ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 115 คนโหดเหี้ยมคนหนึ่ง / ตอนที่ 116 ถูกลงโทษ
ตอนที่ 115 คนโหดเหี้ยมคนหนึ่ง / ตอนที่ 116 ถูกลงโทษ
ตอนที่ 115 คนโหดเหี้ยมคนหนึ่ง
ปากของซย่าหย่าอวิ๋นก็เปื้อนไปด้วยน้ำหมึก ตอนที่ร้องออกมาเมื่อสักครู่นางก็กลืนน้ำหมึกเข้าไปไม่น้อย ตอนนี้จึงอาเจียนออกมาไม่หยุด
“อาจารย์มาแล้ว!” ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา
ทุกคนวิ่งกลับไปยังตำแหน่งของตนในทันที
ทันใดนั้นซย่าหย่าอวิ๋นก็เอามือปิดหน้าของนางและเริ่มร้องไห้
เซี่ยเฉียวเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลง ก่อนที่น้ำตาสองสายจะไหลลงมา นางสะอึกสะอื้นและกุมหน้าอกเอาไว้ ท่าทางโศกเศร้าจนพูดไม่ออก
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของนาง ซย่าหย่าอวิ๋นก็โกรธยิ่งขึ้น นางชี้ไปที่เซี่ยเฉียวและก่นด่า “เสแสร้ง! ท่านอาจารย์! ท่านต้องช่วยออกหน้าให้ข้านะ! นางรังแกข้า ท่านดูหน้าดูเสื้อผ้าของข้าสิ!”
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเพิ่งก้าวเข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน
แทบจะส่งเขาไปสวรรค์แล้ว
เซี่ยเฉียวน้ำตาไหลอาบแก้ม สีหน้าซีดขาว และมือไม้สั่นชี้ไปที่ซย่าหย่าอวิ๋นราวกับว่านางได้รับความอยุติธรรม แต่พูดไม่ออกกระนั้น
คนอื่นๆ เมื่อเห็นท่าทางของเซี่ยเฉียวเช่นนี้ต่างก็ตะลึงไป
อย่างนี้ก็มีด้วย?
ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นางร้ายกาจมาก แต่ในพริบตาเดียวนางกลับร้องไห้ออกมาได้…สะเทือนใจอย่างนี้?
จะแสดงเก่งเกินไปแล้ว!
ต้องบอกว่าทุกคนต่างก็รู้สึกว่าท่าทางร้องไห้ของเซี่ยเฉียวนั้นน่าสะเทือนใจมาก นางมีน้ำตาคลอเบ้า สายตายืนหยัดไม่ยอมแพ้ หากพวกนางไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด พวกนางก็คงจะคิดว่านางถูกรังแกกลั่นแกล้งจริงๆ!
ในพริบตาเดียวทุกคนก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว
“เกิดอะไรขึ้น” อาจารย์หลี่ว์ผู้ชราเหนื่อยหน่ายใจอย่างยิ่ง
“นาง! นางสาดหมึกบนแท่นฝนหมึกใส่ข้า! ท่านอาจารย์ เซี่ยเฉียวทำเกินไปแล้ว! นางทำอย่างนี้ได้อย่างไร!” ซย่าหย่าอวิ๋นเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
เซี่ยเฉียวเม้มปากและก้มหน้าลง “ท่านอาจารย์…ลงโทษข้าเถอะ ข้าทำเอง”
อาจารย์หลี่ว์ผู้ชราถอนหายใจ “ทำไมเจ้าทำอย่างนั้น”
“แม่นางซย่าดูถูกน้องชายของข้า แม้ว่าน้องชายของข้าจะดื้อรั้น แต่เรื่องที่เขาไม่เคยทำเขาก็ไม่เคยทำจริงๆ จะยอมให้คนมาใส่ความเขาได้อย่างไร ฝีปากของข้าไม่ดีเท่าแม่นางซย่า ในช่วงเวลาบีบคั้นข้าก็ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไร ข้าก็เลยลงมือ” เซี่ยเฉียวท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่เชื่อฟังเอ่ยขึ้นอีก
“พวกเจ้าพูดมาหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น” อาจารย์หลี่ว์เองก็ไม่ได้เชื่อคำพูดฝ่ายเดียวของเซี่ยเฉียว เขาจึงหันไปถามคนอื่นๆ
ทุกคนค่อนข้างงุนงง
เพราะซย่าหย่าอวิ๋นหาเรื่องนางจริงๆ
อีกอย่างมันก็เป็นเพราะพวกนางพูดอะไรไม่สมเหตุสมผลก่อน ทำให้เซี่ยเฉียวอารมณ์ไม่ดี จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงโกรธและลงมือ…
แต่เมื่อครู่ท่าทางของเซี่ยเฉียวไม่ได้น่าสงสารไม่ได้ดูเหมือนถูกรังแกขนาดนี้…อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาของเซี่ยเฉียวนั้นยากที่จะบรรยาย
จึงบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงคำพูดน่ารังเกียจที่เซี่ยเฉียวพูดกับซย่าหย่าอวิ๋นด้วย
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ามองเซี่ยเฉียวด้วยสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวยืดคอขึ้นอย่างเงียบๆ สายตาของนางวาดผ่านไปยังที่แห่งหนึ่ง
“วิญญูชนขยับปากไม่ขยับมือ[1] อย่าคิดว่าพวกเจ้าเป็นผู้หญิง แล้วจะทำเรื่องหยาบคายเช่นนี้ได้!” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ากล่าวอย่างดุเดือด “แม้พวกเจ้าจะใช้ปากวิวาทก็ควรรู้ว่ายังมีทางหลบเลี่ยงได้ พวกเจ้าคนหนึ่งทะเลาะกันด้วยคำพูด อีกคนทำอะไรโดยไม่คิด สมควรโดนลงโทษทั้งคู่! พวกเจ้าสองคนต้องไปทำความสะอาดคอกม้าตอนบ่ายนี้!”
