ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 145 มีความซื่อสัตย์ / ตอนที่ 146 โยนหินลงบ่อ
ตอนที่ 145 มีความซื่อสัตย์ / ตอนที่ 146 โยนหินลงบ่อ
ตอนที่ 145 มีความซื่อสัตย์
เซี่ยผิงไหวพยักหน้าระรัว
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเขาคงจะรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ไม่ได้เสียแล้ว
พี่หญิงใหญ่เดิมพันกับหยวนปินเพื่อเขา หากนางพ่ายแพ้จนต้องเสียสละตัวเอง ก็ไม่มีอะไรดีสำหรับเขาเช่นกัน ท่านพ่อต้องไล่เขาออกจากบ้านเป็นแน่
แต่ตอนนี้เขารอดแล้ว
คนอื่นๆ ต่างก็ตั้งใจฟังด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
หยวนปินแพ้ได้น่าอนาถมากขนาดนี้เลยหรือ ส่วนเซี่ยเฉียวนางก็แค่มั่วเอา?!
“จริงสิ หยวนปินยังต้องโขกศีรษะให้พวกเราอีกสิบทีใช่ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอย่างจริงจัง
เซี่ยผิงไหวตบมือเสียงดังทันที “ถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นข้าไปทวงเขาจะดีไหม ตอนนี้เขาหลบหน้าหลบตาอยู่ที่บ้าน ไม่กล้าออกมาแล้วนี่…”
แม้จะพูดออกมาเช่นนั้น แต่ดวงตาของเซี่ยผิงไหวกลับเผยให้เห็นความตื่นเต้น
ทำไมจะไม่ตื่นเต้นเล่า เจ้าหยวนปินนั่นเป็นคนแพ้เองนี่!
เพียงแต่พี่หญิงใหญ่เกิดมาหน้าตางดงามขนาดนี้ นางอาจจะใจอ่อนก็ได้ เขาจึงต้องถามดูสักหน่อย
“ต้องไปสิ เดิมพันกันนี่ อย่างไรก็ต้องมีแพ้ชนะอยู่แล้ว ชนะได้ทั้งที พวกเราก็ไม่ควรที่จะไม่รักษาคำพูดเพราะสงสารคนแพ้ แต่บ่ายนี้ข้ามีเรื่องต้องไปทำ เจ้าไปเตือนเขาที่บ้านตระกูลหยวนหน่อย พรุ่งนี้ข้าจะนั่งรอเขาอยู่ที่สำนักศึกษานี่ล่ะ จะต้องรอรับการโขกศีรษะขอขมาจากเขาจบครบสิบครั้ง” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจัง
หลังจากที่คนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น พวกเขาทั้งหมดก็รู้สึกงุนงง
ทันใดนั้นพวกเขาก็เข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแม่นางเซี่ยคนนี้
อ่อนแอ?
ไม่ใช่เลย
ตอนนี้หยวนปินช่างน่าเวทนาเสียนี่กระไร! ทุกคนต่างก็รังเกียจเขา ได้ยินว่ายังมีคนไปปาใบผักที่ด้านนอกประตูบ้านตระกูลหยวนด้วย
หากเป็นคนอื่น ตอนนี้พวกเขาก็คงไม่สนใจกับเรื่องเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้แล้ว แต่นางเล่า นางกลับกดดันเขาทุกย่างก้าว!
เมื่อได้รับความเห็นด้วยจากเซี่ยเฉียว เซี่ยผิงไหวก็ดีใจราวกับห่านขาวที่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ เขายืดอกเชิดหน้า เหลือบมองทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินจากไปอย่างภาคภูมิ
หลานชายไม่เอาไหนอย่างหยวนปินกำลังจะโขกศีรษะให้ปู่อย่างเขาแล้ว!
