ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 143 เกือบตายแล้ว / ตอนที่ 144 สีหน้าหมองคล้ำ
ตอนที่ 143 เกือบตายแล้ว / ตอนที่ 144 สีหน้าหมองคล้ำ
ตอนที่ 143 เกือบตายแล้ว
สาวงามพูดอย่างนั้นยังไม่นับว่าเป็นอะไร
นางยังเอ่ยพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “นายท่านหยวนให้กำเนิดลูกไม่ได้ เลี้ยงดูลูกนอกสมรสราวกับลูกรัก ลูกนอกสมรสนี้ไม่เพียงแต่กินดื่มใช้เงินของเขา แต่ยังนอนกับอนุของเขาด้วย ฮ่าๆ…”
หยวนปินรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง
เหลวไหล!
ผู้หญิงคนนี้พูดจาเหลวไหลไร้สาระ
สาวงามเอามือลูบใบหน้าของหยวนปินหนึ่งที จากนั้นก็มองดูสถานการณ์ด้านล่าง นางจึงเห็นว่าทหารของทางการมาถึงแล้ว
“หลังจากที่พี่สาวข้าตายก็ไม่มีใครดูแลปกป้องข้า หนำซ้ำพี่ชายข้ายังคิดจะแต่งกับข้าอีก ไม่สู้ข้าขายตัวเองดีกว่า!” สาวงามเอ่ยทั้งน้ำตา “เจ้าดูสิ ทุกคนกำลังมองเจ้าอยู่”
“ลูกนอกสมรส” สาวงามเอ่ยขึ้นข้างหูเขา
ทันใดนั้นนางก็ยกมีดขึ้นมาปาดคอตัวเองทันที!
นางไม่ฆ่าหยวนปินหรอก
หากนางฆ่าเขา คนอื่นก็จะพูดกันว่านางและพี่สาวของนางเป็นตัวหายนะ คนหนึ่งยั่วยวนคุณชายหยวน ส่วนอีกคนก็ทำให้เขาตาย
แต่ถ้าหากนางตายเรื่องนี้ก็จะต่างออกไป นางไว้ชีวิตเขาก็จะมีคนสงสัยเรื่องชาติกำเนิดของเขาอยู่เสมอ สงสัยเรื่องเลือดเนื้อที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา เมื่อได้ยินเรื่องนี้มากๆ เข้า แม้แต่นายท่านหยวนเองก็อาจจะเกิดความสงสัยในตัวเขาขึ้นมาได้เช่นกัน
พี่สาวนางจากไปแล้ว นางเองก็ไม่มีญาติ พอเข้ามาอยู่ในหอนางโลมนี้แล้ว ชื่อเสียงของนางก็ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไป ไม่สู้นางตายไปเสียยังดีกว่า
เลือดแดงสด พุ่งออกมาทำให้ทุกคนตกตะลึง
แม้แต่ทหารทางการที่ถือธนูอยู่ด้านล่างก็ยังอดถอยหลังไปไม่ได้
หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ พวกทหารจึงรีบพากันขึ้นมาช่วยหยวนปินกลับเข้าไป
พอหยวนปินสามารถหายใจได้ เขาก็รีบก้าวเข้าไปเตะศพที่กำลังชักกระตุกอยู่นั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ตะโกนออกไปนอกหน้าต่าง “ผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้พูดจาเหลวไหล คุณชายอย่างข้าจะหาผู้หญิงแบบไหนก็ได้ จะไปสนใจแม่เลี้ยงได้อย่างไร”
ด้านล่างยังมีคนกระซิบกระซาบกันอยู่
แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าพูดกันอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง
หยวนปินรู้สึกมึนงงไปหมด “ข้าจะกลับบ้าน ส่งข้ากลับบ้าน”
ทหารของทางการรีบคุ้มกันเขาส่งกลับบ้านทันที และจัดการกับศพของสาวงาม หอบุปผาล่องลอยเกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ สถานที่ที่เดิมทีมีชีวิตชีวาอย่างยิ่งกลับกลายเป็นน่ากลัวอย่างน่าประหลาด
ในช่วงเวลาสั้นๆ จากหอโคมเขียวถึงบ้านตระกูลหยวน ข้างนอกก็พูดกันไปทั่วแล้ว
นายท่านตระกูลหยวนเป็นโรคที่ไม่สามารถให้กำเนิดได้
ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนเรื่องจริง กระทั่งมีบางคนเสาะหาหลักฐานข้อยืนยัน
นายท่านตระกูลหยวนอายุสี่สิบปีแล้ว มีภรรยาและอนุถึงห้าหกคนในบ้าน นี่ยังไม่นับรวมเมียบ่าวอื่นๆ แต่หลายปีมานี้กลับมีแค่ลูกชายคือหยวนปินคนเดียวเท่านั้น
นายท่านหยวนถึงกับบันทึกว่าหยวนปินคนนี้เป็นลูกของภรรยาเอก
นอกจากนี้สิ่งที่สาวงามกล่าวนั้นถูกต้อง
มารดาผู้ให้กำเนิดหยวนปินได้รับการเลี้ยงดูภายนอกจริงๆ
ว่ากันว่าตอนที่นายท่านหยวนพบว่าผู้หญิงในบ้านไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้ เขาจึงเลี้ยงดูผู้หญิงคนหนึ่งไว้ข้างนอก และหลังจากที่นางให้กำเนิดลูกแล้ว จึงรับนางเข้าบ้านอย่างยินดีปรีดา
