ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 113 โมโหยิ่งนัก / ตอนที่ 114 พวกอายุสั้นลงมือแล้ว
ตอนที่ 113 โมโหยิ่งนัก / ตอนที่ 114 พวกอายุสั้นลงมือแล้ว
ตอนที่ 113 โมโหยิ่งนัก
สรุปว่าไม่ได้ช่วยขอความเมตตาแทนเขานี่?!
พี่หญิงใหญ่ทำแบบนี้ได้อย่างไร!
เขายังไม่ทันจะได้ร่ำร้อง ก็ถูกไล่ออกไปข้างนอกแล้ว
เซี่ยผิงกั่งโกรธแล้วจริงๆ ที่เรือนด้านหน้าของตระกูลเซี่ยมีสนามต่อสู้เล็กๆ อยู่ ปกติสองคนพ่อลูกก็จะฝึกยุทธ์กันที่นั่น นอกจากนั้นที่นั่นยังมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง เซี่ยผิงไหวถูกนำตัวไปแขวนไว้บนนั้นทันที
“วันนี้เจ้าไม่ต้องไปสำนักศึกษาแล้ว เดี๋ยวข้าจะให้เด็กรับใช้ไปขอลาหยุดให้เจ้า ไม่มากหรอก หยุดไปสักเดือนก็แล้วกัน!” น้ำเสียงของเซี่ยผิงกั่งราวกับการทรมานเพื่อสอบสวนในยมโลก
เซี่ยผิงไหวร้องไห้โศกเศร้า “ข้าไม่ได้ทำหายจริงๆ นะ!”
อยู่ดีๆ หยกจะหายไปไหนได้!
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะแขวนเจ้าไว้ที่นี่ทุกวันวันละสี่ชั่วยามเต็ม อาหารการกินเจ้าจัดการเอง เช่นเดียวกับการลงโทษที่ผ่านมา ใครกล้าปล่อยเจ้า เอาของว่างให้เจ้ากินข้าจะตีคนนั้นให้ตาย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยพลางกวาดตามองทุกคนในบ้านไปพลาง
มันคิดว่ามันเป็นใครถึงกล้าทำหยกหาย!
ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ยังกล้าเอามาใช้ต่อหน้าเขา?!
ข้าจะทำให้มันเสียใจไปตลอดชีวิต!
ในใจของหลูซื่อหวาดผวา และก็ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว ใบหน้าของนางจึงได้ตื่นตระหนกขาวซีด และสั่นไปหมดทั้งตัวจนยืนไม่นิ่งแล้ว
หวังว่าคงจะไม่ใช่อย่างที่นางคิดนะ!
เซี่ยผิงไหวแกว่งไปแกว่งมาอยู่ด้านบน
เซี่ยผิงกั่งและเซี่ยหนิวซานออกไปข้างนอกแล้ว ส่วนคนที่เหลือก็ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยเฉียวและเซี่ยซียืนอยู่ใต้ต้นไม้ พวกนางกำลังมองขึ้นไปยังเซี่ยผิงไหวที่ถูกแขวนอยู่กลางอากาศ ไม่รู้ว่าเซี่ยเฉียวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เซี่ยซีกลับเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ชาย ท่านทำเงินหายไปเยอะมาก”
“ข้าไม่ได้ทำหาย!” เซี่ยผิงไหวกัดฟันด้วยความแค้นเคือง “ถุย” เขาถ่มน้ำลายออกมา “ไอ้ลูกเต่าตัวไหนมันละโมบโลภมาก อย่าให้ข้าจับได้นะ ข้าจะให้มันได้เห็นโลงศพ!”
เซี่ยเฉียวหัวเราะเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น
“พี่หญิงใหญ่ หยกนี่ข้าไม่ได้ใช้ ท่านคืนสัญญาใช้หนี้ให้ข้าเถอะ!” เซี่ยผิงไหวตะโกนโวยวาย
ตอนนี้ก็แค่ถูกแขวนอยู่เท่านั้น จะเป็นอะไรไป?
พอพี่ชายใหญ่กลับบ้านมาตอนเย็นจะต้องลงแส้เขาแน่นอน เขาต้องเอาสัญญาใช้หนี้คืนมาให้ได้ก่อน จึงจะสบายใจขึ้นมาหน่อย
“ไม่ได้หรอกน้องชายคนดี” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ว่ารอยยิ้มของพี่หญิงใหญ่ของเขาเย็นชา หัวใจก็เต้นกระตุกขึ้นมา “พี่หญิงใหญ่ ท่านไม่ได้เอาไปหรอกใช่ไหม”
“จะเป็นไปได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวจ้องหน้าเขาเล็กน้อย “ไม่ใช่ของดีอะไรสักหน่อย ข้าจะเอาไปทำไม”
เซี่ยผิงไหวพ่นลมหายใจออกมา ก็จริง พี่หญิงใหญ่ก็ไม่ได้ดูเหมือนคนที่จะทำร้ายเขาได้เสียหน่อย
หรือจะเป็น…พี่หญิงรอง?
