ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 125 ฆาตกร / ตอนที่ 126 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
ตอนที่ 125 ฆาตกร / ตอนที่ 126 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
ตอนที่ 125 ฆาตกร
เผยหว่านเย่ว์ไม่ชอบใจท่าทางที่มารดาของนางมองนางอย่างดูถูกดูแคลน
ถึงอย่างนั้นนางก็ออกจะเป็นคนเก่ง หลายวันมานี้อาจารย์ที่สำนักศึกษากู่หลันยังชมว่านางรู้ความและเฉลียวฉลาด หากมิใช่ว่าท่านแม่ของนางไม่ยอมหาทางส่งนางไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวงแล้วล่ะก็ นางคงไม่ถูกบังคับให้ต้องพยายามหาเอาเองอย่างนี้หรอก?!
“ท่านแม่ไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ อย่างไร…คนที่เอาหยกไปสำนักศึกษาก็ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้าก็พอแล้ว!” หลังจากพูดจบเผยหว่านเย่ว์ก็ออกไปทันทีด้วยสีหน้าที่เย็นชา
หลูซื่อโกรธจนทรุดตัวลง แต่นางก็ไม่กล้าที่จะเอะอะโวยวาย
หยกนี้ไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียว ใครก็ไม่อาจพูดได้ว่าได้หยกมาจากตระกูลเซี่ย เพราะวิธีที่ได้มาไม่โปร่งใส
แต่คนนอกไม่รู้ ใช่ว่าคนในบ้านจะไม่รู้ด้วยนี่?
หากลูกสาวของนางคนนี้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจริงๆ นางคงหมดวาสนากับตระกูลเซี่ยแล้วแน่ๆ
หลูซื่อไม่อาจคาดเดาอะไรได้ เมื่อเห็นว่าลูกสาวนางไม่ได้เข้าใจถึงความลำบากใจของนาง นางก็ยิ่งเสียใจ
ในเวลาเดียวกันนี้เซี่ยเฉียวก็กำลัง ‘ทำการบ้าน’ ของนางอย่างตั้งอกตั้งใจ
บทความภาษาโจวไหลนี้ไม่ได้แปลง่ายเท่าไรนัก นางรู้ภาษานี้ได้ก็เพราะตอนที่อยู่เมืองสือฝั่งนั้นมีพ่อค้ามาจากแคว้นต่างๆ ไม่น้อย และตอนที่นางอยู่ที่นั่นก็มีชื่อเสียงอยู่บ้าง จึงพอที่จะหาผู้เชี่ยวชาญมาสอนได้ไม่ยาก
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงเคล็ดลับการเลี้ยงม้าของแคว้นโจวไหล ซึ่งค่อนข้างครอบคลุม
ขณะที่นางกำลังเขียนอยู่ก็มีนกพิราบตัวหนึ่งบินเข้ามาในเรือนของนาง
ชุนเอ๋อร์นำนกพิราบตัวนั้นเข้ามา จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงเปิดกระดาษข้อความที่ผูกอยู่กับขาของมันออกมาดู
นางอดที่จะยิ้มด้วยความพึงพอใจไม่ได้
ร้านค้าของนางเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทำเลของร้านก็ดีมาก ติดถนนสายหลักฝั่งตะวันออก ที่ตรงนั้นไม่ใช่จะซื้อกันได้ง่ายๆ เชียวนะ
ขุนนางของแคว้นเฉียนหยวนไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้า แต่ก็ไม่อาจเหมารวมได้ทั้งหมด เพราะถึงแม้จะมีข้อห้ามดังกล่าว แต่ก็ยังมีการทำการค้าเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงมีการผ่อนปรนนโยบายมากขึ้น
