ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 159 เขาจะฆ่าคน / ตอนที่ 160 ไร้เหตุผล
ตอนที่ 159 เขาจะฆ่าคน / ตอนที่ 160 ไร้เหตุผล
ตอนที่ 159 เขาจะฆ่าคน
จ้าวเสวียนจิ่งนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นหยกนี้อีกครั้งเร็วเช่นนี้
หลังจากที่อาจารย์เซียวเล่าสถานการณ์จบแล้ว เขาก็ให้คนไปตามตัวเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงไหวมา
เซี่ยเฉียวยังดีเพราะถือว่าคุ้นเคยกับรัชทายาทอยู่แล้ว แต่เซี่ยผิงไหวไม่เหมือนกับนาง เขาไม่เคยพูดคุยอะไรกับรัชทายาทมาก่อน เมื่อถูกเรียกตัวมาอย่างกะทันหัน เขาจึงทำตัวเรียบร้อยเหมือนรูปปั้นดินเผาทันที
“พี่หญิงใหญ่ หรือว่าเรื่องที่ข้าพาคนไปบ้านตระกูลหยวนจะถูกเปิดเผยแล้ว” เซี่ยผิงไหวรู้สึกกลัวเล็กน้อย
เขาคนนั้นเป็นถึงรัชทายาทเชียวนะ ต่อไปใต้หล้านี้ก็เป็นของเขา อันตัวของเขาเองก็เป็นแค่โจรน้อยคนหนึ่ง รัชทายาทจะสั่งกำจัดเมื่อไหร่ก็ได้!
เซี่ยเฉียวรู้สึกจนคำพูด
“รัชทายาทก็เป็นคนเช่นกัน เขาก็ไม่ได้จะกินเจ้าเสียหน่อย” มีอะไรน่ากลัวกว่าวิญญาณอีกหรือ
เซี่ยผิงไหวถอนหายใจ
ไม่นานพวกเขาก็มาอยู่ต่อหน้ารัชทายาท
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองสองพี่น้องนี้ เขามองไปมองมาก็รู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองไม่ได้เกิดมาจากพ่อคนเดียวกัน
เซี่ยเฉียวดูเป็นคนใจกว้าง หน้าตาสวยสดงดงาม ส่วนเซี่ยผิงไหวแม้จะหน้าตาไม่เลว แต่ลักษณะท่าทางของเขานั้น…เหมือนกับพวกอันธพาล แม้ว่าจะซื่อสัตย์เชื่อฟังขึ้นมา แต่เขาก็ยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นขบถเล็กๆ ในตัวเขา ดูเผินๆ แล้วเหมือนไม่ใช่คนดี
ได้ยินมาว่าการดูโหงวเฮ้งให้ญาติจะดูได้ไม่ชัด
ดังนั้นเซี่ยเฉียวจงไม่อาจมองเห็นได้ว่าน้องชายของนางดูน่าลงโทษมากเพียงใด
“วันนี้มีคนเอาหยกมาส่งมาให้ข้าแล้ว เป็นหยกชิ้นนั้นที่เจ้าชนะได้ไปวันก่อน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยตรงไปตรงมา
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เซี่ยเฉียวตลอดเวลา
วันนี้สีหน้าของเซี่ยเฉียวไม่ได้ดูขาวซีดเหมือนเมื่อวันก่อน ดูแดงเรื่อๆ น่ามอง ได้ยินมาว่าเมื่อตอนเช้ามีคนมาโขกศีรษะให้แล้ว นางจึงได้ระบายความแค้น ก็เลยรู้สึกสบายใจ?
จ้าวเสวียนจิ่งแย้มยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“หยก?!” เซี่ยผิงไหวร้องเสียงดังออกมาโดยสัญชาตญาณ จากนั้นจึงรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เขาจึงคบคุมตัวเองรวดเร็ว “พี่หญิงใหญ่ นั่นคือหยกของข้า ใครเป็นคนเก็บมันไปน่ะ?!”
จะคืนให้เขาได้หรือไม่?!
เช่นนั้นเขาจะได้ไม่ต้องคุกเขาอ้อนวอนขอกราบอาจารย์แล้ว!
“สิทธิของหยกชิ้นนี้ถูกใช้ไปแล้วใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ถูกต้อง” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า เซี่ยเฉียวฉลาดมีไหวพริบ ไม่เหมือนเด็กโง่ข้างๆ นั่น ที่พอเห็นหยกก็ตาลุกวาวทันที โดยไม่ได้คิดว่าหยกนี้กลับคืนมาได้อย่างไร
ทันที่ที่เขาบอกเช่นนั้น เซี่ยผิงไหวก็ไม่พอใจทันที “หยกของข้าชิ้นนี้ถูกคนขโมยไป เป็นลูกเต่าตัวไหนกัน…อ้อ เจ้าฉู่เจี้ยนนั่นใช่หรือไม่ ข้าเพิ่งกลับออกมาจากเรือนของท่านอาจารย์เซียว ข้าอยู่ที่นั่น วันนี้มีเขาคนเดียวที่นำหยกมากราบอาจารย์!”
