ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 163 หัวขโมยสมควรตาย / ตอนที่ 164 เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ตอนที่ 163 หัวขโมยสมควรตาย / ตอนที่ 164 เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ตอนที่ 163 หัวขโมยสมควรตาย
หลูซื่อหวาดวิตก นางให้เผยหว่านเย่ว์คุกเข่าลงทันที
“ท่านพี่ ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น เย่ว์เอ๋อร์ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าสำนักศึกษาหลวงเป็นอย่างไร นางอยากไปจริงๆ วิธีนี้ไม่ถูกต้อง หากท่านเห็นว่าควรลงโทษก็ลงโทษทางเถอะ แต่ลงโทษแล้วก็ให้แล้วกันไปนะเจ้าคะ…” หลูซื่อรีบเอ่ยอ้อนวอน
เซี่ยหนิวซานคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
ก็แค่หยกชิ้นหนึ่งเท่านั้น ใครจะใช้ก็เหมือนกัน แม้วิธีการของเผยหว่านเย่ว์จะไม่ถูกต้อง แต่นางก็เป็นคุณหนูของบ้าน และไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา คงไม่ดีถ้าเขาจะดุด่าทุบตีนาง
“ท่านแม่ไม่พอใจข้าหรือ ท่านคิดว่าข้าไม่ควรไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวงใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากทันใด
หลูซื่อตกใจทันที “นังหนู ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่เป็นเพราะว่าตอนนี้ใครๆ ก็โทษเย่ว์เอ๋อร์ ข้าเป็นแม่ก็รู้สึกอึดอัดใจ…”
“ทำผิดก็ต้องยอมรับ อึดอัดใจก็เป็นเรื่องของท่านเอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบๆ ไม่แสดงอารมณ์อื่นใด “หยกของข้าก็ไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้า แต่ข้าพยายามให้ได้มันมา เพื่อหยกนี้แล้วข้าถึงกับต้องเป็นลม ตอนนี้คนในสำนักศึกษายังคงเรียกข้าว่าพวกอายุสั้นอยู่เลย ข้าใช้ของของตัวข้าเองเพื่อดูแลน้องชายของข้าเอง นางคิดจะขโมยก็เอาไปทันที นางได้ผลประโยชน์ง่ายไปหน่อยหรือไม่”
“เฉียวเอ๋อร์ เย่ว์เอ๋อร์ก็เป็นน้องสาวของเจ้านะ เจ้าไม่เห็นว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันหรือ” หลูซื่อรีบเอ่ย
“ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน หากอย่างนั้นขอให้ท่านแม่คืนของที่ท่านพ่อให้ข้าก่อนหน้านี้แก่ข้าด้วย” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นมา
หลูซื่อชะงักไปทันที
นางคิดว่ามันคืออะไรโดยสัญชาตญาณ…
พอคิดออกแล้วสีหน้านางก็เปลี่ยนไปไม่น่ามองขึ้นมาทันที
นางลืมไปแล้วว่าทำจี้หยกของเซี่ยเฉียวหายที่เมืองสือฝั่ง
เซี่ยหนิวซานกำชับอย่างหนักแน่นว่าให้นางส่งมอบหยกชิ้นนั้นให้ถึงมือเซี่ยเฉียว…
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว “ของอะไรหรือ จี้ปี่เซียะ?”
“ใช่ ท่านพ่อยังพูดถึงเรื่องนี้ในจดหมายที่ส่งให้ข้าด้วย แต่ตอนที่เข้าพบท่านแม่ก็ไม่เห็นมีจี้ หลังจากนั้นของของท่านแม่ก็มาหายไป” เซี่ยเฉียวเอ่ย “ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน เหตุใดของที่ท่านพ่อมอบให้ข้าถึงได้ไปแขวนอยู่ที่คอของเผยหว่านเย่ว์ล่ะ ส่วนคอของข้ากลับว่างเปล่า”
“เจ้าจงใจเก็บของไว้ไม่ให้นังหนูใช่หรือไม่ ข้าพูดกับเจ้าว่าอย่างไร!” เซี่ยหนิวซานก็ไม่พอใจแล้ว
หากของชิ้นนั้นเป็นของธรรมดาทั่วไป แม้จะหายไปก็ไม่เป็นไร
ก็แค่ซื้อมาใหม่
แต่จี้หยกนั้นไม่เหมือนกัน มันเป็นหยกเนื้อดีมีพลังที่เขากับเซี่ยผิงกั่งควักเงินซื้อมาโดยเฉพาะ แกะสลักเป็นรูปปี่เซียะ และให้ปรมาจารย์ปลุกเสก แล้วค่อยส่งไป!
พูดตรงๆ ก็คือมันสามารถคุ้มครองปกป้องลูกสาวของเขาได้
เขารู้ว่าลูกสาวของเขาร่างกายไม่ดี พลังหยินแข็งแกร่ง จึงถูกภูตผีวิญญาณก่อกวนได้ง่าย พวกเขาต้องพยายามอย่างมาก ต้องใช้เส้นสายที่มีกับราชครูจึงสามารถเชิญปรมาจารย์มาปลุกเสกให้ได้!