เรือนคงกู่เงียบสงบอย่างยิ่ง
แม้แต่คนที่ชอบเจ๊าะแจะอยู่เสมออย่างซย่าหย่าอวิ๋น ตอนนี้นางก็สงบปากสงบคำไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น
เซี่ยเฉียวหันกลับไปมองพวกนาง จากนั้นก็ยิ้มน้อยๆ อย่างใจกว้าง “เป็นที่ขบขันของทุกคนแล้ว ข้ากำลังสอนน้องชายของข้าว่า เกิดเป็นคนจะต้องมีความซื่อสัตย์”
หลังจากที่นางพูดจบ สายตาเหมือนยิ้มเหมือนไม่ยิ้มของเซี่ยเฉียวก็กวาดผ่านซย่าหย่าอวิ๋น
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นางเบิกตาโตอย่างไม่พอใจและหันหน้าหนี
นางเองก็เดิมพันกับเซี่ยเฉียวไว้เช่นกัน
หากเซี่ยเฉียวหาถั่วเงินห้าร้อยเมล็ดมาบริจาคไม่ได้ นางจะต้องออกจากเรือนคงกู่ แต่ถ้าเซี่ยเฉียวทำได้ นางจะต้องเป็นฝ่ายจากไปแทน
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกไม่สบายทันใด
ตอนนี้เซี่ยเฉียวมีถั่วเงินเท่าไรแล้วนะ
ก่อนหน้านี้นางชนะการทดสอบกระบี่ได้ถั่วเงินไปประมาณหกสิบเมล็ดสินะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่านางกำลังคัดลอกหนังสือ แต่ไม่รู้ว่านางคัดลอกหนังสืออะไร และได้ถั่วเงินมากน้อยแค่ไหน
จริงสิ เซี่ยเฉียวมักจะไม่อยู่ตอนเที่ยง…นางอาจจะไปทำงานอะไรอีกก็ได้
ทันใดนั้นซย่าหย่าอวิ๋นก็รู้สึกจิตใจไม่สงบ
ตอนเที่ยงนางแอบเดินตามหลังเซี่ยเฉียว
นางก็เห็นแค่ว่าเซี่ยเฉียวเดินเข้าไปที่คอกม้า หลังจากนั้นไม่นานนางก็จูงม้าออกมาจำนวนหนึ่ง และมองดูม้าวิ่งเหยาะๆ ไปรอบสนาม ม้าพวกนั้น…
หัวใจซย่าหย่าอวิ๋นบีบรัด
นางจำได้ว่าอานม้าบนหลังม้าพวกนั้นจะมีความแตกต่างกัน พวกมันเป็นม้าที่ดุร้ายที่สุดในสำนักศึกษา ที่ไม่รู้ว่าเตะคนมากี่คนแล้ว นับได้ว่าเป็นม้าที่ไม่มีใครเอาอยู่
เซี่ยเฉียวรับผิดชอบดูแลพวกมันจริงๆ หรือนี่
ไม่รู้ว่าในหนึ่งวันนางจะสามารถหาถั่วเงินได้กี่เมล็ด
เดิมทีนางคิดว่าเซี่ยเฉียวคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถอะไร นางจะต้องหางานทำไม่ได้แน่ แต่ตอนนี้ดูๆ แล้ว…จะแตกต่างจากที่นางคิดไว้
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกสูญเสียความมั่นใจเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงการเดิมพันระหว่างตนเองกับเซี่ยเฉียว ในใจของนางก็รู้สึกหนักอึ้งลงไปอีก
เซี่ยเฉียวเอาจริงเอาจังอย่างนี้ หากเวลานั้นนางหาเงินบริจาคได้ครบถ้วน เกรงว่านางคงจะยิ่งมองไม่เห็นใครในสายตามากขึ้นไปอีก
งานปล่อยม้าวิ่งเล่นไม่ได้ทำให้เซี่ยวเฉียวเหน็ดเหนื่อยและรู้สึกอับอาย ถึงอย่างไรสำนักศึกษาก็ไม่อนุญาตให้นำบ่าวรับใช้เข้ามาได้ งานที่น่าอับอายยิ่งกว่านี้ก็ยังต้องมีคนทำอยู่ดี
