ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 123 เชือดไก่ให้ลิงดู / ตอนที่ 124 ใครอยากกัน
ตอนที่ 123 เชือดไก่ให้ลิงดู / ตอนที่ 124 ใครอยากกัน
ตอนที่ 123 เชือดไก่ให้ลิงดู
เซี่ยผิงไหวจนปัญญาจริงๆ
เขาถูกมัดมาหนึ่งวันแล้ว และทั้งร่างกายของเขาก็เกร็งไปหมด อึดอัดไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก ยิ่งตอนนี้พี่ชายใหญ่ของเขาถือแส้อยู่ในมืออีก
เหมือนเตรียมพร้อมจะฟาดเขาตลอดเวลา เขาช่างน่าอนาถจริงๆ!
เซี่ยผิงไหวกัดฟันเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง “พี่ชายใหญ่ ข้าบอกท่านตั้งหลายครั้งแล้วว่าข้าไม่ได้ทำมันหาย ไม่ได้หาย! มีคนขโมยไป!”
เผยหว่านเย่ว์หดศีรษะลงด้วยความหวาดกลัว “พี่ชายใหญ่ มันก็แค่หยกชิ้นเดียวมิใช่หรือ…ท่านทำกับน้องชายอย่างนี้ได้อย่างไร…”
“น้องเผย เจ้าเห็นหยกที่น้องหญิงใหญ่มอบให้เซี่ยผิงไหวบ้างหรือไม่” น้ำเสียงเซี่ยผิงกั่งน่ากลัวมาก
หลูซื่อรู้สึกแข้งขาอ่อนแรงไปหมดแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเห็นเซี่ยผิงกั่งถือแส้เอาไว้ในมือ ยิ่งทำให้ตกใจไม่น้อย
นางยังจำได้ว่าหลายปีก่อนหน้านี้เซี่ยผิงกั่งเคยตีสาวใช้ที่ทรยศจนตาย…ตอนที่เซี่ยผิงกั่งตีคนตาย เขาอายุยังน้อยอยู่เลย แค่สิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น
“ไม่…ไม่เห็นเจ้าค่ะ” เผยหว่านเย่ว์ส่ายหน้ารัวๆ
หลูซื่อใจเต้นแรงมาก นางฉวยข้อมือของเผยหว่านเย่ว์ไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยปากคอที่แห้งผาก “นาง นางจะเห็นได้อย่างไรกัน ผิงไหวเป็นผู้ชาย เย่ว์เอ๋อร์ไม่มีทางเข้าไปในห้องเขาหรอก…”
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมอบหลูซื่อด้วยสีหน้าอึมครึม
เซี่ยหนิวซานรู้ว่าลูกชายของเขากำลังโกรธ จึงไม่กล้าเข้าไปแทรกแซง ได้แต่ยืนหลบอยู่ข้างๆ
“ไม่เห็นก็แล้วไป” เซี่ยผิงกั่งยังคงทะมึน จากนั้นก็ยกแส้ขึ้น “ในเมื่อไม่มีใครเห็น ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเซี่ยผิงไหวไม่ได้ดูแลของให้ดี ที่ควรถามก็ถามหมดแล้ววันนี้ ไม่มีเบาะแส แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ท่านพ่อท่านแม่ไม่ออกหน้า ก็คงต้องให้เขาผิดเอง”
ด้วยเหตุนั้น จู่ๆ ก็มีเสียง เผียะ ดังขึ้นจากขาของเซี่ยผิงไหว!
เซี่ยผิงไหวแยกเขี้ยวอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด และร้องเสียงดังในทันที
“พี่ชายใหญ่ ท่านจะฆ่าข้าหรือ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะ!” เซี่ยผิงไหวรู้สึกไม่ไหวแล้ว ปวดแสบปวดร้อนที่ขาไปหมด
เซี่ยหนิวซานหนังตาเต้นกระตุกทันที
เขาไม่ออกหน้าหรอก หากออกหน้าจริงๆ เขาก็สู้ลูกชายไม่ได้นี่? เจ้าตัวเล็กเอ๋ย…คงต้องยอมลำบากบ้างนะ ลูกผู้ชายไม่ลำบากก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอกใช่ไหม
คนในครอบครัวเฝ้ามองเซี่ยผิงกั่งฟาดเซี่ยผิงไหวอย่างบ้าคลั่งเป็นการลงโทษไปสิบที
หลังจากที่ฟาดเสร็จแล้วก็ปล่อยเขาลงมา
ทั้งบ้านเงียบเสียจนได้ยินเสียงเข็มหล่น
“พรุ่งนี้ค่อยแขวนต่อ เจ้าไปคิดไตร่ตรองให้ดี” เซี่ยผิงกั่งไม่สนใจความเป็นพี่น้อง เขาโหดร้ายกับเซี่ยผิงไหวราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้น เย็นชาจนทำให้คนขนหัวลุกด้วยความหวาดกลัว
เซี่ยผิงไหวถูกหามกลับห้องของเขาไปใส่ยา
พวกเขาจึงแยกย้ายกัน
หลูซื่อลากเผยหว่านเย่ว์กลับห้องทันที รีบปิดประตูทันทีเมื่อถึงห้อง ส่วนด้านนอกก็ให้หญิงรับใช้คอยเฝ้าไว้อย่างเข้มงวด
เผยหว่านเย่ว์หนาวเหน็บไปทั้งตัว “พี่ พี่ชายใหญ่ ทำไมถึงตีเขาจริงๆ…หากตีจนเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไรดี…”
“ทำอย่างไรหรือ ก็รับไปสิ! เจ้าเด็กนั่นไม่เคยยั้งมืออยู่แล้ว อย่าว่าแต่ผิงไหวเลย แม้แต่พ่อของเขา หากทำผิดในเรื่องที่ไม่ควรจริงๆ ไม่แน่เขาอาจจะกล้าลงมือก็ได้!” หลูซื่อหน้าขาวซีด “อีกอย่างเจ้าคิดว่านั่นเขากำลังตีผิงไหวหรือ เขากำลังเชือดไก่ให้ลิงดูต่างหาก!”