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้ว แต่เขาก็ไม่กล้าพูด
เรือนของเขาไม่ได้มีคนคอยเฝ้า ถ้าหากมีคนคิดจะเข้าไปหยิบของก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เพียงแต่สถานะของพี่หญิงรองแตกต่าง หากนางเอาไปจริงๆ เขาก็พูดไม่ได้สิ? เขาอายุตั้งสิบสองปี และเริ่มที่จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กลางดึกกลางดื่นอย่างนั้น หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปต้องเป็นเรื่องเสื่อมเสียเป็นแน่
เซี่ยผิงไหวสีหน้าซับซ้อน ในใจอึดอัดหดหู่อย่างยิ่ง
เขาโมโหจะตายอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม จะเป็นนางหรือไม่ เดี๋ยวตอนเย็นนางกลับมาก็รู้แล้วนี่?
ถึงอย่างไรหยกนี่เขาก็จะนำไปกราบอาจารย์…มิฉะนั้นเขาเก็บเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์!
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางเช่นนั้นของเซี่ยผิงไหวก็คิดไปถึงเผยหว่านเย่ว์
เพียงแต่เรื่องนี้ต้องมีหลักฐาน ก่อนจะเห็นหลักฐานนางย่อมไม่อยากคาดเดาเรื่องอะไรเกี่ยวกับคนอื่นไปมั่วๆ ถึงอย่างไรความผิดของเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
นางไปสำนักศึกษาตามปกติ
ทว่าก็คอยสังเกตเป็นพิเศษ
แต่กลับไม่ได้ยินว่ามีใครเอาหยกมากราบอาจารย์
ความหมายของหยกขาวนี้ไม่ธรรมดา ถ้ามีคนเอาออกมาจริงๆ ทุกคนในสำนักศึกษาต้องรู้กันหมด
อย่างเช่นตอนนี้ หลายคนในเรือนคงกู่คิดว่าหยกขาวยังอยู่ในมือเซี่ยเฉียว จึงสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าเซี่ยเฉียวจะกราบใครเป็นอาจารย์
ตอนที่ 114 พวกอายุสั้นลงมือแล้ว
ตอนนี้มีคนรายล้อมนางอยู่หลายคน
“หยกหายไปแล้ว หายไปจริงๆ น่ะ?” ใครบางคนถามขึ้นมา เซี่ยเฉียวไม่ได้ปิดบังอะไร เพียงแต่นางไม่ได้บอกว่ามีคนขโมยไปเท่านั้น
ถูกขโมยหายไปจากเรือนเซี่ยผิงไหว หากเรื่องนี้แพร่ออกไปก็เป็นเรื่องน่าอับอาย
คนนอกพวกนี้เพียงแต่เห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่ช่วยหาของไม่ได้หรอก
“น้องชายของข้าไม่ค่อยระวัง วางของไม่เป็นที่ ก็เลยไม่รู้ว่าหายไปไหน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างสงบ
“อย่างนั้นก็น่าเสียดายแล้ว เมื่อมีหยกนี่ หากคิดจะกราบผู้ดูแลเป็นอาจารย์ก็ยังได้…” คนนอกพวกนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย แต่ละคนต่างมองเซี่ยเฉียวอย่างเห็นอกเห็นใจ
ของสิ่งนี้เซี่ยเฉียวอุตส่าห์ลงแรงไปมากเพื่อให้ได้มา ถึงขนาดเป็นลมไปรอบหนึ่งเลยนะ ตอนนี้มาหายไป ไม่แน่นางอาจจะรู้สึกโศกเศร้ามากก็ได้
ตั้งแต่ที่รู้ว่าเซี่ยเฉียวจะอายุสั้น ความเป็นปฏิปักษ์ที่ทุกคนมีต่อนางก็ลดน้อยลงไปมาก
ตอนนี้พวกนางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปลอบใจ “หายแล้วก็แล้วไปเถอะ ก็แค่หยกชิ้นหนึ่งเท่านั้น น้องชายของเจ้าก็ไม่ได้ฉลาดอะไรมากมาย แม้ว่าจะมีอาจารย์ก็อาจเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เท่าไรนัก เจ้าอย่าเสียใจไปเลย”
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
นางรู้สึกราวกับกำลังโดนดูถูก
“ใช่แล้ว หากคุณชายน้อยตระกูลเซี่ยกราบอาจารย์เมื่อไหร่ ต่อไปเขาก็คงจะเสเพลมากยิ่งขึ้น ข้าว่าอย่างนี้ก็ดีแล้วนะ เขาจะได้ไม่ต้องนำหยกทำตัวกร่างไปทั่ว” ใครอีกคนพูดขึ้น