อีกอย่าง ตอนที่นางปล่อยม้า นางก็แค่ต้องคอยดูพวกมันไว้ก็เท่านั้น
บางครั้งนางนั่งอยู่บนหลังม้า ปล่อยให้พวกมันเดินช้าสักหน่อย นางก็ยังสามารถอ่านหนังสือได้สักสองสามเล่ม
สบายอย่างยิ่ง
ตอนที่ 146 โยนหินลงบ่อ
ผู้ดูแลคอกม้าที่นี่ก็เคยแอบมามองดูนางสองครั้ง เดิมทีเขาก็ไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่หลังจากที่เขามาสังเกตอยู่สองครั้งกลับพบว่า ม้าพวกนี้มีความสุขขึ้นมาก
ทุกครั้งก่อนถึงเวลาที่เซี่ยเฉียวจะมา พวกมันก็จะกินมากขึ้น และดูคึกคักตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้กระทั่งตอนที่เซี่ยเฉียวนั่งอยู่บนหลังของมัน พวกมันก็ไม่ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น ทุกครั้งที่เซี่ยเฉียวขี่ม้าตัวไหน ม้าตัวนั้นก็จะกลายเป็นศูนย์กลาง ม้าตัวอื่นก็จะล้อมรอบโดยอัตโนมัติ อย่างกับ…ดาวล้อมเดือนกระนั้น!
ซึ่งมันทำให้เขาอิจฉา
เขายังจะต้องสนใจอะไรอีก พวกม้ามีความสุขก็ดีแล้ว!
หลังจากที่เซี่ยผิงไหวมาพบเซี่ยเฉียวแล้ว ตอนเที่ยงเขาก็ออกเดินทางไปยังบ้านตระกูลหยวนพร้อมกับคนอื่นๆ ด้วย
เขาเป็นนักเรียนชายในชั้นเรียน ‘รื่อ’ ของเรือนไห่ถัง เขาไม่มีเพื่อนในเรือนไห่ถังเลยสักคน แต่นอกเรือนไห่ถังแล้ว เซี่ยผิงไหวกลับยังมีคุณชายน้อยที่มีความคิดเหมือนๆ อีกสองสามคนเป็นเพื่อน
พวกเขาต่างก็เป็นเด็กๆ จากครอบครัวนายทหารที่มีตำแหน่งทางการไม่สูงนัก ยังมีคนหนึ่งที่ลงมาจากเขาพร้อมกัน ถือเป็นผู้ติดตามตัวน้อยของเซี่ยผิงไหวไปโดยปริยาย
พวกเขาเดินทางไปยังบ้านตระกูลหยวนอย่างเฮฮามีความสุข
เพื่อที่จะทำให้พวกเขาดูดุร้ายน่าเกรงขามยิ่งขึ้น พวกเขายังพากันกลับไปบ้านของตนนำบ่าวรับใช้ที่บ้านติดตามไปด้วยอีกหลายคน
เมื่อพวกเขาไปถึงที่หน้าประตูบ้านของตระกูลหยวน เซี่ยผิงไหวก็ให้บ่าวรับใช้ยกเก้าอี้ออกมาก่อนเขาจะขึ้นไปยืนบนนั้น
“หยวนปินออกมาสิ ปู่ของเจ้ามาคิดบัญชีแล้ว!” หากติดปีกให้เขาตอนนี้ เขาก็คงจะบินขึ้นสวรรค์ได้แล้ว
ในเวลานี้ บ่าวรับใช้ที่คอยคุ้มกันบ้านตระกูลหยวนรีบยืนขึ้นมาและล้อมวงทันที ราวกับจะต่อยตีกันกระนั้น
และตอนนี้ด้านนอกก็มีคนมุงดูเรื่องสนุกมากมาย
ช่วงนี้ตระกูลหยวนเป็นที่รู้จักอย่างยิ่ง ดังนั้นเวลานี้ทุกคนจึงให้ความสนใจกับเรื่องของตระกูลหยวนมากเป็นพิเศษ โรงน้ำชาใกล้บ้านตระกูลหยวนต่างก็มีลูกค้ามาเยือนเยอะกว่าปกติ
