ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 157 ชะตาขมขื่น / ตอนที่ 158 มาจากไหน
ตอนที่ 157 ชะตาขมขื่น / ตอนที่ 158 มาจากไหน
ตอนที่ 157 ชะตาขมขื่น
เมื่อเซี่ยผิงไหวไปถึงเรือนของอาจารย์เซียว เขาจึงได้พบว่ามีคนอยู่ในเรือนของอาจารย์อยู่ก่อนแล้ว
เป็นคุณชายคนหนึ่ง ซึ่งพาบ่าวรับใช้มาด้วย ในมือของพวกเขามีของขวัญมากมาย หนึ่งในนั้นถือแท่นไม้ซึ่งมีหยกขาววางอยู่บนนั้น!
เพราะมันเป็นหยกขาว ที่เขาเคยทำหายมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองดูแล้วมองดูเล่า
“ของขวัญกราบอาจารย์?” เซี่ยผิงไหวเอ่ยปากถามโดยสัญชาตญาณ
คุณชายคนนั้นยืนอยู่อย่างเคร่งขรึม เชิดหน้าอกผายไหล่ผึ่ง ลักษณะของเขาดูไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เมื่อเขาได้ยินคำถามก็หันศีรษะมามองเขาหนึ่งที “ได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณชายรองคิดอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์เซียว?”
“อืม” เซี่ยผิงไหวไม่ได้ปฏิเสธ
“แม้ว่ามันจะยากสักหน่อย แต่ถ้าคุณชายรองทำสำเร็จก็คงจะได้เป็นศิษย์น้องของข้า” คุณชายยิ้มน้อยๆ “ผู้อาวุโสบ้านข้าได้หยกขาวชิ้นหนึ่งมาให้ข้า วันนี้ข้าจึงมากราบท่านอาจารย์เซียวเป็นอาจารย์โดยเฉพาะ”
แม้ว่าเซี่ยผิงไหวจะเป็นพวกใจร้อน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามว่าเขาได้หยกชิ้นนี้มาจากไหน
ถึงอย่างไรก็มีหยกแบบเดียวกับถึงสิบชิ้น
จะคิดว่าหยกที่คนอื่นนำมาเป็นชิ้นเดียวกับที่เขาทำหายก็คงไม่ได้
คนคนนี้นำหยกมากราบอาจารย์ เขาย่อมประสบความสำเร็จแน่แล้ว
เป็นอย่างที่คาดจริงๆ หลังจากนั้นครู่หนึ่งอาจารย์เซียวก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วเรียกคุณชายคนนั้นเข้าไปข้างใน
เซี่ยผิงไหวในใจไหววูบ ถ้าหากเขาไม่ได้ทำหยกหาย เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องมาลำบากลำลนคุกเข่าอยู่ที่นี่อย่างนี้ เขาอาจจะถูกอาจารย์เซียวเรียกเข้าไปพบในทันทีเหมือนคนคนนั้นก็ได้…
หยก…
เซี่ยผิงไหวรู้สึกอึดอัดคับข้องใจอยู่บ้าง
ก็ไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหนกล้าขโมยของของเขา ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบาก อับอายขายหน้าผู้คนเช่นนี้
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่ก็มีเด็กรับใช้ของอาจารย์เซียวออกมาอีกครั้ง “คุณชายรอง ท่านอาจารย์ก็เชิญเจ้าเข้าไปด้วย”
เซี่ยผิงไหวได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกาย “จะยอมรับข้าเป็นศิษย์แล้วหรือ!”
เด็กรับใช้มองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน
เซี่ยผิงไหวลุกขึ้นอย่างมึนงง และพุ่งเข้าไปทันที ดูกระวีกระวาดไม่เรียบร้อย เทียบกับคุณชายที่เตรียมของขวัญมาด้วยเมื่อสักครู่นี้แล้วต่างกันมากราวฟ้ากับเหว
“ที่ข้าให้เจ้าคัด ‘หมิงซุ่น’ เมื่อวานสิบรอบล่ะ” หลังจากเซี่ยผิงไหวเข้าไปข้างในแล้ว อาจารย์เซียวก็เอ่ยถามทันที
“…” เซี่ยผิงไหวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ไม่รู้ว่าหากเขาจากไปตอนนี้ยังทันหรือไม่
เขาไม่อยากจะคัด ‘หมิงซุ่น’ อะไรนั่นเสียหน่อย
“ไม่ได้คัด” อาจารย์เซียวเหลือบมองเขาเบาๆ แล้วหยิบไม้บรรทัดหนามที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เขามองไปที่ไม้บรรทัดด้วยแววตาอ่อนโยน จากนั้นก็มองเซี่ยผิงไหวด้วยสายตาเย็นชาจนน่ากลัว
เซี่ยผิงไหวกลืนน้ำลายทันที
“ข้าจะกลับไปคัด…” เสียงของเซี่ยผิงไหวสั่นเทา
“ยี่สิบรอบ” อาจารย์เซียวไม่ได้ยกของที่อยู่ในมือเขาขึ้นมา แต่ในสายตาของเซี่ยผิงไหวมันดูกระหายที่จะลอง อันตรายอย่างยิ่ง
“ได้ ตกลง…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายยิ่งนัก
พี่ชายใหญ่รังแกเขา พี่หญิงใหญ่ก็รังแกเขา ตอนนี้ก็มีอาจารย์ที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้เพิ่มมาอีกคนแล้ว…
ทำไมชะตาชีวิตของเขามันช่างขมขื่นขนาดนี้
ฉู่เจี้ยนเหลือบมองเซี่ยผิงไหวด้วยความประหลาดใจ
เขานึกว่า…
เซี่ยผิงไหวจะทำเป็นเล่น ไม่ได้คิดที่จะกราบอาจารย์จริงๆ แต่ตอนนี้ดูๆ แล้ว อาจารย์เซียวมีความตั้งใจที่จะสั่งสอนอบรมเขาจริงๆ?