หญิงที่เลี้ยงดูไว้นอกบ้านเช่นนี้จะประพฤติตนเหมาะสมหรือ
อาจจะมีชายอื่นก็เป็นได้
หลังจากที่หยวนปินกลับบ้านยังไม่ทันถึงสองชั่วยาม นายท่านหยวนก็กลับมาถึงบ้านก่อนเวลา เขาตบหน้าหยวนปินทันทีที่เข้าไป
“ซิ่งฮวาแขวนคอตายเพราะเจ้า?!” นายท่านหยวนโกรธมาก เมื่อนึกถึงอนุที่น่ารักอ่อนหวาน ในใจเขาก็รู้สึกเจ็บปวด
“ท่านพ่อ! วันนี้ข้าเกือบจะตายอยู่แล้ว เหตุใดท่านจึงฟังคำพูดไร้สาระของคนข้างนอกพวกนั้นกัน ข้าเป็นลูกชายของท่านนะ ท่านแม่ของข้าจงรักภักดีต่อท่านตลอดมา แม้ว่านางจะอยู่ข้างนอก แต่ก็มักจะมีคนติดตามนางไปไหนมาไหนด้วยอยู่เสมอ นางไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อท่านเลยแม้แต่น้อย” หยวนปินไหนเลยจะสนใจซิ่งฮวาเถาฮวาอะไรนั่น เรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องชาติกำเนิดของเขาต่างหาก!
เขามั่นใจว่าตนเองเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเซี่ย
ความสนใจและความชอบของเขากับท่านพ่อเหมือนกันตั้งหลายอย่าง
ด้วยความสัตย์จริงในตอนนี้นายท่านหยวนก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงไม่คิดอะไรมาก แต่เรื่องเลี้ยงดูผู้หญิงไว้นอกบ้านนั้นก็ผ่านมานานมากแล้ว เขาจำไม่ได้แน่ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นดูเป็นอย่างไรเมื่อนางอยู่ข้างนอก
คงไม่ได้สวมเขาให้เขาจริงๆ หรอกกระมัง?
ตอนที่ 144 สีหน้าหมองคล้ำ
หยวนปินเห็นท่านพ่อของเขามีสีหน้าท่าทางอย่างนั้นก็รู้ได้ว่า เขาเริ่มสับสนเลอะเลือนแล้ว
“ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรลงมือกับซิ่งฮวา แต่ผู้หญิงคนนั้นเริ่มหลอกล่อยั่วยวนข้าก่อนนะ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ แต่พวกนางสองพี่น้องก็ไม่ใช่คนดีอะไร นางตายไปแล้วก็ยังใส่ร้ายข้า ข้าเป็นลูกชายของท่านหรือไม่ ท่านย่อมรู้ดีแก่ใจมิใช่หรือ ข้าหน้าตาออกจะคล้ายกับท่านมากขนาดนี้ เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว”
นายท่านหยวนสงบใจลงได้บ้าง
ถูกต้อง เขาเป็นลูกชายที่เขาเลี้ยงดูมาตั้งหลายปีดีดัก
หน้าตาของเขายังดูคล้ายกับตนเองเมื่อตอนยังเป็นหนุ่มอยู่หลายส่วน
อีกอย่างตอนนี้คนข้างนอกต่างก็พูดจาไร้สาระกันทั้งนั้น ถ้าหากเขาสงสัยชาติกำเนิดของลูกชายเขาจริงๆ เขาก็คงได้กลายเป็นเรื่องตลกของผู้คนจริงๆ ไม่เพียงแต่เขาจะถูกคนด่าว่าถูกสวมเขา แต่เขายังจะถูกหาว่าไร้น้ำยา ไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้อีกด้วย
“เอาล่ะ คุกเข่าอยู่อย่างนั้นเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ตอนนี้ข้างนอกคนยังพูดกันอยู่ เจ้าก็อยู่บ้าน ไม่ต้องไปสำนักศึกษาแล้ว” นายท่านหยวนขมวดคิ้วพลางเอ่ย
คำพูดคนนั้นน่ากลัว
ต่อให้เขาเชื่ออย่างหนักแน่นว่าเป็นลูกชายของเขาจริงๆ แล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า คนอื่นเขาไม่ได้คิดอย่างนี้เหมือนกันนี่
ยังมีเรื่องที่เขาบีบคั้นแม่เลี้ยงจนตาย…
สะใภ้เย่คนนั้นก็ไม่ได้เป็นอนุที่มีฐานะต่ำต้อย นางเป็นกุลสตรีที่เขาเขียนหนังสือรับมาเป็นอนุภรรยาอย่างถูกต้อง เกรงว่าตอนนี้อาจจะมีคนถวายฎีกากล่าวโทษเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วก็ได้
เรื่องของหยวนปินเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนคนรู้ไปทั่ว ย่อมล่วงรู้ไปถึงภายในสำนักศึกษาด้วย
มีคนไม่น้อยนึกถึงคำพูดของเซี่ยเฉียว ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกหนาวสั่น
บังเอิญหรือไม่
เซี่ยเฉียวเดิมพันว่าหยวนปินจะมีเรื่องอื้อฉาวภายในสามวัน…นี่เพิ่งจะวันที่สองเท่านั้น!