หายไปแล้ว?!
เซี่ยหนิวซานสีหน้าทะมึนแล้ว
“ในเมืองนั้นมีขโมย ของถูกหัวขโมยสมควรตายนั่นลักเอาไป ข้าไม่ได้จงใจทำหายนะ เฉียวเอ๋อร์ เจ้าพูดอย่างนี้ทำให้ข้าเสียใจนะ” หลูซื่อรีบเอ่ย
เซี่ยเฉียวมองนางด้วยสายตาสงบนิ่ง “คนที่ขโมยกระเป๋าเงินของท่านไปเป็นหัวขโมยสมควรตายคนนั้น แต่คนที่ขโมยของจากห้องนอนของน้องชายข้าไปกลับให้อภัยได้?”
“…” หลูซื่อตกตะลึงไปแล้ว
เด็กคนนี้…จิตใจของเด็กคนนี้ลึกล้ำนัก นางอ้อมค้อม…
“ท่านพ่อ นี่คือภรรยาของท่าน ส่วนนั่นก็เท่ากับเป็นลูกของท่าน ท่านจะจัดการอย่างไร ข้าไม่อาจออกความเห็นได้ ทว่าจะนำหยกของข้าไปเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงไม่ได้ หากท่านยอมให้นางใช้มันเข้าไป…”
เซี่ยเฉียวยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “เข้าสำนักศึกษาหลวงอะไรกัน นิสัยอย่างนี้ หากให้เข้าสำนักศึกษาหลวงก็ยิ่งทำให้ครอบครัวของเราขายหน้ายิ่งขึ้นไปอีก หากนางยังกล้าที่จะไปก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว ไสหัวไปให้ไกลๆ เลย ในเมื่อเป็นลูกสาวตระกูลเผย ก็ให้ตระกูลเผยดูแลสิ”
ตอนที่ 164 เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ทันทีที่คำพูดของเซี่ยผิงกั่งหลุดออกมา หลูซื่อก็อ่อนแรงไปหมดทั้งร่าง
เซี่ยเฉียวเหลือบมองพี่ชายใหญ่ของนาง ก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรอีก
ความตั้งใจเดิมของนางก็คือไม่ยอมให้เผยหว่านเย่ว์เข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวง ส่วนเรื่องจะลงโทษอย่างไร นางจะไม่แทรกแซง ปล่อยให้ท่านพ่อของนางจัดการเอง แต่พี่ชายใหญ่กลับให้ทางเลือกเผยหว่านเย่ว์แค่ทางเดียว
หากนางเลือกสำนักศึกษาหลวงก็ต้องไปจากตระกูลเซี่ย
บิดาผู้ให้กำเนิดเผยหว่านเย่ว์จากโลกนี้ไปแล้ว นางอยู่ที่ตระกูลเผยไม่ได้สะดวกสบายสมใจปรารถนานัก จึงได้จากมาอยู่กับตระกูลเซี่ย หากนางต้องออกจากตระกูลเซี่ยไป ไม่กลับไปที่เหลียวโจว ก็ต้องไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกด้วยตัวเอง
แต่เป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวจะใช้ชีวิตอย่างไร
อีกอย่างสำนักศึกษาหลวงก็ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ดีขนาดนั้น
โรงฆ่าสัตว์สำหรับคนจน สนามเด็กเล่นสำหรับคนรวย ภายนอกเหมือนไม่ได้ใส่ใจสถานะ ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม แต่การใช้ชีวิตสำหรับคุณหนูคุณชายที่มีสถานะก็จะง่ายหน่อย หากเผยหว่านเย่ว์ไม่มีตระกูลเซี่ยเป็นที่พึ่งพิงแล้ว ต่อให้เข้าสำนักศึกษาหลวงแล้วก็ใช่ว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างง่ายดาย
นางอยากเข้าสำนักศึกษาหลวงขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะคิดที่จะหาผู้ชายที่พึงพอใจสักคน
ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก
หากนางไม่มีภูมิหลังครอบครัวที่ดี แม้จะพบชายที่พึงใจ นางก็คงเป็นได้แค่อนุภรรยาเท่านั้น
“ไม่ ไม่ไปสำนักศึกษา!” หลูซื่อรีบเอ่ย “เยว่เอ๋อร์อยู่ที่สำนักศึกษากู่หลันก็ดีอยู่แล้ว เรื่องคราวนี้นางผิดไปแล้ว ลงโทษให้นางคุกเข่าสักคืนหนึ่ง นางสำนึกผิดแล้ว ครั้งหน้าจะไม่ทำผิดอีกแน่ ผิงกั่ง เห็นแก่หน้าข้าสักครั้ง ปล่อยนางไปเถอะนะ”
