ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 117 แกล้งตายสร้างเรื่อง / ตอนที่ 118 ร่วมมือกันได้
ตอนที่ 117 แกล้งตายสร้างเรื่อง / ตอนที่ 118 ร่วมมือกันได้
ตอนที่ 117 แกล้งตายสร้างเรื่อง
ผู้ดูแลเห็นเมิงจี๋ฟังไม่แปลกใจ เด็กคนนี้ไม่ใช่เพิ่งถูกลงโทษแค่ครั้งสองครั้ง ก่อนหน้านี้ก็เคยมาล้างคอกม้ามาแล้ว แต่เขากลับนั่งอยู่โดยไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้คนอื่นทำแทนทั้งหมด!
ด้วยเหตุนี้ครั้งนี้เขาจึงต้องเพิ่มปริมาณงาน!
ดูสิว่าใครจะสามารถช่วยเขาได้!
“หากงานไม่เสร็จตอนเย็นแม้จะยังไม่ได้กินข้าวก็ยังไปไม่ได้ ผู้ดูแลเป็นคนกำหนดเรื่องนี้ หากพวกเจ้ามีปัญหาก็ออกไปจากสำนักศึกษาได้เลย แต่ว่าถ้าหากไม่ใช่นักเรียนในสำนักศึกษาของเราแล้ว ก็ไม่ต้องฟังคำสั่งสอนของที่นี่” ผู้ดูแลกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
เซี่ยเฉียวสงสัยว่าชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังเขาน่าจะเป็นพวกตัวแสบรับมือยาก
เห็นทีว่านางคงต้องมาลำบากไปด้วยแล้ว
“เจ้าดูสิ มีพวกอายุสั้นอยู่ด้วย หากเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ” เมิ่งจี๋ฟังชี้ไปที่เซี่ยเฉียวแล้วเอ่ย
ผู้ดูแลคอกม้าขมวดคิ้วพลางเหลือบมองเซี่ยเฉียว ผู้เฒ่าหลี่ว์บอกเอาไว้แล้วว่า ร่างกายของนางไม่ค่อยดีนัก ให้พวกนางสองคนทำงานทั่วๆ ไปก็พอแล้ว
“พวกนางเป็นผู้หญิง สองคนทำแถวเดียวก็พอแล้ว” ผู้ดูแลคอกม้าคิดเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยขึ้น
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินดังนั้นนางกลับไม่ยินดี
ทำงานร่วมกับซย่าหย่าอวิ๋น? หูนางก็คงไม่อาจสงบได้?
“ทำคนเดียวหนึ่งแถวได้ ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ผู้ดูแลคอกม้าอึ้งไป เขาแปลกใจมาก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ “ในเมื่อแม่นางเซี่ยบอกว่าไม่เป็นไร หากอย่างนั้นก็เอาตามที่ข้ากำหนดเมื่อสักครู่ คนละหนึ่งแถว ห้ามอู้!”
ผู้ดูแลคอกม้าพูดจบก็เดินออกไป
มีบ่อน้ำ แปรงสำหรับทำความสะอาดม้า และอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ใกล้ๆ
“เจ้าโง่หรือเปล่า งานเบาไปครึ่งหนึ่งเจ้ากลับไม่ยินดี?” เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้วและรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกยั่วยุ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ไม่อย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหม ร่างกายเจ้าไม่ค่อยดีไม่ใช่หรือ ประเดี๋ยวเจ้าแกล้งทำเป็นตายสร้างเรื่องสิ ว่าอย่างไร ข้าคือเมิ่งจี๋ฟัง ข้ารับรองว่าเจ้าทำแบบนี้ไม่มีอะไรเสียหายหรอก”
เมิ่งจี๋ฟังเป็นใครนางไม่รู้จัก
แต่นางยังอยู่ดีอยู่นี่ ตอนนี้นางอารมณ์ดีและยังไม่คิดที่จะแกล้งตาย
ด้วยเหตุนี้นางจึงไปแบกน้ำ
นางกลัวว่าตัวเองจะหมดแรงมากเกินไปจึงแบกน้ำไม่มาก หลังจากจูงม้าออกมาจากคอก นางก็กวาดคอกก่อน แล้วจึงมองหาอานม้าไม้จากบริเวณโดยรอบ จากนั้นเซี่ยเฉียวก็ตบศีรษะม้าและลูบขนมัน ม้านอนราบลงกับพื้นทันที
เซี่ยเฉียวก็นั่งลงบนอานม้าก่อนจะเริ่มแปรงขนให้ม้าอย่างผ่อนคลาย
วัดสุ่ยเย่ว์อยู่ในหุบเขา โม่หลิงจื่อก็ไม่ค่อยวุ่นวายอะไรกับนาง แค่ให้แน่ใจว่านางไม่ตายก็พอ นางจึงเลี้ยงสัตว์มากมายตอนที่อยู่ในวัด
เมื่อเห็นนางแล้วสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเชื่องกับนาง สงสัยว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับการที่นางโตมาในวัดเต๋า จึงมีจิตใจอันสงบ เพราะสัมผัสกับพลังของเทพเซียน
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
สรุปก็คือมีม้าเพียงไม่กี่ตัว และนางไม่ต้องกังวลว่ามันจะดีดเอา
นางทำงานสบายๆ จนทำให้พวกเมิ่งจี๋ฟังอึ้งไป้
“ไม่ใช่สิ…อาบน้ำม้ามันง่ายขนาดนี้เลยหรือ ทำไมเมื่อก่อนตอนที่ข้าทำจะต้องคอยยกไม้ยกมืออยู่ตลอด พอทำเสร็จก็เมื่อยล้าจนยกแขนไม่ขึ้น” ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะลูบหน้าลูบตาตัวเอง
นี่มันภาพลวงตาสินะ?!
เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้ว จากนั้นเขาก็เลียนแบบนางด้วยการจูงม้าออกมาจากคอกตัวหนึ่งเช่นกัน
แต่ม้าตัวนั้นดูเหมือนจะแค้นเขาอยู่ มันส่งเสียง ฟืดฟาด เท้าก็ไม่อยู่นิ่งราวกับต้องการสร้างความจลาจลสักเล็กน้อย
“นอนลง!” เมิ่งจี๋ฟังตบศีรษะม้าหนึ่งที
“ฮี้…” ม้าตัวนั้นยกขาทั้งคู่ขึ้นอย่างขัดขืน ราวกับพยายามจะสลัดให้หลุดออกจากบังเหียน
“…” เมิ่งจี๋ฟังหนังตากระตุก จากนั้นเขาก็ลูบขนมันเล็กน้อย กลับกลายเป็นอึดใจถัดมาก็มีเสียง พลั่ก ดังขึ้น ปรากฏว่าม้าเตะเมิ่งจี๋ฟังด้วยกีบเท้าหลังทันที
ทันใดนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าหนึ่งทีเพื่อสงบอารมณ์
ส่วนเซี่ยเฉียวกวาดสายตาไปทางด้านข้าง นางยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย
สมควร
ตอนที่ 118 ร่วมมือกันได้
เซี่ยเฉียวยังคงทำงานต่อไป นางแปลงขนที่ท้องม้า จากนั้นก็ตบๆ มัน เจ้าม้าพลิกตัวสลับข้างให้นางแปรงขนมัน
สถานการณ์ทางด้านเซี่ยเฉียวเป็นไปอย่างสบายๆ จนทำให้คนอื่นอิจฉา
แต่ตรงอื่นนั้น…
ถึงอย่างไรซย่าหย่าอวิ๋นก็เคยได้เรียนขี่ม้ายิงธนูมาแล้ว นางจึงคุ้นเคยกับมันอยู่บ้าง แต่การอาบน้ำม้านี้ถือเป็นครั้งแรก
นางนำม้าออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะจับแปรงแน่นและแปรงไปมาบนหลังม้า แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีแรงน้อยเกินไป หรือเจ้าม้าตัวนี้รู้สึกไม่สบายตรงไหน มันจึงขยับไปมาอยู่ตลอด อยู่ไม่นิ่งเลยสักนิด!
เพราะเมิ่งจี๋ฟังถูกม้าเตะอย่างกะทันหัน จึงทำให้ซย่าหย่าอวิ๋นยิ่งตกใจจนไม่กล้าขยับ
นางยังไม่ได้เข้าเรียนขี่ม้าอะไรมากมายนัก อย่างมากก็ขี่ม้าตัวเล็กๆ ที่ไม่เร็วนักวิ่งวนไปแค่ไม่กี่รอบได้เท่านั้น นางไม่ได้เชี่ยวชาญในศาสตร์นี้
เวลานี้เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกหดหู่ใจมาก “ม้าในสำนักศึกษานี่มันป่าเถื่อนกันหมดเลยไหม”
เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนสักหน่อย มีม้าที่ถูกฝึกมาแล้วที่ไหนก้าวร้าวขนาดนี้!
