ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 161 เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันหรือ / ตอนที่ 162 ให้อภัยได้
ตอนที่ 161 เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันหรือ / ตอนที่ 162 ให้อภัยได้
ตอนที่ 161 เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันหรือ
หยวนหรงไม่ได้รีบไปทำทันที แต่เขาไปรายงานเรื่องนี้แก่หลูซื่อก่อน
หลูซื่อรู้สึกแปลกใจ
ตอนที่เขาออกไปตอนเช้ายังเรียกว่าพี่หญิงรองอยู่เลย เหตุใดตอนนี้จึงได้เรียกชื่อนางเต็มๆ แล้ว
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกปวดใจแทนลูกสาวตนเอง เมื่อมาอยู่ที่บ้านนี้ ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนต่างสกุล พอเด็กๆ บ้านนี้ไม่พอใจ ก็โมโหใส่นางทันที
ไม่น่าแปลกใจที่เย่ว์เอ๋อร์ไม่มีความสุข
“อีกแค่ไม่กี่ชั่วยามก็จะถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว รอให้เย่ว์เอ๋อร์กลับมาก่อนค่อยว่ากัน เอาอย่างนี้ เจ้าส่งคนไปตลาดซื้อตั๊กแตนมาสักคู่หนึ่ง เขาชอบเล่นมันมากที่สุด ถ้าหากเขาอารมณ์ไม่ดีก็ให้ระบายอารมณ์กับมันไปก่อน” หลูซื่อคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ย
ก็ไม่รู้ว่าไปขุ่นเคืองใจมาจากไหน จึงมาระบายเอากับเยว์เอ๋อร์
หลูซื่อเองก็ไม่สบายใจ นางลูบท้องของตัวเอง
หากนางสามารถมีลูกได้อีกสักคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง นางก็สามารถที่จะยืนอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้อย่างมั่นคงแล้ว…
เซี่ยผิงไหวคิดว่าพ่อบ้านไปเชิญเผยหว่านเย่ว์กลับมาแล้ว แต่ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีคนเอาตั๊กแตนคู่หนึ่งมามอบให้เขา
เมื่อเซี่ยผิงไหวเห็นตั๊กแตน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ของดีของเขาถูกพี่หญิงใหญ่เอาไปแล้ว
อย่างไรก็ตามครู่ต่อมาเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกผิดปกติ “ใครใช้ให้เจ้าไปซื้อตั๊กแตน เผยหว่านเย่ว์ล่ะ นางกลับมาแล้วหรือไม่”
“พ่อบ้านหยวนบอกว่าอีกแค่หนึ่งชั่วยามคุณหนูรองก็จะกลับมาแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้พูดตามความจริง
“หนึ่งชั่วยาม?!” เซี่ยผิงไหวโลดขึ้นทันที “หนึ่งชั่วยามนางก็ต้องเลิกเรียนแล้วสิ หยวนหรงหมายความว่าอย่างไร ปล่อยให้ข้ารออยู่ตรงนี้คนเดียวเหมือนคนโง่ แต่เขาไม่ได้ไปตามคนให้ข้าเลยอย่างนั้นหรือ”
“เป็นความต้องการของนายหญิงขอรับ” บ่าวรับใช้รีบเอ่ย
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เซี่ยผิงไหวก็ขี้ขลาดเป็นนกกระทาทันที
ทั้งๆ ที่เขาโกรธมากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ต้องอดกลั้นความโกรธเอาไว้ หดหู่ใจยิ่งนัก
คิดๆ ดูก็อีกแค่ชั่วยามเท่านั้น เขาจึงยอมทนรอ แต่ยิ่งนานก็ยิ่งรู้สึกโมโห
เขานึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เผยหว่านเย่ว์เคยพูดถึงหยกขาวมาก่อน นางบอกให้เขายกหยกขาวให้นาง ตอนนั้นเขาก็ได้เตือนเผยหว่านเย่ว์แล้วว่า หากเขาทำอย่างนั้นจริงๆ พี่ชายใหญ่คงจะตีเขาตาย
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาพูดจริงจังขนาดนั้นแล้ว เผยหว่านเย่ว์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าเห็นเขาเป็นน้องชายแท้ๆ เลย นี่หรือน้องชายแท้ๆ?
หากเขาอัดนางสักทีสองที และด่านางอีกหน่อย นั่นก็นับเป็นเรื่องชอบธรรมแล้ว
แต่นางแอบทำเรื่องเช่นนี้อย่างลับๆ…
เซี่ยผิงไหวโมโหจนปวดตับ
เขารอไปรอมา ในที่สุดก็รอจนเผยหว่านเย่ว์กลับมา เซี่ยผิงไหวพุ่งตัวออกไปทันที
เผยหว่านเย่ว์ยังไม่ทันได้กลับเข้าห้องก็ถูกเซี่ยผิงไหวหยุดเอาไว้ นางเห็นเซี่ยผิงไหวก้าวเข้ามาขวางหน้านางอย่างรวดเร็ว “เจ้าเอาหน้าจากไหนมาเอาของข้าไปให้คนอื่น?!”