ได้อย่างไร!
ซย่าหย่าอวิ๋นจ้องเขม็งท่าทางไม่ยอมเชื่อฟัง
เซี่ยเฉียวกลับต่างออกไป นางเลิกคิ้วอย่างพอใจและพยักหน้า “ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของอาจารย์ ศิษย์รู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”
“…” ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
เซี่ยเฉียวผู้นี้อดทนอดกลั้นเก่งเกินไป…นางออกจะน่ากลัวอยู่บ้าง…
ซย่าหย่าอวิ๋นแทบจะร้องไห้ตลอดเวลาเรียนช่วงเช้า ส่วนเซี่ยเฉียวสีหน้าไม่มีเปลี่ยน นางนิ่งสงบมาก ยังมีอยู่สองครั้งที่นางเป็นคนเริ่มลุกขึ้นและตอบคำถามของอาจารย์ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยิ่งเกิดอย่างนี้ขึ้นในใจทุกคนก็ยิ่งตื่นตระหนก
ทันใดนั้นพวกนางก็มีความรู้สึกราวกับว่ากำลังล่วงเกินคนโหดเหี้ยมคนหนึ่งไปเสียแล้ว
ตอนที่ 116 ถูกลงโทษ
เซี่ยเฉียวรู้ดีว่าข้อด้อยของตัวเองคือนางอ่อนแอเกินไป
แม้คนที่อ่อนแอเกินไปจะสามารถปลุกเร้าความปรารถนาให้ผู้อื่นปกป้องได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะสูญเสียความสามารถในสายตาคนอื่นไปด้วย คนเช่นนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรคนอื่นก็จะไม่สนใจ
แต่ถ้าหากท่าทางร้ายกาจก็จะต่างออกไป
คาดว่าต่อไปนี้ซย่าหย่าอวิ๋นคงจะค่อยยังชั่วไปสักพัก อย่างน้อยก็ไม่กล้ายั่วยุท้าทายนางอย่างเปิดเผย
แต่งานทำความสะอาดคอกม้าทำให้นางใจไม่ค่อยดีเท่าไร
ได้ยินว่างานนี้เป็นงานที่มีกลิ่นแรง
อาจารย์ในสำนักศึกษาลงโทษนักเรียนด้วยวิธีที่แปลกประหลาดแตกต่างกันไป แต่สำหรับเด็กสาวส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการลงโทษที่ปรานีอยู่บ้าง แม้ว่าจะกระทำผิดแต่ก็เป็นการลงโทษให้คัดลอกหนังสือหรืออะไรเทือกนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่จะถูกลงโทษให้ใช้แรงงาน
ดังนั้นเมื่อคนในสำนักศึกษารู้ว่าเด็กสาวสองคนจากเรือนคงกู่กำลังจะทำความสะอาดคอกม้า หลายคนก็พากันตกตะลึง
ทางด้านคอกม้าก็ยังมีนักเรียนชายหลายคนที่ถูกลงโทษอยู่ด้วย
เวลานี้เมื่อพวกเขาเห็นทั้งสองเดินผ่านไปช้าๆ แต่ละคนก็มองดูราวกับว่าเห็นเนื้อ และอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง
“เจ้าว่าพวกเขาต้องทำผิดขนาดไหนถึงถูกลงโทษให้มาที่นี่ได้”
“อาจารย์ประจำชั้นเรียนรื่อของเรือนคงกู่คนนี้ว่ากันว่าใจดีที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงโทษเด็กสาวให้มาที่นี่ พวกนางคงไม่ได้แอบเผาของของอาจารย์หรอกนะ”
“อยากรู้หรือ ถามสิ” ชายที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางวงยิ้ม