ตัวอย่างเช่นเซี่ยหนิวซานที่เป็นขุนนาง แต่เขาแต่งงานกับภรรยาที่เป็นคนค้าขาย จึงเป็นเรื่องปกติที่จะได้รับสินเดิมของภรรยามาบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และร้านค้าสินเดิมเหล่านี้ก็มักจะดำเนินกิจการต่อไป
หากเป็นเช่นนี้ก็จำเป็นจะต้องมีการลงทะเบียนเอาไว้ และมีการตรวจสอบบัญชีจากทางการเข้มงวดยิ่งขึ้น
โดยห้ามทำการค้าเกี่ยวกับเกลือและเหล็ก
กิจการเกี่ยวกับเงินทอง เครื่องหยก ร้านแลกเงิน และโรงรับจำนำนั้นค่อนข้างอ่อนไหว หากต้องการทำกิจการพวกนี้จะต้องมีการตรวจสอบ ‘ประวัติ’ ของร้านอย่างละเอียดชัดเจน พูดง่ายๆ ก็คือที่มาที่ไปของร้านจะต้องโปร่งใส และต้องจำกัดขนาด
ร้านค้าแบบที่เซี่ยเฉียวเปิดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของผู้คน ความอ่อนไหวจึงเป็นศูนย์
การเปิดร้านเป็นเรื่องชอบธรรม สุขภาพร่างกายของนางจะดีขึ้นได้หรือไม่นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือเล็กน้อยนี้ของนางเพื่อการดำเนินชีวิตต่อไปแล้ว
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็นึกถึงวิญญาณที่อัปลักษณ์และเน่าเฟะตนนั้นที่นางเก็บไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้ยังคงถูกนางผนึกไว้ในอาวุธวิเศษ
พี่ชายใหญ่ของนางสืบคดีนั้นมาก็หลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าเขาพบเงื่อนงำอะไรบ้างหรือไม่ แต่เบาะแสอะไรที่นางสามารถให้ได้นางก็บอกไปหมดแล้ว หากเขายังสะสางคดีไม่ได้ นางก็คงได้แต่ต้องบังคับส่งวิญญาณของเหมยจื่ออู่ไปเกิดใหม่ ถึงแม้จะได้บุญจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มี!
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะนึกถึงคดีนี้ขึ้นมา บ่ายวันถัดมาเซี่ยผิงกั่งก็มาหานางที่สำนักศึกษาหลวง
สายตาที่เขาใช้มองนางนั้นออกจะแปลกๆ
“เจ้ารู้จักฆาตกรนั่นใช่หรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยทันทีเมื่อพบเซี่ยเฉียว
ตาเซี่ยเฉียวเป็นประกายขึ้นมาทันที “พี่ชายใหญ่ท่านจับฆาตกรได้แล้ว?”
“เกือบแล้วล่ะ” เซี่ยผิงกั่งภายในใจซับซ้อน “ลักษณะพิเศษพวกนั้นที่เจ้าบอกข้า เจ้าทำนายออกมาได้จริงหรือ ทำไมข้าไม่เชื่ออย่างนั้นล่ะ”
เซี่ยเฉียวพูดอะไรออกมาบ้างในเวลานั้น?
นางให้เขาไปมองหาผู้หญิงมีเสน่ห์ที่อยู่ในวัยสี่สิบห้าสิบปี จะต้องมีไฝที่ใต้ตา และมีกลิ่นหอมมากด้วย!
ต่อมาตอนที่เขาสืบสวนคดีนี้ เขาไม่พบเบาะแสใดๆ เลยจริงๆ จึงลองตรวจสอบตามคำแนะนำนี้
มันทำให้เขาเจอใครคนหนึ่งจริงๆ!
เจ้าเหมยจื่ออู่คนนั้นเป็นคนลามกอยู่บ้าง ตอนที่เขานัดพบกับหญิงสาวบ้านหนึ่งเป็นการส่วนตัว หญิงแต่งงานแล้วคนหนึ่งก็เดินผ่านมาใกล้ๆ
เนื่องจากสถานะที่พิเศษและบุคลิกลักษณะของผู้หญิงคนนี้ที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้ผู้คนบนถนนสายนั้นจำได้!
