ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 127 ร้านของผู้วายชนม์ / ตอนที่ 128 ศิษย์พี่ใหญ่
ตอนที่ 127 ร้านของผู้วายชนม์ / ตอนที่ 128 ศิษย์พี่ใหญ่
ตอนที่ 127 ร้านของผู้วายชนม์
ถึงจะเป็นขั้นเก้าชั้นโท แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นขุนนางแล้ว
เซี่ยผิงกั่งดีใจมากที่เขาไขคดีได้ แต่เขายังมีความกังวลใจเกี่ยวกับเซี่ยเฉียว
“น้องหญิง เจ้าบอกกับข้ามาตามตรงว่าเจ้าเคยบังเอิญเห็นผู้หญิงคนนั้นมาก่อนแล้ว และได้ยินที่นางพูด จึงรู้ว่านางเป็นฆาตรกรใช่หรือไม่”
“ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีราวกับผู้วิเศษ “เอาเถอะ พี่ใหญ่ท่านตั้งใจทำงานไป หากมีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามข้า แล้วข้าจะให้คำแนะนำท่านเอง”
“…” พอได้ทีนางยิ่งเอาใหญ่
เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่นาง “ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นล่ะ ต่อไปเจ้าก็ยุ่งเรื่องวุ่นวายแบบนี้ให้น้อยๆ หน่อย”
เดี๋ยวก็ไม่ได้แต่งงานกันพอดี
“ก็ได้” เซี่ยเฉียวตอบรับคำเขาอย่างง่ายๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางยังบอกว่าความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผยได้ แต่เพียงไม่นานนางกลับเอ่ยว่า “ที่จริง…มีคนบอกข้าน่ะ”
“ใคร” เซี่ยผิงกั่งตกใจ
“ช่วงนั้นท่านมักจะอารมณ์ไม่ดีไม่ใช่หรือ ข้าก็เลยไปหาอาจารย์คำนวณดวงชะตาให้ท่านเสียหน่อย อาจารย์ท่านนั้นคุ้นเคยกับอาจารย์ของข้าดี ทางเต๋าของท่านลึกซึ้งกว่าข้ามากนักจึงสามารถทำนายได้แม่นยำขนาดนี้ ต่อไปหากท่านมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกก็ลองไปที่ร้านชื่อหอส่องชะตาบนถนนใหญ่ทางทิศตะวันออกดูสิ นางเป็นเจ้าของร้านนั้น ขายของอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะเชียว อย่างไรก็ต้องมีของที่ท่านต้องการแน่” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวแฝงอารมณ์ยินดีปรีดา
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วมองนาง
“น้องหญิงดูเหมือนจะมีความสุขมากอยู่นะ?”
ปกตินางพูดช้าอย่างกับหอยทาก เหตุใดจู่ๆ ก็ดูกระตือรือร้นได้ขนาดนี้เล่า
เซี่ยเฉียวยิ้มกระอักกระอ่วนก่อนจะเอ่ย “ท่านจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ข้าดีใจน่ะ”
เซี่ยผิงกั่งกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเขาต้องไปดูที่หอส่องชะตานั่นเสียหน่อย โดยเฉพาะเจ้าของร้านนั่น อย่าให้เขาพบว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงก็แล้วกัน
ช่วงนี้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเวลาของนางค่อนข้างแน่น
โชคดีที่หลักสูตรของผู้หญิงค่อนข้างผ่อนปรน จึงไม่ยากนักที่จะหยุดพักผ่อนสักสิบกว่าวันในแต่ละเดือน
หลังจากที่นางส่งเซี่ยผิงกั่งกลับไปแล้ว นางก็โดดชั้นเรียนคัดอักษรและวาดภาพในช่วงบ่ายอีกครั้ง
เพื่อไปดูร้านใหม่ของนาง
และป้องกันไม่ให้คนจำได้ นางจึงสวมหมวกที่มีผ้าคลุมหน้า แล้วแอบเข้าหอส่องชะตาทางประตูหลังอย่างระแวดระวัง แม้จะมีซอยเล็กๆ ทางด้านหลัง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นนาง
หอส่องชะตามีทั้งหมดสองชั้น บนชั้นสองมีห้องส่วนตัวสำหรับให้นางพักผ่อน ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์บนถนนได้
นอกจากนี้ภายในยังตระเตรียมสิ่งของที่จำเป็นหลายอย่างเอาไว้แล้ว เช่น กระดาษยันต์ และชาด
เมื่อมองจากภายนอกร้านของนางเป็นร้านค้าเล็กๆ แปลกๆ ที่ขายยันต์คุ้มภัยและปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย
แต่ในความเป็นจริง…
เซี่ยเฉียวนำแผ่นไม้ขนาดเล็กออกมาหนึ่งแผ่น แผ่นป้ายไม้นั้นมีรูปร่างเหมือนธงวิญญาณ แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้าง คือด้านบนจะมีคาถาวาดไว้ และมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้านล่าง
ตอนนี้ร้านของนางยังไม่ได้เปิด ดังนั้นแม้แต่เสี่ยวเอ้อสักคนก็ยังไม่มี