เมื่อเผยหว่านเย่ว์ได้ยินคำพูดของหลูซื่อ สีหน้าท่าทางดื้อรั้นของนางก็เปลี่ยนไป
“ท่านแม่ ข้าอยากจะไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวงแล้วมันผิดตรงไหนหรือ…” น้ำเสียงเผยหว่านเย่ว์เบา แต่หนักแน่นอย่างยิ่ง
หลูซื่อรู้สึกอัดอั้นในใจอย่างยิ่ง นางโกรธมาก “เมื่อก่อนตอนที่เจ้าไปสำนักศึกษาในเหลียวโจวก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าเลอะเลือนสิ”
“ไม่ ข้าจะไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวง พวกเขาบอกแล้วนี่ว่าจะแนะนำให้ข้าเข้าไปได้ ทั้งๆ ที่มีโอกาสแล้วอย่างนี้ ทำไมท่านถึงไม่ให้ข้าไป” เผยหว่านเย่ว์ดื้อดึง
ตระกูลเซี่ย นางอยู่ที่ตระกูลเซี่ยก็ไม่มีอะไรดี
ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยไม่ดี ตอนนางอยู่ที่สำนักศึกษากู่หลัน นางยังไม่กล้าบอกใครเลยว่านางเป็นคนของตระกูลเซี่ย
กระทั่งว่าตอนที่นางเอ่ยปากบอกคนอื่นว่ามารดาของตนเองเป็นนายหญิงของตระกูลเซี่ย สายตาของคนอื่นๆ ที่มองนางก็เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
ทั้งๆ ที่นางไม่ได้เป็นลูกสาวของตระกูลเซี่ย แต่คนอื่นๆ ก็ยังคิดว่านางหยาบกระด้าง ไม่มีมารยาทเหมือนกับเซี่ยผิงกั่งและเซี่ยผิงไหว
หลูซื่อมึนงงไปหมดแล้ว
ต่อให้ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยจะแย่แค่ไหน แต่ก็เป็นครอบครัวขุนนางนะ
“เย่ว์เอ๋อร์ เจ้าเชื่อฟังแม่!” หลูซื่อร้อนใจแล้ว นางตบลงไปบนแผ่นหลังของเผยหว่านเย่ว์
เผยหว่านเย่ว์ลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความเจ็บปวดที่โดนทุบตี “ข้าบอกว่าข้าจะไปสำนักศึกษา! ท่านแม่ ตอนที่ท่านพาข้ามาเมืองหลวง ท่านบอกข้าแล้วนี่ว่าข้าก็เป็นลูกสาวของตระกูลเซี่ยคนหนึ่ง ทำไมตอนที่จะไปสำนักศึกษาถึงไม่เหมือนกันล่ะ พี่หญิงใหญ่ก็เหมือนกัน น้องเล็กก็บอกว่าแล้วว่าเขาไม่ต้องการใช้หยกชิ้นนั้น พอข้าขอก็ไม่ยอมยกให้ข้า พวกท่านพุ่งเป้ามาที่ข้า ดูถูกข้ากันทั้งนั้น ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะออกไปอยู่ข้างนอก และข้ารู้ว่า หากมันแย่นักข้าอยู่ในสำนักศึกษาหลวงก็ได้”
สำนักศึกษาหลวงมีที่พักให้นี่
ถึงอย่างไรที่สำนักศึกษาก็มีคนจากที่ต่างๆ มาขอเรียนหนังสือที่นี่ เพียงแต่ที่พักสำหรับผู้หญิงมีไม่มากนัก
แม้ว่าจะมี แต่ส่วนมากก็จะเป็นพวกตระกูลคนมีฐานะที่ส่งลูกสาวมาหาประสบการณ์ชีวิต
คำพูดเช่นนี้ของเผยหว่านเย่ว์ทำให้เซี่ยหนิวซานตกตะลึงไปแล้ว
“ในหัวสมองเจ้าคิดแต่เรื่องอะไรไร้สาระนี่” เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว
นังหนูนี่อายุยังไม่ถึงสิบหกเลย วันๆ เอาแต่คิดเรื่องอะไรอยู่
นางคิดว่าตระกูลเซี่ยข่มเหงนางอย่างไม่ต้องสงสัย
“ในเมื่อแม่นางเผยคิดว่าตระกูลเซี่ยไม่ดี เช่นนั้นแล้วพรุ่งนี้เช้าเจ้าก็ไปเสียเถิด จะได้ไม่ต้องลำบากใจกันทั้งสองฝ่าย เจ้าใช้ประโยชน์จากหยกนี้แล้ว ข้าก็ไม่คิดจะขอคืน หวังว่าแม่นางเผยจะมีชื่อเสียงขจรไกลเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป ต่อไปขอแค่อย่าได้แอบอ้างเป็นลูกสาวของตระกูลเซี่ยอีกก็พอ” จู่ๆ เซี่ยผิงกั่งก็พูดจามีเหตุผลอย่างคนมีการศึกษาขึ้นมา