เผยหว่านเย่ว์หน้าซีดในทันที
บังเอิญเซี่ยหนิวซานก็กลับมาพอดี
พอได้ยินเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่เขาไม่เข้าใจ เขารีบสั่งให้บ่าวรับใช้ถอยออกไปทันที
“ท่านพ่อ พี่สาวอย่างนี้ข้าไม่อยากได้! เป็นพี่สาวประสาอะไร ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้วว่าให้หยกนี้แก่นางไม่ได้ แต่นางกลับขโมยไปเอง บุกรุกเข้าไปในห้องข้าตอนกลางดึก นี่เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันหรือ” เซี่ยผิงไหวเอ่ยด้วยโทสะ
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกเวียนหัวตาลาย น้ำตาไหลลงมาในทันที “ท่านพ่อ…ข้าไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร…”
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้วพลางเซี่ยผิงไหว “อย่าเหลวไหล เจ้ามีหลักฐานหรือไม่”
“ทำไมจะไม่มีล่ะ วันนี้มีคนนำหยกไปกราบอาจารย์แล้ว ข้ากับพี่หญิงใหญ่เห็นหยกนั่นกับตาตัวเอง” เซี่ยผิงไหวม้วนแขนเสื้อ ยกขาเตรียมจะเตะคน
เขาเป็นคนไม่สนใจอะไรมาตลอด พอจะลงมือลงไม้ก็ไม่ได้สนใจความหนักเบาเหมาะสม
เซี่ยหนิวซานตอบสนองว่องไว ป้องกันไว้ได้ทันที “เด็กบ้านี้ เอาใหญ่แล้วนะ ใครสอนให้เจ้าตีผู้หญิงกัน”
ตอนที่ 162 ให้อภัยได้
เผยหว่านเย่ว์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หากนับตั้งแต่ที่นางเข้ามาอยู่บ้านตระกูลเซี่ยนี้ คนที่แสดงท่าทีใจดีกับนางมากที่สุด…
นอกจากลุงเซี่ยแล้วก็เป็นเซี่ยผิงไหวนี่ล่ะ
ตอนนี้เขาถึงกับจะทำร้ายนางเพราะเรื่องเช่นนี้
“คนอื่นนำหยกไปกราบอาจารย์ แล้วมันเป็นความผิดของข้าได้อย่างไร หรือว่าเจ้าไปฟังพี่หญิงใหญ่พูดอะไรมา ข้า แม้ว่าชาติกำเนิดของข้าจะไม่ได้สูงส่ง แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับตระกูลเผยข้าก็ได้เรียนรู้เรื่องคุณธรรมมานะ ตอนนี้เจ้าปรักปรำว่าข้าขโมยของไปได้อย่างไร บ้านอย่างนี้ ข้าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยทั้งน้ำตาทันที
เซี่ยหนิวซานกลัวผู้หญิงร้องไห้ที่สุด
เมื่อได้ยินเสียงร้องกระซิกๆ เช่นนี้ สมองเขาก็ระเบิดแล้ว
“เจ้าร้องไห้จะมีประโยชน์อะไร หากเขาทุบตีเจ้า เจ้าก็ตีกลับก็ได้แล้วนี่ เรื่องนี้เจ้าต้องเรียนรู้จากเฉียวเอ๋อร์ ตอนที่นางสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ นางไม่มีความเห็นใจใดๆ เลยนะ” เซี่ยหนิวซานเกาศีรษะ “อย่าร้องไห้เลย เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานไม่ใช่หรือ ข้าก็ยังไม่ได้บอกว่าเจ้าเป็นคนเอาไปนี่”
เซี่ยผิงไหวที่ถูกโยนห่างออกไปสามก้าว บัดนี้เขาลุกขึ้นมาได้แล้ว
เขารู้สึกหงุดหงิดจริงๆ เมื่อเห็นเผยหว่านเย่ว์ร้องไห้
พี่หญิงใหญ่ก็อ่อนแอเช่นกัน แต่นางก็ไม่เห็นจะชอบร้องไห้อย่างนี้ แม้ว่าพี่หญิงใหญ่จะทำหน้าราวกับจะร้องไห้ แต่นางก็ยังน่ามองกว่าเผยหว่านเย่ว์
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าพี่หญิงใหญ่จะน่ารำคาญในบางครั้ง แต่ถึงอย่างไรนางก็จริงใจไม่ได้เสแสร้ง
แต่เผยหว่านเย่ว์ล่ะ?!