เผยหว่านเย่ว์ได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนต้องเงยหน้าขึ้นทันที “ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร!”
“หมายความว่าอย่างไรหรือ เขาต้องกำลังสงสัยเจ้าแน่! ก็เลยให้เจ้าดูผิงไหวถูกลงโทษ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนทำหรือไม่ก็ตาม ต่อไปก็คงไม่กล้าทำความผิดเช่นนี้อีก!” หลูซื่อเอ่ยขึ้นทันใด
เผยหว่านเย่ว์กำหมัดแน่นขึ้นมาทันที ตัวสั่นไปทั้งตัว
“เย่วเอ๋อร์ เจ้าบอกแม่มาหน่อยว่าเรื่องนี้…เป็นฝีมือของเจ้าหรือไม่” หลูซื่อถาม
เผยหว่านเย่ว์ตกตะลึง รู้สึกรับไม่ได้อยู่บ้าง “ท่านแม่ ท่านพาข้ามาเมืองหลวงนี้ แล้วสงสัยว่าข้าเป็นขโมยหรือ ท่านทำอย่างนี้กับข้าได้อย่างไร!”
ตอนที่ 124 ใครอยากกัน
เผยหว่านเย่ว์เอ่ยขึ้นด้วยความปวดใจ ทำให้หลูซื่อรู้สึกผิดไปด้วย
“แม่ไม่ได้สงสัยเจ้า เพียงแต่อยากบอกเจ้าว่า ในบ้านนี้ไม่ว่าเจ้าจะยั่วโมโหใครข้าก็ยังพอปกป้องเจ้าได้ แต่มีแค่เซี่ยผิงกั่งคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ แม่เองก็กลัวเขา อย่าประมาทเพราะแค่เห็นว่าเขาเป็นคนหยาบกระด้าง แท้จริงแล้วเขาฉลาดกว่าท่านลุงเซี่ยของเจ้ามาก เขาทำงานที่ศาลตัดสินคดีความ เคยสืบคดีมาแล้วไม่น้อย หากเจ้าทำผิดจริงๆ เกรงว่าคงปิดบังไม่ได้หรอก!” หลูซื่อรีบเอ่ยอธิบาย
เผยหว่านเย่ว์ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้ทำ” ต่อให้ตายเผยหว่านเย่ว์ก็ไม่ยอมรับ “ใครบอกว่าจะต้องอาศัยหยกหรือไม่ก็เงินของพวกท่านเท่านั้นจึงจะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงได้กันล่ะ! ข้าคิดหาวิธีให้ตัวเองได้แล้ว ไม่จำเป็น ไม่จำเป็นต้องขโมยหรอก…”
“เจ้าว่าอะไรนะ” หลูซื่อตกตะลึง
“ข้าบอกว่าข้าหาวิธีได้แล้ว” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยขึ้นอีก
แต่เมื่อนางพูดอย่างนี้ หลูซื่อก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
ลูกสาวของนางเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน? จะหาวิธีมาจากไหน
“ท่านแม่ ข้าอยู่ที่สำนักศึกษากู่หลันย่อมรู้จักคนอื่นอยู่บ้าง อาเขยของเพื่อนคนหนึ่งเป็นขุนนางขั้นสาม นางเคยบอกกับข้าว่าหากอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวงจริงๆ ก็สามารถขอให้อาเขยของนางเขียนจดหมายแนะนำให้ข้าได้ ท่านแม่ ข้าไม่ต้องใช้เงินแล้ว แม้ว่าข้าจะไม่ได้เป็นคนตระกูลเซี่ย ก็สามารถไปเรียนที่นั่นได้แล้ว!” สายตาของเผยหว่านเย่ว์ทั้งตื่นเต้นและรอคอย
แต่หลูซื่อกลับงุนงงไป
ขุนนางขั้นสาม นี่มันตำแหน่งสูงกว่าสามีของนางเสียอีก
“ในเมื่อขุนนางผู้นี้สามารถแนะนำได้ แล้วเหตุใดจึงไม่ช่วยญาติของตัวเองล่ะ อย่างเด็กสาวคนนั้นที่เจ้าว่า” หลูซื่อจับประเด็นสำคัญได้
เผยหว่านเย่ว์หน้าซีด “เพื่อนของข้าคนนั้นนางไม่คิดจะไปเรียนที่สำนักศึกษาอยู่แล้ว นางจึงคิดจะยกจดหมายให้ข้า…”
“เจ้า…ขโมยหยกไปแลกเปลี่ยนข้อตกลงกับคนอื่นใช่หรือไม่!” จู่ๆ หลูซื่อก็นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง “ผิงกั่งเคยบอกว่าหยกนี้สามารถฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ในสำนักศึกษาหลวงคนไหนก็ได้ คนที่ต้องการมันจึงมีนับไม่ถ้วน เจ้าพูดมาสิว่าเจ้าเอาหยกนี้ไปให้คนอื่นนำไปกราบอาจารย์แลกกับเงื่อนไขให้เจ้าได้เข้าสำนักศึกษาใช่ไหม!”