เซี่ยเฉียวขยับม้านั่งเพื่อแขวนอะไรต่างๆ ใต้แผ่นป้ายร้านตรงประตูด้วยตัวเอง
กรุ๊งกริ๊ง… นางเพิ่งจะแขวนไปได้ไม่นานเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น
เสียงนั้นดังไม่หยุดราวกับข้างนอกลมแรงมากกระนั้น
อันที่จริง เซี่ยเฉียวเหลือบไปมองแล้วก็พบว่า ด้านนอกของร้านนางมี…วิญญาณยืนอยู่ไม่น้อย
ทั้งหมดต่างก็กำลังเมียงมองป้ายชื่อร้านนางอยู่
“ข้าดูผิดไปใช่หรือไม่ เหตุใดข้าถึงเห็นคำว่า ‘ร้านของผู้วายชนม์’ สามคำบนป้ายนี้รางๆ ได้เล่า”
“เจ้าก็เห็นหรือ จริงๆ ด้วย กลิ่นอายบนนั้นเหมือนกับของพวกเราไม่มีผิด คงไม่ใช่ทำทีว่าเป็นกิจการเกี่ยวกับพวกเราเพื่อการเฉพาะหรอกนะ?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก? ร้านนี้เป็นของมนุษย์นี่”
“อยากจะเข้าไปดูหน่อยไหม”
“เจ้ามีเงินหรือ”
“…”
กลุ่มของอะไรบางอย่างที่ดำมืดรวมตัวกันตรงอยู่หน้าประตู แต่ไม่ยอมเข้ามา เซี่ยเฉียวแทบจะถูกปราณหยินที่ครอบคลุมไปทั่วพวกนี้พรากเอาชีวิตไปแล้ว
โชคดีที่นางมีความสามารถไม่น้อยพกยันต์ปราณหยางไว้มากทีเดียว!
พอทนได้!
แต่คราวหน้าเห็นทีนางต้องเอาต้าสยงติดมาด้วยแล้ว เผื่อเอาไว้ก่อน!
“วันนี้ยังไม่เปิดร้าน หากมีเรื่องที่ปรารถนาแต่ยังทำไม่สำเร็จค่อยมาใหม่อีกสามวันให้หลัง” เซี่ยเฉียวสั่นกระดิ่งวิเศษในมือ เสียงๆ เบาของนางก็ลอยออกไป วิญญาณทุกตนที่อยู่ข้างนอกต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน
ตอนที่ 128 ศิษย์พี่ใหญ่
วิญญาณกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นยินดีไม่หยุด
“คำพูดนี้นางพูดกับพวกเราหรือ สวรรค์! เจ้าของร้านนี้เป็นผู้วิเศษหรือนี่! หากเช่นนั้นข้าก็สามารถบอกให้ภรรยาของข้าแต่งงานใหม่เร็วๆ หน่อยได้แล้วสิ?”
“ภรรยาของเจ้าแต่งงานใหม่มันจะดีกับเจ้าได้อย่างไร เจ้าโง่ไหมนี่!”
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก ท่านแม่ของข้าทรมานคนเก่งยิ่งนัก หากนางยังติดตามข้าก็จะลำบากเกินไป” ชายคนนั้นพูดอย่างเศร้าใจ
คนอื่นๆ ก็มองเข้าไปในร้านด้วยสายตาซับซ้อนเช่นกัน
เซี่ยเฉียวหมกมุ่นอยู่กับการวาดยันต์
ในเมื่อนางอยากทำการค้าก็ต้องมีของขาย และต้องเตรียมของต่างๆ ไว้ให้มากกว่านี้ ที่นี่มีวัตถุดิบเพียงพอ นางจึงไม่ต้องกลับไปกลับมาหลายรอบ
ยันต์คุ้มครองให้ปลอดภัยถือเป็นแบบพื้นฐาน ยันต์โชคลาภ และยันต์เรียกทรัพย์ น่าจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม จึงต้องเตรียมไว้ให้มาก ยันต์เนื้อคู่ ยันต์หน้าที่การงาน ยันต์เกี่ยวกับการศึกษาและความรู้ และยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์ก็มีด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดนี้มีไว้สำหรับคนที่ยังมีชีวิต
ส่วนของสำหรับคนตายนั้นมีมากกว่านี้
ตุ๊กตาไม้รูปคนที่นางแกะสลักไว้พวกนั้นยังมีเหลืออยู่เล็กน้อย พอนางเปิดร้านเมื่อไหร่ก็คงจะขายออกได้แล้วกระมัง
น่าเสียดายที่นางอายุเท่านี้แล้วยังต้องไปเรียนหนังสือ ไม่เช่นนั้นนางจะมีเวลามากขึ้น ของในร้านก็คงไม่ขาดแล้ว
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
ร่างกายนางเป็นแบบนี้แล้วยังต้องทำงานอย่างหนักอีก ชีวิตของนางช่างไม่ง่ายเอาเสียเลย
นางวาดยันต์มาเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามจนเมื่อยมือแล้ว แต่เมื่อมองเห็นปึกยันต์หนาๆ ที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
ยามที่นางมาถึงที่นี่มีคนเฝ้าร้านอยู่แค่คนเดียว แถมเขายังเป็นใบ้อีก พอเขาเห็นจดหมายจึงยอมให้นางเข้ามาได้
นางต้องการคนดูแลจัดการร้านอีกคน
ศิษย์น้องของนางบอกว่าก่อนที่จะเปิดร้านจะคัดเลือกคนดีๆ ส่งมาให้นาง หวังว่า…คนที่เขาเลือกมาจะเป็นคนใจกล้าไม่ขี้กลัวนะ
เซี่ยเฉียวกำลังคิดๆ อยู่ ก็มีคนคนหนึ่งเข้ามา
หลังจากที่ชายคนนั้นก้าวขาเข้ามา เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ในร้าน จากนั้นเขาก็เอ่ยถามเลียบๆ เคียงๆ “ใช่เจ้าของร้านหรือไม่”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นมอง “เจ้าเป็นคนดูแลร้านที่ศิษย์น้องเซียวส่งมา?”