ตอนที่ 126 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
ขณะนั้นแม่เล้าของหอหมื่นบุปผากำลังพาสาวๆ ของนางไปซื้อเครื่องประดับพอดี แม่เล้าคนนั้นอายุสี่สิบสองปี แม้ว่านางจะมีอายุไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนคนอายุสามสิบกว่าๆ นางค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองหลวงนี้
ไม่เพียงเท่านั้นผู้หญิงคนนี้ยังตัวหอมมากเป็นพิเศษอย่างที่เซี่ยเฉียวว่าไว้
นางไม่เหมือนกับแม่เล้าทั่วๆ ไป ที่แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังดูบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างยิ่ง อีกทั้งนางยังมีไฝที่ใต้ตา กระทั้งวัยนี้แล้วก็ยังมีลูกค้าไม่น้อย!
ที่สำคัญก็คือหญิงผู้นี้มาจากชิงโจว
ตอนที่ขุนนางของเมืองชิงโจวถูกฆ่าตายทั้งครอบครัวขณะเดินทางพร้อมกับภรรยาและลูกสาว ฆาตกรยังคงลอยนวลอยู่เหนือกฎหมาย!
เขาไม่มีหลักฐานใดๆ จึงไม่กล้าจับนางทันที
จากนั้นก็ตรวจสอบอย่างละเอียด
แล้วก็ได้พบว่าแม่เล้าคนนี้มีชื่อเดิมว่าฉีเซียง ประสบการณ์ชีวิตของนางถือว่าล้มลุกคลุกคลานมาก
คนผู้นี้ถูกขายออกไปตอนที่ครอบครัวของนางประสบภัยแล้ง แต่กลับได้รับความช่วยเหลือจากนักพรตชราที่ออกเดินทางเพื่อปฏิบัติธรรม แม้ว่านักพรตชราผู้นี้จะดูเหมือนผู้วิเศษ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นแค่พวกนักต้มตุ๋นเท่านั้น เขามักใช้นางหาเงินอยู่เสมอ จนทำให้นางต้องเสียความไร้เดียงสาไปตั้งแต่ตอนที่นางอายุสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น
ต่อมานักพรตชราถูกคนทุบตีจนตาย นางยังถูกคนบังคับให้ขายตัว แล้วต้องไปอยู่ในหอโคมเขียว
บุคลิกลักษณะของนางดูดี มีผู้อุปถัมภ์มากมายนับไม่ถ้วน กระทั่งมีนักปราชญ์ที่หลงใหลนางอย่างยิ่ง
คนทั้งสองมีใจให้กัน แต่น่าเสียดายที่ฉีเซียงมีค่าตัวสูงเกินไปในเวลานั้น พวกเขาจึงไม่มีเงินมาไถ่ตัวนาง เพื่อหาเงินแล้ว นักปราชญ์ผู้นั้นช่วยคนโกงในการสอบคัดเลือกขุนนางระดับเมือง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่จับได้
การโกงในการสอบคัดเลือกขุนนางนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
นักปราชญ์ผู้นั้นต้องอับอายขายหน้า อนาคตพังทลาย ทั้งยังไม่มีเงินพอที่จะไถ่ตัวฉีเซียงได้ ด้วยอารมณ์คิดไม่ตก ชั่ววูบเขาจึงจบชีวิตตัวเองที่ในคุกนั่นเอง
ฉีเซียงในเวลานั้นโศกเศร้าเสียใจและสิ้นหวัง
บางคนยังบอกอีกว่านางท้องลูกของปราชญ์คนนั้น ซึ่งต่อมาไม่รู้เพราะเหตุใดเด็กคนนั้นก็แท้งไป ภายใต้ความเศร้าโศก นางหันหลังให้บ้านเกิด และมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
แน่นอนว่าฉีเซียงออกเดินทางหลังจากที่ขุนนางเจ้าหน้าที่คนนั้นตายไปทั้งครอบครัวแล้ว
นางน่าสงสัยยิ่งนัก
อีกอย่าง นางใช้ชีวิตอยู่กับนักพรตมาตั้งแต่วัยเยาว์ ก็น่ารู้จักวิธีการตรึงวิญญาณอย่างที่เซี่ยเฉียวบอก
เมื่อมีหลายสิ่งที่สอดคล้องกับคดีเมื่อตอนนั้น เซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งปักใจเชื่อว่าคนคนนี้น่าจะมีปัญหาแน่แล้ว ดังนั้นเขาจึงนำสถานการณ์โดยละเอียดรายงานขึ้นไปทันที!