ชื่อเสียงของหยวนปินในตอนนี้…ยังต้องพูดอะไรอีกหรือ
บีบคั้นแม่เลี้ยงจนตาย! แค่ข้อนี้ก็มากเกินพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น…เขาอาจจะเป็นลูกชู้ก็ได้…
เซี่ยเฉียวเคยดูโหงวเฮ้งของหยวนปินแล้ว แต่ไม่ได้เห็นว่าเขามีพ่อสองคน คิดๆ ดูเขาก็น่าจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลหยวน
เพียงแต่ต่อให้ตระกูลหยวนจะมีสักสิบปากก็ไม่อาจพูดอะไรได้
เช่นนี้เกรงว่าพวกเขาคงจะต้องอึดอัดใจยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่น่าแปลกใจที่สาวงามคนนั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในตอนนั้น หากนางไม่ตาย พวกเขาก็ยังสามารถสร้างเรื่องอะไรเกี่ยวกับนางได้บ้าง แต่นางมาตายไปโดยไม่มีหลักฐานอะไรเช่นนี้ กระทั่งว่านางยอมตายเพื่อเปิดโปงความชั่วของหยวนปิง คำพูดพวกนั้นของนางยิ่งทำให้คนเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยยิ่งขึ้นไปอีก
เรียกได้ว่าอนาคตของหยวนปินจบสิ้นลงแล้ว!
“พี่หญิงใหญ่” เซี่ยผิงไหววิ่งมาดักหน้าเซี่ยเฉียวแทบจะบิน
ใบหน้าของเขาแดงก่ำ “หยวนปินจบเห่แล้ว ฮ่าๆ พี่หญิงใหญ่ท่านนี่เก่งเหลือเกิน ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะต้องโชคร้ายภายในสามวัน ตอนนี้คนข้างนอกกำลังวิจารณ์กันว่า เขาไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของตระกูลหยวน!”
“พูดกันอย่างออกรสออกชาติ ยังมีคนพูดอีกว่าเคยได้เห็นแม่แท้ๆ ของหยวนปินเมื่อหลายปีก่อน เขาบอกว่าแม่แท้ๆ ของเขาสนิทกับพ่อค้าปลามากเชียวล่ะ”
คราวนี้ทุกคนต่างก็หันไปมองตามเสียงของเซี่ยผิงไหว
เขาไม่ใช่คนเดียวที่อยากรู้อยากเห็น!
ช่วงเช้าของเมื่อวานทุกคนยังคิดกันอยู่เลยว่า อีกไม่นานเซี่ยเฉียวก็ต้องไปเป็นอนุแล้ว นี่เพิ่งผ่านไปแค่ไม่เท่าไรเอง หยวนปินก็เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้
และวันนี้พวกเขาก็ไม่เห็นหน้าค่าตาของหยวนปินแล้ว
สีหน้าของเซี่ยเฉียวลึกลับคาดเดาไม่ได้ “ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย”
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุก “พี่หญิงใหญ่ ท่านบอกข้าหน่อยสิ ท่านรู้ได้อย่างไร”
“มั่วเอาน่ะ จะเสียมาดไม่ได้ ข้าก็เลยสาปแช่งเขาไปสักคำสองคำ” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ ดูไม่มีพิษภัยอะไร
ผู้หญิงดีๆ มีชาติตระกูลจะทำนายดวงชะตาได้อย่างไร
“พี่หญิงใหญ่ ท่านโชคดีจริงๆ เกือบจะแพ้เดิมพันเสียแล้ว” เซี่ยผิงไหวรำพึงรำพัน
“ก็ไม่ใช่ว่าจะมั่วไปอย่างนั้นหรอก คนอย่างหยวนปินแค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร ข้าเป็นลูกสาวขุนนางคนหนึ่ง เขายังกล้าหยอกล้อ เห็นได้ชัดว่าปกติเขาก็มักจะทำเรื่องเลวๆ อยู่แล้ว ทำเรื่องไม่ดีก็มักจะมีเรื่องเดือดร้อนได้ง่ายๆ แถมสีหน้าเขายังหมองคล้ำ ข้าก็เลยคิดว่าเขาคงจะโชคร้ายในไม่ช้าก็เร็ว” เซี่ยเฉียววิเคราะห์อีกครั้ง