เซี่ยเฉียวเจอกับพี่ชายใหญ่พอดีตอนที่นางกลับมาบ้าน
ทั้งสองคนเข้าประตูบ้านมาพร้อมกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เห็นฉากสถานการณ์อันตึงเครียดนั้นทันที
เซี่ยเฉียวรู้อยู่แล้ว นางจึงถอนหายใจ ส่วนเซี่ยผิงกั่งก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปดูเซี่ยผิงไหวกับเผยหว่านเย่ว์ เขาไม่ได้เอ่ยปากสั่งสอนใครในทันที แต่กลับยืนดูอยู่ข้างๆ
“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาพอดี ท่านบอกท่านพ่อของเราไปสิว่าวันนี้พวกเราไปเห็นหยกชิ้นนั้นของข้ามาแล้ว” เซี่ยผิงไหวร้อนใจอย่างยิ่ง และพูดจาได้ไม่ชัดเจนเพียงพอ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ใช่แล้ว ท่านพ่อ หยกที่รัชทายาทให้มานั้นแตกต่างจากหยกชิ้นอื่นเล็กน้อย มันเป็นชิ้นที่ข้าชนะได้มาจริงๆ”
เซี่ยหนิวซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนังหนูเผยนี่ล่ะ”
“พอคนที่นำหยกมากราบอาจารย์วันนี้รู้ว่าหยกของเขานั้นมีลักษณะพิเศษ เขาก็กลัวว่าคนอื่นคิดว่าเขาได้หยกมาอย่างไม่ถูกต้อง จึงได้พูดความจริงออกมาว่า เขาได้หยกนี้มาจากแม่นางเผยคนหนึ่งจากสำนักกู่หลัน เพื่อแลกกับการแนะนำให้นางเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก “ข้าไม่ได้เป็นคนถามเรื่องนี้เอง แต่เป็นท่านอาจารย์เซียวที่เกรงว่าองค์รัชทายาทจะไม่พอพระทัย เรื่องจึงได้แดงขึ้นมา”
“…” เซี่ยหนิวซานนึ่งงันไปแล้ว
เขาหันไปมองเผยหว่านเย่ว์ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พึงพอใจ
เซี่ยผิงไหวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้นางเคยขอข้ามาแล้ว แต่ข้าไม่ให้ ข้าจะไปคิดว่านางจะขโมยมันได้อย่างไร”
“พี่ชายใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าจะเก็บของสำคัญไว้กับตัว ดูแลรักษาให้ดีๆ จะไม่ทำอะไรหายอีกแล้ว…” น้ำเสียงเซี่ยผิงไหวเปลี่ยนไปทันที จู่ๆ เขาก็โพล่งประโยคนี้ออกมาด้วยความระมัดระวังและอ่อนน้อมอย่างยิ่ง
“…” จู่ๆ เซี่ยผิงกั่งก็ขนลุกขึ้นมาทันที
นี่ไม่ใช่น้องชายของเขา
เป็นไปได้อย่างไรจู่ๆ มันจะยอมรับผิดขึ้นมาเอง มีอะไรบางอย่างผิดปกติ…
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองเซี่ยเฉียวก็เห็นสีหน้านางตึงเครียดเกินไป และรู้สึกว่านางต้องสอนมันมาแน่ๆ แต่เจ้าเด็กโง่คนนี้ยอมรับผิดได้ไม่จริงใจพอ แค่ประโยคเดียวนี้หรือ
เวลานี้เผยหว่านเย่ว์สีหน้าขาวซีด
หลูซื่อตามเสียงออกมา เผยหว่านเย่ว์จึงพุ่งเข้าไปหานางทันที “ท่านแม่”
หัวใจของหลูซื่อเต้นรัว “นี่มันอะไรกัน…”
“นังหนูเผยขโมยหยกไป” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
หลูซื่อเซไปเล็กน้อย นางไม่คิดว่าเรื่องนี้จะแดงขึ้นมาเร็วขนาดนี้ นางรีบเอ่ยขึ้นด้วยความว้าวุ่นใจ “เย่ว์เอ๋อร์ไม่รู้ความ นาง นางแค่อิจฉาเซี่ยเฉียว ทั้งคู่ก็เป็นลูกสาวบ้านนี้เหมือนกัน อายุก็ไล่เลี่ยกันอีก คนหนึ่งได้ไปสำนักศึกษาหลวง อีกคนกลับได้เรียนที่สำนักศึกษากู่หลัน นางเสียใจก็พอให้อภัยได้อยู่…”