“ไอ้หยา ลูกสุนัขตระกูลหยวนคงไม่ได้คิดที่จะรักษาคำพูดใช่ไหม” เซี่ยผิงไหวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันธพาล “ทุกคนคงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่หรือไม่ คืออย่างนี้นะ ก่อนหน้านี้หยวนปินคิดจะดูถูกเหยียดหยามข้า จึงถูกพี่สาวข้าด่าไปหนึ่งยก และเดิมพันกับเขาไว้ว่า ภายในสามวันเขาจะต้องอัปยศอดสู ชื่อเสียงฉาวโฉ่ หากเป็นเช่นนั้นจริง เขา หยวนปินจะโขกศีรษะให้ปู่อย่างข้าเซี่ยผิงไหวและพี่สาวของข้าเซี่ยเฉียวสิบครั้ง”
“บัดนี้ชื่อเสียงของเขาฉาวโฉ่แล้วใช่หรือไม่ ข้าจึงมาทวงถามตามสัญญา เพื่อไม่ให้ใครพูดได้ว่าเข้าพูดแล้วไม่รักษาคำพูด”
เมื่อพูดถึงเรื่องสร้างปัญหา เซี่ยผิงไหวทำได้ดีเป็นพิเศษ
เขาพูดเรื่องต่างๆ ออกมาอย่างง่ายดายชัดเจน
ทุกคนต่างก็ถอนหายใจ
ที่แท้ก็เรื่องนี้เองหรือ พวกเขายังนึกว่ามีแม่นางบ้านไหนถูกรังแกเสียอีก เรื่องนี้ก็ยังนำมาคิดบัญชีด้วย!
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ค่อนข้างน่าสนใจเช่นกัน หยวนปินจะยอมทำโขกศีรษะสิบครั้งหรือ
เวลานี้หยวนปินซึ่งอยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงดังจากข้างนอกแล้วเช่นกัน เขาโกรธไม่น้อย ปึงๆ ปังๆ จากนั้นก็มีเสียงทุบอะไรบางอย่างดังขึ้นมา
“เซี่ยผิงไหวเจ้ามันพวกโจรอันธพาล ถึงกับโยนหินลงบ่อซ้ำเติมคนตกน้ำอย่างข้า ที่แท้ตระกูลเซี่ยก็ไม่มีคนดีๆ เลยสักคน” หยวนปินโมโหจัด
คนมันจะซวย แค่ดื่มน้ำเย็นก็ติดฟันได้
เซี่ยผิงไหวเพิ่งมาถึงได้ไม่นานก็มีแขกมาเยือนตระกูลหยวน
คนที่มาคราวนี้คือญาติสะใภ้!
ครอบครัวของภรรยาเอกนายท่านหยวนมาคราวนี้ สีหน้าของแต่ละคนราวกับมีน้ำค้างแข็งเกาะอยู่บนใบหน้า
นายท่านหยวนรีบออกมาต้อนรับ และทำความเคารพพ่อตาและพี่ชายของภรรยาทันที พ่อตาและพี่ชายสองคนนั้นกลับพูดจาต่อหน้าสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมาทันทีว่า “หยวนมู่ถิง ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนมีความสามารถจึงได้ยกลูกสาวให้แต่งกับเจ้า นางเข้ามาอยู่ในบ้านเจ้ามายี่สิบปี เคยทำอะไรผิดบ้างหรือไม่”
“…” นายท่านหยวนหนังตากระตุกทันที “มีเรื่องอะไร…ไปพูดกันในบ้าน…”
“ไม่ต้องหรอก ข้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อจะพาบุตรสาวตระกูลซือของข้ากลับไป ในเมื่อนางไม่สามารถมีทายาทสืบทอดให้เจ้าได้ ก็ขอคืนตำแหน่งสำคัญให้กับเจ้าดีกว่า ต่อไปไม่ว่าจะมีลูกที่เกิดในบ้านหรือมีลูกที่เกิดข้างนอกก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลูกสาวข้าแล้ว”