่ยผิงไหวตกใจจนแทบบ้า
จบกัน จบกัน!
เซี่ยผิงกั่งลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าโกรธจัด
เขาเดินไปหยุดอยู่ข้างเซี่ยผิงไหวก่อนจะหิ้วคอเขาขึ้นมาทันที “เจ้าไม่ได้กำลังเล่นลูกไม้กับข้าอยู่หรอกใช่ไหม!”
“…” ไม่ใช่จริงๆ นะ!
มันถูกขโมยไปจริงๆ
“เดี๋ยวก่อน! ข้าอาจจะลืมไว้ในห้องไม่ได้เอามาด้วย…” เซี่ยผิงไหวกลืนน้ำลาย หรือว่าเขาจะวางมันไว้บนโต๊ะตอนที่เขาอาบน้ำเมื่อคืนนี้?
“ตกลง ข้าจะไปหาที่ห้องกับเจ้า หากวันนี้หาหยกนี่ไม่เจอล่ะก็ เฮอะ ข้าก็จะไม่มีน้องชายอีกต่อไป” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเย็นเยียบ เสียงหัวเราะของเขาทำให้ทุกคนในบ้านไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมา
รวมถึงเซี่ยเฉียวด้วย
เจ้าหมีนี่…พี่ใหญ่คิดจะกินคนหรือ
แต่เซี่ยเฉียวก็แปลกใจเล็กน้อย นางไม่คิดว่าเซี่ยผิงไหวจะกล้าทำของหายไปเลยเช่นนี้ ยังคิดว่าเซี่ยผิงไหวจะแสร้งทำเป็นไปกราบอาจารย์ จากนั้นก็ยั่วโมโหอาจารย์เพื่อให้คนอื่นมองว่าอาจารย์เป็นคนปฏิเสธเขาเอง!
นั่นจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด!
ถึงอย่างไรชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้ดีอยู่แล้ว หากอาจารย์ไม่เต็มใจยอมรับศิษย์ก็เป็นเรื่องปกติ
เซี่ยผิงกั่งลากเซี่ยผิงไหวกลับไปที่เรือนทันที
เซี่ยหนิวซานและหลูซื่อติดตามมาด้วย ทันทีที่พวกเขาเข้าห้องไปก็ตะโกนเรียกคนให้มาช่วยกันค้นหา
เซี่ยผิงไหวเองก็พุ่งเข้าไปด้วย เข้าไปค้นหาทั้งบนโต๊ะบนเตียงอยู่หลายรอบ แต่หาอยู่นานก็ยังหาหยกไม่พบ!
ใบหน้าของเขาขาวซีดลงเรื่อยๆ ดูเหมือนกับกำลังจะเป็นลมแล้วอย่างนั้น
เซี่ยผิงกั่งยืนตระหง่านขวางอยู่ตรงประตูอย่างกับเสาหิน
“ข้าไม่รู้ มันถูกคนขโมยไปจริงๆ นะ!” เซี่ยผิงไหวเริ่มโวยวาย
“ของนั่นข้าเป็นคนให้เจ้าเองกับมือ ไม่ว่าเจ้าจะจงใจทำหายหรือถูกคนขโมยไปก็ตาม ต่างก็เป็นเพราะเจ้าไม่ได้รักษาของให้ดี ต้องลงโทษ” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเสียงเย็นเยียบ “ใครก็ได้เอาตัวไปมัดไว้!”
“ไม่ได้นะ! พี่ชายใหญ่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!” เซี่ยผิงไหวร้องตะโกนทันที “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะตายอยู่แล้วนะ!”
เซี่ยหนิวซานมองเซี่ยผิงกั่งด้วยสีหน้าขอความเห็นใจ “เอ่อ…กั่งเอ๋อร์…”
“ท่านไม่สามารถสั่งสอนลูกของตนเองได้ ข้าช่วยท่านสั่งสอนเอง ท่านพ่อมีปัญหาหรือ!” น้ำเสียง้เซี่ยผิงกั่งดังกังวานราวกับระฆัง
ใบหน้าเซี่ยหนิวซานกระตุกทันที “อืม เจ้าเด็กคนนี้ต้องได้รับการสั่งสอน! หยกชิ้นนั้นมีราคามากเชียวนะ! เจ้าทำหายไปได้อย่างไร หากขายไปก็คุ้ม!”
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตาเต้นกระตุกทันที
ชะตาเขาขาดแล้ว
หลูซื่อตกใจจนนิ่งไปตั้งแต่แรกแล้ว นางจะกล้าพูดอะไรที่ไหน
เซี่ยผิงไหวมองไปยังเซี่ยเฉียวเพื่อขอความช่วยเหลือ “พี่หญิงใหญ่ พี่สาวของข้า ท่านช่วยข้าด้วย!”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า จากนั้นนางก็เดินไปรอบๆ ห้องหนึ่งรอบก่อนจะออกมา
นางถือกรงตั๊กแตนหกเจ็ดตัวไว้ในมือ
“พี่ชายใหญ่ ต้าสยงที่ข้าเลี้ยงไว้ชอบกินเจ้านี่ที่สุด…ข้าขอไปได้ไหม…” นางพูดอย่างเอียงอาย ดวงตาทั้งคู่งดงามอย่างยิ่ง เซี่ยหนิวซานที่ยืนอยู่ด้านข้างใจละลายแล้ว
นี่แหละนาง ลูกสาวคนดีของเขา!
“เอาไปเถอะๆ เดี๋ยวข้าไปจับให้เพิ่มอีกสักสองสามตัวเอาไหม เจ้าพวกนี้เล่นสนุกนะ” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
อย่างไรที่เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ก็แบบนี้อย่างไรล่ะ
เซี่ยเฉียวหัวเราะขึ้นมาทันที “ตกลง ท่านพ่อ ท่านจับจิ้งหรีดเก่งเป็นพิเศษใช่หรือไม่ หากอย่างนั้นต่อไปท่านจับให้ข้ามากขึ้นหน่อยได้ไหม แต่ข้าก็ไม่มีของมีค่าอะไรจะตอบแทนท่าน…”
“ไม่เป็นไร ของพวกนี้ไม่ได้หายากอะไรมากมาย ก็แค่จับจิ้งหรีดเท่านั้น จะมีราคามากมายสักเท่าไรกัน” เซี่ยหนิวซานรู้สึกว่าไม่ควรค่าให้พูดถึง
ตอนที่เขาอยู่บนเขาจิ้งหรีดพวกนี้มีมากมายเต็มไปหมด พอตกกลางคืนก็ส่งเสียงดังสนั่นจนคนนอนไม่หลับ!
จะจับยากจับเย็นแค่ไหนกัน
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ห้ามเซี่ยเฉียวที่นำของทั้งหมดนี้ไป
เซี่ยผิงไหวกลับนิ่งงันไปแล้ว