ถ้าหากเขาไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น แล้วจะมาเสียเวลาลาตรวจการบ้านของเซี่ยผิงไหวทำไม
หลังจากที่เซี่ยผิงไหวจากไปแล้ว ฉู่เจี้ยนก็เอ่ย “ท่านอาจารย์รับคุณชายรองตระกูลเซี่ยเป็นศิษย์แล้วหรือ”
อาจารย์เซียวเอ่ยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “เจ้าเด็กงี่เง่านี่ เจ้าไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบหยกขาวชิ้นนั้นขึ้นมาสังเกตอย่างละเอียด ก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจ “หยกนี้เจ้าได้มาจากไหน”
“มีคนให้ท่านพ่อข้ามาขอรับ…” ฉู่เจี้ยนรีบเอ่ย
“ใครกัน” อาจารย์เซียวเอ่ยขึ้นอีก
“เรื่องนี้ศิษย์เองไม่รู้ หยกขาวแบบเดียวกันนี้มีอยู่ทั้งหมดสิบชิ้นบนโลกใบนี้ จะว่ามาก็ไม่มาก จะว่าน้อยก็ไม่น้อย คิดว่าคงมีบ้านไหนร้อนเงิน จึงได้นำมาวางจำนำไว้จนครบกำหนด ศิษย์โชคดีจึงได้มันมา ก็เลยนึกกราบท่านอาจารย์ขึ้นมาทันที”
ตอนที่ 158 มาจากไหน
สีหน้าอาจารย์เซียวนิ่งสงบ
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็เอ่ย “ในเมื่อเจ้านำของมา ข้าก็จะรับเจ้าเป็นศิษย์ตามกฎของสำนักศึกษา เพียงแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เจ้าอาจจะต้องทำความเข้าใจสักหน่อย แม้ว่าของขวัญสำหรับกราบอาจารย์นี้จะมีทั้งหมดสิบชิ้นบนโลกใบนี้ แต่จะมีอยู่สามชิ้นที่ไม่ค่อยเหมือนกัน”
“ท่านอาจารย์ได้โปรดไขข้อสงสัยด้วย” ฉู่เจี้ยนรีบเอ่ยด้วยหัวใจที่เต้นแรง
“ทั้งสามชิ้นนี้อยู่ในมือของฝ่าบาท แม้จะมาจากศิลาก้อนเดียวกันก็ตาม แต่ด้านบนจะมีสีเหลืองจางๆ ซึ่งเป็นสีอ่อนมาก เหมือนเกลียวควันสีเหลืองพวยพุ่ง เนื่องจากหยกสิบชิ้นนี้ไม่เคยถูกวางไว้ในที่เดียว หลายคนจึงไม่ทราบเรื่องนี้” อาจารย์เซียวเอ่ยอีกครั้ง
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ สีหน้าของฉู่เจี้ยนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หยกสิบชิ้นนี้ล้วนสลักสัญลักษณ์ของสำนักศึกษา เขาก็เลยคิดว่าไม่มีอะไรอื่นที่แตกต่างกันแล้ว
“หยกที่เหลืออยู่ในมือผ่าบาทตอนนี้มีสองชิ้น ก่อนหน้านี้ไม่นานพระองค์ได้ให้ออกไปชิ้นหนึ่ง และชิ้นนั้นก็ได้ให้เป็นรางวัลแก่แม่นางตระกูลเซี่ยที่ชนะการทดสอบไป และถูกเจ้าเด็กที่เพิ่งจากไปนั่นทำหายเมื่อไม่กี่วันก่อน” อาจารย์เซียวเอ่ยเสียงเรียบ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากของนั้นไม่ได้หายไป สิทธิที่จะกราบอาจารย์นี้ก็ต้องเป็นของเซี่ยผิงไหว
ฉู่เจี้ยนมีสีหน้าอับอายเล็กน้อย “ท่านอาจารย์โปรดพิจารณาอย่างเป็นธรรม หยกของศิษย์ชิ้นนี้มีผู้อื่นมอบให้มาจริงๆ มิได้หยิบฉวยมาแต่อย่างใด”
“เจ้าอยู่ในสำนักศึกษานี้มาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความสามารถอยู่บ้าง ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่ได้มีใจต่ำช้าถึงระดับนั้น เพียงแต่ฝ่าบาททรงเข้มงวดมาก ในเมื่อเป็นของของพระองค์ หากเจ้าคิดจะนำมากราบอาจารย์ก็จะต้องมีคำอธิบายแก่พระองค์ด้วย” อาจารย์เซียวเอ่ย
ฉู่เจี้ยนรู้สึกขมในคอ
หากเขารู้อย่างนี้แต่แรก เขาคงไม่ใช้หยกชิ้นนี้แล้ว มันสะดุดตาเกินไป
แม้ว่าหยกอื่นๆ จะหายากเช่นกัน ทว่าต้องการ เขาก็แค่ต้องใช้ความพยายามหรือเงินจำนวนมากสักหน่อยเพื่อให้ได้มา
แต่หยกของรัชทายาทกลับไม่เหมือนหยกอื่น ดังนั้น…
มันจึงร้อนเกินไปที่จะถือ!