คนผู้นั้นได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง เขารีบเอ่ย “เป็นข้าน้อยเองขอรับ ข้าน้อยฉังถงคารวะท่านเจ้าของ!”
คนผู้นี้ตรงไปตรงมามาก เขารีบคุกเข่าลงทันที
ท่าทางสุภาพขี้เกรงใจอย่างนี้ทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง “ลุกขึ้นเถิด กิจการของข้าค่อนข้างพิเศษอยู่บ้าง ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าจะยินดีทำงานให้ข้าหรือไม่”
“ย่อมยินดีขอรับ ท่านอาจารย์เซียวได้บอกข้าน้อยไว้แล้วว่า สินค้าของท่านคล้ายๆ กับสินค้าในร้านขายโลงศพ ข้าน้อยไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรมากมายจึงได้มา” ฉังถงรีบเอ่ยเพื่อแสดงว่าเขามีความสามารถ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี”
ความจริงแล้วฉังถงรู้สึกแปลกใจมาก อาจารย์เซียวเลือกเขาอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ และบอกว่าร้านค้านี้เขามอบให้ศิษย์พี่ของเขา ให้เขาคอยปรนนิบัตินางให้ดี
เขาเคยนึกว่าศิษย์พี่ของท่านอาจารย์เซียวก็ควรจะเป็นหญิงแต่งงานแล้วอายุสามสิบถึงห้าสิบปีคนหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่า น้ำเสียงนางจะฟังอ่อนวัยเช่นนี้ ดูท่าจะเป็นผู้วิเศษที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เสียแล้ว นางจะต้องมีเคล็ดวิเศษรักษาความอ่อนเยาว์เป็นแน่!
เซี่ยเฉียวยังคงสวมหมวกที่มีผ้าคลุมหน้าไว้
ฉังถงก้าวเข้าไปข้างหน้า แล้วส่งมอบกล่องใบหนึ่งซึ่งภายในบรรจุเอกสารการครอบครองที่ดินและบ้านที่เป็นชื่อของนางให้
แต่ความเป็นจริงแล้ว…
นางยังไม่เคยได้พบหน้าศิษย์น้องคนนั้นเลย
ตอนที่นางมีอายุประมาณสามสี่ปีก็มีอาจารย์ผู้เฒ่าผู้หนึ่งมาที่วัด ท่านมีพรสวรรค์มีความสามารถมาก เมื่อเห็นว่านางยังเด็กและสุขภาพไม่ดี แต่ก็ยังเต็มใจที่จะเรียนอย่างหนัก จู่ๆ ก็เกิดจิตใจที่อยากจะถนอมความสามารถของนาง
อาจารย์ผู้เฒ่ารู้สึกหดหู่ไม่ยอมรับ จึงได้อยู่ที่วัดและสอนนางเองกับมือเป็นเวลาสองปี แม้ต่อมาท่านจะไม่ได้พำนักที่วัดนานๆ แล้ว แต่ก็จะมาฝึกฝนบำเพ็ญตนอยู่หลายๆ วันแทน ในทุกหนึ่งหรือสองปี
หลังจากที่รับนางเป็นศิษย์แล้ว ท่านอาจารย์ผู้เฒ่ายังรับศิษย์อีกจำนวนหนึ่ง
แต่นางก็ยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่…
อันที่จริงๆ เซี่ยเฉียวก็อยากที่จะเป็นศิษย์น้อง
แต่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่ากล่าวว่า คนที่มาฝากตัวเป็นศิษย์ก่อนนับเป็นพี่ใหญ่ แม้คนอื่นจะมีอายุมากกว่าก็ต้องไปต่อแถวตามลำดับ หากใครไม่ยินยอมก็ให้ออกจากสำนักไป…