เผยหว่านเย่ว์กัดฟันพูด “ข้าไม่ได้ทำเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นหลูซื่อก็ยกมือขึ้นคิดจะตีนาง แต่เมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นของลูกสาวก็ตีไม่ลง
นางโกรธจนแทบอยากขว้างปาข้าวของ
“เจ้า นี่มันเหลวไหลจริงๆ!” หลูซื่อรู้สึกเสียใจ “แม่รู้ว่าเจ้าอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวง แต่สำนักศึกษากู่หลันเองก็เป็นหนึ่งในสามอันดับสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียง เจ้ามีอะไรที่คิดไม่ตกหรือ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำเรื่องนี้ได้โดยไม่มีใครล่วงรู้หรอกหรือ หากนังหนูคนที่อยากกราบอาจารย์คนนั้นพลั้งปากพูดออกไปล่ะ! ตระกูลเซี่ยคงคิดหาวิธีปกป้องชื่อเสียงของเจ้า แต่ต่อไปหากเจ้าคิดจะแขวนชื่อเข้าตระกูลเซี่ยเจ้าคิดว่าจะเป็นไปได้หรือ!”
ช่างทำให้ความพยายามของนางเสียเปล่าจริงๆ!
ทั้งที่นางพยายามเกลี้ยกล่อมเซี่ยหนิวซาน และเขาเองก็เริ่มใจอ่อนแล้ว
เซี่ยผิงกั่งเป็นคนรอบคอบระมัดระวัง เขาจึงไม่ยอมให้ลูกสาวของนางมีชื่อในผังวงศ์ตระกูลทันที แต่ตราบใดที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติสุขสักระยะหนึ่ง หลังจากที่ทุกคนรู้จักกันดีแล้ว การจะมีชื่ออยู่ในผังวงศ์ตระกูลก็ย่อมเป็นไปได้!
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าลูกสาวของนาง…
แม้ว่าจะไร้ซึ่งหลักฐาน แต่ทว่าเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้ว เซี่ยผิงกั่งคงจะไม่ยอมรับลูกสาวของนางเข้าตระกูลเป็นแน่?!
“เข้าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ! ใครอยากเข้ากัน!” เผยหว่านเย่ว์ก็โมโหแล้ว
“เลอะเลือน!” หลูซื่อชี้หน้าเผยหว่านเย่ว์ “เจ้าต้องการให้ข้าโมโหตายไปเลยใช่หรือไม่! แม้ตระกูลเซี่ยไม่ค่อยมีหน้ามีตาในหมู่ขุนนาง แต่ก็นับว่าดีกว่าพ่อค้า หากเซี่ยหนิวซานยอมรับเจ้า ต่อไปเจ้าก็จะได้เป็นลูกสาวคนรองของครอบครัวนี้ ถึงอย่างไรก็ยังสามารถแต่งงานกับครอบครัวขุนนางได้!”
คนตระกูลเซี่ยยากจะได้ดูตัวก็จริง แต่เป็นเพราะว่าเซี่ยหนิวซานกับเซี่ยผิงกั่งทั้งสองคนเคยฆ่าคนเถื่อนมาก่อนจึงทำให้คนอื่นหวาดกลัว อย่างไรก็ตามหากพวกเด็กๆ ในบ้านตั้งเงื่อนไขให้น้อยลงสักหน่อย ก็คงจะมีคนยอมแต่งงานด้วยอยู่หรอก!
แม้ว่าจะไม่ได้แต่งกับขุนนาง แต่ก็ยังสามารถแต่งกับคนที่มีความรู้ความสามารถมีอนาคตได้นี่?!
ไม่เหมือนกับสถานะพ่อค้า หากต้องการแต่งเข้าบ้านขุนนาง ก็เป็นได้แค่อนุภรรยา จะมีสักกี่คนที่ได้แต่งเข้าบ้านในฐานะภรรยาเอกตั้งแต่แรก!