แต่เขากลับอยู่ในจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตอนนี้ ในเมื่อเขาก็มาถึงที่นี่แล้ว หากจะพูดว่าตนเองไม่ต้องการกราบอาจารย์แล้ว อาจารย์เซียวก็อาจจะคิดว่าเขาเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ ก็ได้”
ยิ่งกว่านั้นหลายคนก็เห็นเขาแล้วระหว่างที่เดินทางมา…
จะมาเสียใจในตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะต้องอับอายขายหน้า คนอื่นคงคิดว่าเขาหยิบสิ่งนี้ขึ้นมาจริงๆ!
รอยเหงื่อปรากฏขึ้นบนหน้าผากฉู่เจี้ยน “ท่านอาจารย์ หยกนี้ท่านพ่อของข้าก็ได้มาอย่างถูกต้อง…มีเด็กสาวจากสำนักศึกษากู่หลันมอบให้มา ลูกพี่ลูกน้องในครอบครัวของข้าบอกว่าเด็กสาวคนนั้นคิดว่าหยกนี้สะดุดตาเกินไป ตัวนางเองก็มีความสามารถธรรมดาทั่วไป จึงไม่กล้าที่จะนำไปกราบอาจารย์ นางแค่อยากจะแลกเปลี่ยนหยกนี้เป็นจดหมายแนะนำให้นางเข้าสถานศึกษาหลวงของพวกเราเท่านั้น…”
“เช่นนั้นหยกนี้ก็ถูกเด็กสาวคนนั้นหยิบฉวยมา?” อาจารย์เซียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ฉู่เจียนเม้มปากอย่างจนปัญญา เขาได้แต่ต้องเอ่ยว่า “ได้ยินมาว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นลูกติดของใต้เท้าเซี่ย…”
อันที่จริงเขารู้แล้วว่าหยกของตระกูลเซี่ยหายไป
ดังนั้นเขาจึงเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่า แม่นางเผยคนนั้นจะต้องแอบขโมยหยกมาเพื่อแลกกับสิทธิเข้าเรียน แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ ถึงอย่างไรหยกก็มีตั้งมากมายหลายชิ้น คงไม่มีใครบอกได้ว่าหยกที่เขานำมาเป็นของตระกูลเซี่ย”
แต่นึกไม่ถึงว่าหยกของรัชทายาทจะมีเอกลักษณ์!
อาจารย์เซียวพยักหน้า “เป็นเช่นนี้นี่เอง คิดว่าเด็กสาวผู้นั้นคงหยิบหยกมาโดยไม่ได้บอกกล่าวกับเซี่ยผิงไหว”
“เรื่องนี้ข้าเข้าใจแล้ว และข้าจะชี้แจงให้ฝ่าบาททราบแทนเจ้า”
ฉู่เจี้ยนจนปัญญา
อาจารย์เซียวนำหยกส่งคืนให้จ้าวเสวียนจิ่งทันที
ด้วยเหตุผลแล้ว หยกนี้ต้องสลักชื่อศิษย์ของสำนักศึกษาแล้วค่อยส่งคืนให้
แต่หยกชิ้นนี้แตกต่างออกไป เขาจึงต้องคุยกับรัชทายาทก่อน หากรัชทายาทไม่ถือสา แล้วค่อยสลักชื่อก่อนส่งคืนให้ฉู่เจี้ยนก็ยังไม่สาย
แน่นอนว่า หากเป็นไปตามที่เขารู้จักรัชทายาท…
รัชทายาทจะต้องสงสัยอย่างแน่นอนว่าฉู่เจี้ยนรู้เรื่องนี้ ดังนั้นแม้ว่าจะยอมให้เขากราบอาจารย์ได้ แต่เกรงว่าหยกนี้คงไม่สามารถมอบให้ฉู่เจี้ยนเอาไว้ได้