“นั่นก็จริง ลองคิดดูให้ดีสิ ในสำนักศึกษามีคนเก่งมากมายขนาดนี้ ยังมีหัวกะทิอีกตั้งมากที่คิดจะกราบอาจารย์แต่ไม่สำเร็จ ถ้าคนไม่เอาไหนอย่างเซี่ยผิงไหวทำได้ขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่ามีอีกกี่คนที่จะรู้สึกผิดหวังหดหู่..”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
คนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่รู้สึกว่าคำพูดของพวกนางไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปกติแล้วชื่อเสียงของเซี่ยผิงไหวเลวร้ายขนาดไหน
“ข้าไม่เคยพูดว่าเสียใจนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ สีหน้าของนางเย็นชาเล็กน้อย
คนเหล่านั้นก็ตกตะลึงทันที
จะต้องเสียใจสิ? จำเป็นต้องพูดด้วยหรือ
“พวกเจ้าเอ่ยปากถามเรื่องหยกขาว ข้าก็เลยอธิบายให้ฟัง แต่ข้าไม่เคยพูดนี่ว่าของหายไปแล้วเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด ตระกูลเซี่ยของข้าไม่ได้ยากจนถึงขั้นนั้น อีกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นสมบัติล้ำค่าอะไรด้วย หรือว่าข้าจะต้องร้องไห้เสียใจเพราะมัน? อีกอย่าง ข้ารับรู้ได้ถึงน้ำใจของทุกคนแล้ว แต่คำพูดของพวกเจ้าไม่น่าฟังเท่าไร เซี่ยผิงไหวเป็นน้องชายของข้า ข้าอาจจะพูดว่าเขาดื้อรั้น แต่คนอื่นจะมาว่าเขาไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยจนจบก็พูดต่อ “ช่วยหลีกไปหน่อยเถอะ บดบังแสงของข้าหมดแล้ว”
คำพูดของนางทำให้ทุกคนพูดไม่ออก
ตอนที่พวกนางพูดก็ไม่ได้คิดถึงความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างเซี่ยเฉียวกับเซี่ยผิงไหวจริงๆ
ก็แค่คิดว่าเด็กนั่นนิสัยเลวจึงพูดว่าไปสองสามคำเท่านั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเฉียวจะโกรธขึ้นมาจริงๆ?
“เจตนาดีกลับถูกมองในแง่ร้ายเสียอย่างนั้น!” ซย่าหย่าอวิ๋นแค่นเสียง “น้องชายของเจ้าเดิมทีก็เป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว ยังจะกลัวคนอื่นว่าอีก ของนั่นก็หายไปแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะแอบเอาไปจำนำแล้วก็ได้! ใครบ้างล่ะที่จะไม่รู้ว่าน้องชายของเจ้าชอบเล่นสนุกเล่นพนัน?”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชา
ซย่าหย่าอวิ๋นมองนางด้วยสายตาไม่ยอมแพ้ “ข้าพูดผิดหรือ พวกอายุสั้น!”
ฟึ่บ เสียงหนึ่งดังขึ้น เซี่ยเฉียวหยิบหมึกที่ฝนไว้แล้วขึ้นมาแล้วสะบัดออกไปทันที “ปากเจ้าสกปรกแล้ว ไปล้างดีๆ ด้วยนะ”
“ว้าย….” ซย่าหย่าอวิ๋นร้องขึ้นมาทันที
เสื้อผ้าที่เดิมทีขาวสะอาดเปื้อนสีดำเป็นปื้นทันที บนใบหน้าของนางก็เปื้อนหยดหมึกด้วยเช่นกัน
มุมปากเซี่ยเฉียวยกขึ้นเล็กน้อย แล้วมองนางด้วยด้วยสีหน้านุ่มนวลเป็นพิเศษ “ดูสิ ตอนนี้เจ้าดูดีกว่าเมื่อครู่เยอะเลย รู้ไหมว่าเป็นเพราะเหตุใด”
“เพราะสีดำสามารถปกปิดสิ่งที่น่ารังเกียจและสกปรกของเจ้าได้ดีที่สุด ตอแยไม่จบไม่สิ้น น่ารำคาญมาก”
ทุกคนกำลังมองดูนาง
นี่คือ…
ร่างกายของคนที่อายุสั้นที่หมอหลวงว่าไว้? ไม่เหมือนเลย…นางทั้งสองคนก็ไม่ได้อยู่ใกล้กันเท่าไรนะ แต่เซี่ยเฉียวกลับสาดเข้าหน้าซย่าหย่าอวิ๋นไปเต็มๆ ไม่มีกระเซ็นสักหยด?