เขาเคี้ยวเศษฟางเล่นในปาก อายุประมาณสิบหกหรือสิบเจ็ดปี ปลายคิ้วเชิดขึ้น เขาเดินไปข้างหน้าทันทีด้วยท่าทางมั่นใจ
เขากวาดตามองซย่าหย่าอวิ๋น นางหน้าแดงทันที จากนั้นเขาก็หยุดสายตาลงที่เซี่ยเฉียว
แม่นางผู้นี้ดูดีกว่าเล็กน้อย ดูมีสายตาเฉียบแหลม คนที่นิ่งเงียบแบบนี้ดูแล้วเก่งเรื่องคนที่สุด
ดังนั้นเขาจึงเลือกมองข้ามเซี่ยเฉียวและถามซย่าหย่าอวิ๋นแทน “เจ้าทำอะไรผิดหรือถึงได้ถูกไล่ให้มาที่นี่”
ดวงตาของซย่าหย่าอวิ๋นแดงขึ้นทันที “ข้าแค่เผลอเอ่ยคำพูดไม่น่าฟังสองสามคำก็โดนนางตี แต่กลับกลายเป็นว่านางร้องห่มร้องให้ต่อหน้าท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ก็เลยไล่ให้ข้ามาที่นี่ด้วย”
เซี่ยเฉียวกลอกตา
นางเดินตรงไปที่คอกม้าทันทีและมองไปรอบๆ
ในคอกม้าของสำนักศึกษามีม้าประมาณสามถึงสี่ร้อยตัว แต่ที่นอกเมืองมีหมู่บ้านที่เชี่ยวชาญการเลี้ยงม้า หากสำนักศึกษามีความจำเป็นต้องใช้ม้า พวกเขาจะส่งม้าจากหมู่บ้านมาเมื่อใดก็ได้
ส่วนม้าสามร้อยกว่าตัวนี้ปกติแล้วใช้ในการเรียนขี่ม้ายิงธนูซึ่งมีไม่มาก แต่ละครั้งก็แบ่งๆ กันใช้ซึ่งถือว่าเพียงพออยู่
“นางชื่ออะไร” เมิ่งจี๋ฟังมองซย่าหย่าอวิ๋นแล้วเอ่ยถาม
“นางคือเซี่ยเฉียว?” ยังมีคนไม่รู้จักนางอีกหรือนี่
“เซี่ยเฉียวเป็นใครล่ะ” เมิ่งจี๋ฟังหันศีรษะกลับมาด้วยความสงสัย มีคนเก่งๆ ในสำนักศึกษานี้ที่เขาไม่รู้จักด้วยหรือ
“พี่เมิ่ง เซี่ยเฉียวเพิ่งจะมาเรียนที่สำนักศึกษาได้ไม่นาน นางเป็นลูกสาวของเซี่ยหนิวซาน เป็นพวกอายุสั้นที่หมอหลวงลงความเห็นแล้วว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน” เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป
เมิ่งจี๋ฟังค่อนข้างประหลาดใจ “เซี่ยหนิวซานสามารถให้กำเนิดลูกสาวที่หน้าตาอย่างนี้ได้ด้วยหรือ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรอกกระมัง!”
สิ้นเสียงพูดของเขา คนดูแลคอกม้าก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเข้มงวดจริงจังมาก
“พวกเจ้ามาที่นี่เพราะถูกลงโทษ ไม่ได้มาเล่นสนุกกันนะ!” ผู้ดูแลตวาดออกมาก่อนจะเอ่ย “งานของพวกเจ้าวันนี้ง่ายมาก แต่ละคนทำความสะอาดคอกม้าคนละแถว อาบน้ำม้า และเตรียมอาหาร เริ่มลงมือเลือกได้เลย เสร็จเมื่อไหร่ก็ไปได้เมื่อนั้น”
เมิ่งจี๋ฟังหนังตากระตุก “หนึ่งแถว เจ้าบ้าไปแล้วหรือ หนึ่งแถวมีม้าตั้งยี่สิบตัวเชียวนะ!”
แค่เวลาช่วงบ่ายให้ล้างตั้งมากขนาดนี้?!
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่จะต้องมีม้าพยศดุร้าย มันจะยอมให้พวกเขาเข้าใกล้ได้หรือ!
————–
[1] วิญญูชนขยับปากไม่ขยับมือ ผู้ที่เจริญแล้วโต้เถียงกันด้วยปากเท่านั้น มิใช่ด้วยกำปั้น