เมิ่งจี๋ฟังกุมซี่โครงของเขาแล้วพยายามลุกขึ้นมา
เขาจ้องมองเซี่ยเฉียว
พบว่าฝีแปรงของเซี่ยเฉียวนั้นลื่นไหลและอิสระเป็นพิเศษ และม้าที่อยู่ข้างมือของนางก็ถึงกับส่งเสียงครางสบายใจราวกับสุนัขตัวหนึ่ง!
เขารู้ว่าตราบเท่าที่เขาสามารถปรนนิบัติให้ม้าพวกนี้รู้สึกสบายได้ พวกมันย่อมไม่เตะเขา แต่พอมีคนที่ทำงานนี้ได้อย่างผ่อนคลายอยู่ข้างๆ กลับทำให้ความพยายามของเขาสูญเปล่าและดูโง่มากๆ
“เจ้าทำได้อย่างไรน่ะ” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นพลางลูบขนม้า และแปรงหลังของมัน
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกแห้งผากไปทั้งตัว แต่เมื่อพบเจอกับสาวน้อยนุ่มนิ่มเช่นนี้ เขาจะแสดงความโกรธออกมาคงไม่ดี คิดไปคิดมา เขาก็พูดขึ้นอย่างสุภาพ “แม่นางเซี่ย เหตุใดเจ้าม้านี่จึงเชื่อฟังเจ้าขนาดนี้ล่ะ”
เซี่ยเฉียวยังคงไม่ส่งเสียงตอบใดๆ
“เซี่ยเฉียว” เมิ่งจี๋ฟังเลิกคิ้ว
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืน ทำให้ม้าลุกขึ้นตามด้วย จากนั้นก็ยกถังน้ำขึ้นมาราดลงไปอีกหนึ่งรอบ เป็นอันเสร็จสิ้นการอาบน้ำม้าหนึ่งตัว
ทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่นาน
“เมื่อวานช่วงบ่ายข้าพบกับพี่ชายเจ้าด้วยล่ะ! เห็นเขาสืบคดีอย่างเหน็ดเหนื่อยยังเชิญเขาให้ดื่มสุราด้วยกันอยู่เลย” เมิ่งจี๋ฟังหน้าด้านตีสนิท
เขาไม่ได้โกหก แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เซี่ยผิงกั่งลูกคนโตของเซี่ยหนิวซาน ลือกันว่าเป็นชายที่กล้าหาญชาญชัยที่สุดในเมืองหลวง ตอนอายุสิบกว่าปีก็สามารถฆ่าคนเถื่อนได้แล้ว ว่ากันว่าพวกมันเห็นเขาเข้าก็ตกใจจนต้องวิ่งหนีราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน
คนเช่นนี้ ชายหนุ่มเลือดร้อนคนไหนก็อยากจะเห็นเขาสักครั้ง
เขาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาเคยเห็นเซี่ยผิงกั่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็คิดว่านอกจากความสูงแล้วก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร ดังนั้นเมื่อเห็นเซี่ยผิงกั่งนำคนไปสืบคดีที่เหลาสุราในช่วงพลบค่ำเมื่อวานนี้ จึงจงใจเยาะเย้ยเขาโดยให้เสี่ยวเอ้อส่งไหสุราที่ถูกที่สุดไปให้
เดิมทีเขาคิดจะแกล้งเซี่ยผิงกั่ง แต่นึกไม่ถึงว่าเซี่ยผิงกั่งจะดื่มมันจนหมด หลังจากดื่มหมดแล้วก็ยังขอบคุณเขาอย่างใจเย็น โดยให้ของว่างอร่อยๆ แก่เขาตอบแทนมาหนึ่งจาน!
นี่กลับกลายเป็นว่าเขาดูเหมือนคนถ่อยไปเสียอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินดังนั้น นางจึงมีการตอบสนองเขาแล้ว “ข้าใจดี หน้าตาดี ม้าตัวนี้จึงรู้สึกสนิทใจกับข้าก็เท่านั้น”
“ข้าก็ไม่ได้หน้าตาเลวร้ายอะไรนี่” เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้วแล้วเหลือบมองเซี่ยเฉียว
จากนั้นก็รู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปบ้างเล็กน้อย
หญิงผู้นี้มีความงดงามตามธรรมชาติ ที่สำคัญเป็นเพราะนางมีอารมณ์ที่ดี แฝงความรู้สึกสงบนิ่ง เมื่อสักครู่ตอนที่เขาอยู่ใกล้ยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากนาง ซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้กลิ่น
“เจ้าสอนข้าบ้างได้ไหม” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยอีก
“สอนไม่ได้หรอก แต่ร่วมมือกันน่ะพอได้” เซี่ยเฉียววางงานในมือของนางลง