เบื้องบนก็ค่อนข้างให้ความสำคัญ เวลานี้จึงจับกุมตัวฉีเซียงไปสอบสวนแล้ว
แน่นอนว่าคนที่อยู่รอบกายฉีเซียงก็ถูกนำตัวไปด้วย ตอนที่เข้าจับกุมนั้นมีสองคนที่ดูตื่นตระหนกมาก แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้
การที่เขาพบตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างน่าประหลาด คนอื่นๆ ในศาลตัดสินคดีความแทบจะบูชาเขาแล้ว
มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่รู้ดีว่านี่มันเป็นโชคที่หล่นลงมาจากฟ้า!
เซี่ยผิงกั่งเล่าสถานการณ์เกี่ยวกับคดีนี้ให้เซี่ยเฉียวฟัง
เซี่ยเฉียวงุนงงสงสัยอยู่บ้าง “เช่นนั้นแล้วการตายเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นเมื่อสี่สิบปีก่อนอย่างไรหรือ”
“เหมยจื่ออู่คนนั้นเป็นลูกที่เกิดจากอนุภรรยาของขุนนางคนนั้นหลังจากที่เขาตายแล้ว พอครอบครัวนั้นตายกันหมด อนุภรรยาคนนั้นก็แต่งงานกับคนอื่น สถานะของเหมยจื่ออู่ก็ไม่ค่อยชัดเจน แต่พอข้าดูภาพเหมือนที่หลงเหลืออยู่ของขุนนางคนนั้นก็พบว่าเหมยจื่ออู่มีความคล้ายคลึงกับเขาถึงเจ็ดแปดส่วน คาดว่าฉีเซียงคงเห็นเขาโดยบังเอิญ จึงเกิดความคิดชั่วร้ายทำเขาจนตาย”
เมื่อทำให้เขาตายแล้วก็ยังไม่หายแค้น นางยังเอาตะปูตรึงเขาไว้อีก
แต่ขุนนางคนนั้นก็บริสุทธิ์นี่? ในฐานะเขาเป็นเจ้าหน้าที่ การที่เขาคอยป้องกันไม่ให้มีการโกงในการสอบก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว?
เซี่ยเฉียวไม่อยากจะวิจารณ์เท่าไรนัก
ถึงอย่างไรเจ้าเหมยจื่ออู่คนนี้ก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก นางมีหน้าที่ไขข้อสงสัยของเขา บอกให้เขารู้ว่าเขาตายได้อย่างไร เพื่อที่เขาจะได้ยินยอมไปเกิดใหม่ดีๆ แค่นั้นเอง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ “ไขคดีนี้ได้แล้วท่านจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่”
“แน่นอนสิ คดีอื่นก็แล้วไปเถอะ แต่คดีนี้เกี่ยวข้องกับคดีการตายของขุนนางเมื่อยี่สิบปีก่อน เมื่อไขคดีได้แล้วเช่นนี้จะต้องมีการตกรางวัลให้บ้างอยู่แล้ว แต่แม้ว่าข้าจะได้เลื่อนตำแหน่ง อย่างมากก็คงได้แค่ขั้นเก้าชั้นโท[1] เท่านั้น” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะอย่างมีความสุข
———————–
[1] ขั้นเก้าชั้นโท ขั้นเก้าเป็นระดับต่ำสุด ซึ่งยังแบ่งออกเป็นชั้นเอกและชั้นโท ตำแหน่งของเซี่ยผิงกั่งที่พูดถึงในที่นี่คือระดับต่ำสุดในระดับขุนนางทั้งหมดเก้าขั้น