ตอนที่เขาออกมาจากเรือนของอาจารย์เซียว คนก็พูดกันไปทั่วสำนักศึกษาแล้ว
พวกเขาพูดกันว่าฉู่เจี้ยนได้เป็นศิษย์คนแรกของอาจารย์เซียวแล้ว
ยังมีคนเข้ามาเหยียบย่ำเขาว่า คิดจะกราบอาจารย์ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
เซี่ยผิงไหวลุกลี้ลุกลน
“มีคนขโมยไป?” จ้าวเสวียนจิ่งมองเซี่ยเฉียวกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “ก่อนหนี้แม่นางเซี่ยบอกว่าไม่ระวังทำหายไปนี่”
“เด็กโง่พูดจาอะไรไม่รู้ความ” เซี่ยเฉียวไม่ได้ร้อนใจอะไร
ถูกขโมยกับไม่ระวังทำหายไปเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
หากเป็นอย่างแรก จะกลายเป็นว่าตระกูลเซี่ยดูแลปกครองคนไม่ดี เลี้ยงโจรขโมยไว้ในจวน อีกอย่างก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนกันเองที่ลงมือขโมยของเช่นนี้ หากเรื่องแพร่งพรายออกไป คนตระกูลเซี่ยทั้งหมดก็จะต้องอับอายขายหน้า
อย่างหลังยังพอถือเป็นเรื่องในครอบครัว และกลับไปพูดคุยกันเองที่บ้านได้
เซี่ยผิงไหวรู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างมาก
มันถูกขโมย!
“ฉู่เจี้ยนนั่นได้มันมาจากไหน…” ในที่สุดเซี่ยผิงไหวก็ถามคำถามที่เหมาะสม
จ้าวเสวียนจิ่งยังนับได้ว่าใจกว้าง เนื่องจากเห็นแก่หน้าของสองพี่น้อง เขาจึงบอกเล่าเรื่องราวที่ได้ยินจากอาจารย์เซียวให้สองพี่น้องฟังตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด
เซี่ยเฉียวกลับไม่ได้แปลกใจ
ก่อนหน้านางก็เคยสงสัยเผยหว่านเย่ว์ แต่นั่นก็เป็นเพียงความสงสัย ในเมื่อไม่มีหลักฐานพยานใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็ไม่อยากโยนความผิดฐานลักขโมยให้ใคร แม้ว่าคนคนนั้นจะน่ารังเกียจเล็กน้อยก็ตาม
แต่เซี่ยผิงไหวมึนงงไปแล้ว
“พี่หญิงรอง?!” เซี่ยผิงไหวเอ่ยปากด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็โกรธจนแทบบ้า “เผยหว่านเย่ว์ นางบ้าไปแล้วหรือ ขโมย..หยิบหยกของข้าไปโดยไม่บอกข้าสักคำ ยังถึงกับเอาไปให้คนอื่น!”
เขาจะกลับบ้าน เขาจะฆ่าคน!
ตอนที่ 160 ไร้เหตุผล
สายตาของเซี่ยผิงไหวเต็มไปด้วยไฟโทสะ เขาโกรธมาก
เขารู้ว่าหยกของเขาต้องถูกคนในบ้านขโมยไปแน่ แต่หลังจากคิดดูแล้ว เขาก็สงสัยว่าคงจะเป็นบ่าวรับใช้จิตใจไม่สะอาดสักคนเท่านั้นที่เป็นคนทำ
เขาไม่เคยคิดเลย ว่าจะเป็นเผยหว่านเย่ว์
คำสองคำก็เรียกนางว่าพี่หญิงรอง นางยังกล้าที่จะขโมยของของน้องชายคนนี้หรือ พอเห็นเขาโดนเฆี่ยนตีนางก็ยังไม่พูดอะไรเลยสักคำ
เซี่ยผิงไหวไม่เพียงแต่รู้สึกโกรธเท่านั้น แต่เขายังรู้สึกขมขื่นในใจด้วย
เวลานี้โทสะจึงแล่นพลุ่งพล่าน
ต่อให้เป็นคนโง่แค่ไหนก็มองออกได้ว่าหยกของตระกูลเซี่ยหายไปอย่างผิดปกติธรรมดา เซี่ยเฉียวก้มหน้าลงเล็กน้อยนางลูบจมูก และแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทางโง่เขลาของน้องชายที่อยู่ข้างๆ
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นเซี่ยผิงไหวโกรธมากเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าตระกูลเซี่ยน่าจะมีเรื่องสนุกให้ดูชม
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถร่วมชมได้
จึงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางเซี่ยผิงไหวโกรธเช่นนี้ก็ไม่อยากที่จะรั้งเขาเอาไว้ เขาจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อายุยังน้อย ปล่อยให้ไฟร้อนสุมในใจเช่นนี้ หากอึดอัดหายใจไม่ออกจะแย่เอาได้ ข้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว คุณชายรองก็กลับไปเถอะ”
เซี่ยผิงไหวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ใช่ เขาเองก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อไป เขาอยากกลับบ้าน…
เขาจะให้พ่อบ้านไปนำตัวนางกลับมาจากสำนักศึกษากู่หลัน
เซี่ยเฉียวเหลือบมองจ้าวเสวียนจิ่งด้วยสายตาประหลาดใจ
นางสงสัยว่ารัชทายาทจะเคยได้ยินเรื่องที่เซี่ยผิงไหวไปหอโคมเขียว จึงได้พูดอย่างนั้นออกมา แต่เซี่ยผิงไหวกลับฟังไม่เข้าใจ!
เจ้าเด็กโง่นี่!
เซี่ยผิงไหวรวบรัดตัดความอย่างยิ่งในเวลานี้ เขาหันหลังเดินกลับไปสองก้าว แล้วหันกลับมามองเห็นว่าเซี่ยเฉียวยังคงยืนนิ่งอยู่ จึงได้รีบเข้ามาลากแขนเสื้อนางออกไป
มุมปากของจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อย
เขายังต้องการพูดคุยกับแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนเรื่องสวนของเขา…
จากนั้นหลังจากออกแรงสองสามครั้งเซี่ยผิงไหวก็ลากนางออกไปสำเร็จ “พี่หญิงใหญ่ ท่านต้องช่วยข้าระบายโทสะนะ ข้าโดนใส่ร้ายเรื่องนี้จนต้องโดนพี่ชายใหญ่เฆี่ยนตีไม่ว่า แล้วยังต้องอับอายขายหน้าไปคุกเข่าให้ท่านอาจารย์เซียว เขายังลงโทษให้ข้าคัดลอกหนังสือด้วย!”
“ข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าเอาแต่โทษคนอื่นจะดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เดิมทีก็เป็นความผิดของเผยหว่านเย่ว์อยู่แล้วนี่” เซี่ยผิงไหวระเบิดออกมาทันที
“ก็ถูก แต่ต่อหน้าพี่ชายใหญ่ ข้าว่าเจ้าพิจารณาตัวเองหน่อยดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกอัดอีกรอบ” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเด็กคนนี้ซื่อบื้อเกินไปจริงๆ จึงเอ่ยอีก “ของอยู่ในห้องของเจ้าไม่ใช่หรือ เจ้าเป็นผู้ชาย นางเป็นผู้หญิง ตอนกลางคืนเข้านอนของก็ยังอยู่ แต่เช้ามากลับไม่มีเสียแล้ว เหตุผลข้อแรกที่ไม่ควรให้คนภายนอกล่วงรู้ เหตุผลข้อที่สอง เจ้าโตขนาดนี้แล้ว แต่แม้แต่ของของตัวเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ตอนเจ้าหลับยังไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้เด็กผู้หญิงที่ไม่มีแรงมัดไก่คนหนึ่งมาขโมยของของเจ้าไปได้…”
พอพูดถึงตรงนี้ เซี่ยผิงไหวก็เย็นวาบไปทั้งตัว
ใช่แล้ว…
ทำไมเขาถึงคิดไม่ถึงมาก่อน
พี่ชายใหญ่ไร้เหตุผลขนาดนั้น ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าเป็นความผิดของเผยหว่านเย่ว์ แต่เขาก็จะยิ่งโทษตนเองมากขึ้นไปอีก ถึงอย่างไร…พี่ชายใหญ่ก็ดุเขามาตลอด!
จู่ๆ เซี่ยผิงไหวก็รู้สึกว่าพี่หญิงใหญ่เข้าใจอะไรได้มากจริงๆ
เขารีบหันไปมองขอความช่วยเหลือจากเซี่ยเฉียวอย่างรวดเร็ว “พี่หญิงใหญ่ แล้วเยี่ยงนั้นข้าควรทำอย่างไรดี หากข้ายอมรับผิด แล้วพี่ชายใหญ่จะไม่ตีข้าแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าเองก็ไม่ใช่พยาธิในท้องพี่ชายใหญ่เสียหน่อย จะยอมรับผิดอย่างไร เจ้าต้องไปคิดเอาเอง กับข้าวมื้อนี้ข้ายกมาให้เจ้าถึงที่แล้ว เจ้ายังจะต้องให้ข้าป้อนให้อีกหรือ” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขาหนึ่งที
ไม่รู้จักใช้สมองของตัวเองบ้าง แล้วจะมีเอาไว้ทำไม
เซี่ยผิงไหวสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อย
เขาใช้ชีวิตแบบนี้มาโดยตลอด ไม่เคยได้ใช้สมองเลย…
เซี่ยผิงไหวรีบกลับบ้าน พอถึงบ้านเขาก็ตะโกนเรียกหยวนหรงให้ออกมาทันที “เจ้าไปที่สำนักศึกษากู่หลัน ไปตามตัวเผยหว่านเย่ว์กลับมาให้ข้า”