ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 191 ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้ / ตอนที่ 192 ลูกนอกสมรส
ตอนที่ 191 ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้ / ตอนที่ 192 ลูกนอกสมรส
ตอนที่ 191 ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้
เขาคิดว่าตอนนี้คนที่จะสามารถใช้คำว่าเข้าถึงทางเต๋า มีลักษณะของเซียน ลึกลับคาดไม่ได้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซี่ยเฉียว
นอกจากนี้ เดิมทีนักพรตหญิงก็นับว่ามีไม่มากอยู่แล้ว
“โจวเว่ยจง” จ้าวเสวียนจิ่งหันไปตะโกนเรียก
องครักษ์โจวตอบรับทันที ก่อนจะได้ยินจ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นอีกว่า “นำคนไปล้อมไว้ แล้วทุบกำแพงนี่ซะ”
ควันดำพวกนี้ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด กำแพงนี้ก็ไม่ได้สูงมาก จะหนีออกมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่กลับเห็นขอบเขตอย่างชัดเจน ควันก็ไม่ได้ลอยออกมาข้างนอก แปลกประหลาดมาก
หลังจากรื้อกำแพงแล้ว ควันนี้ก็ควรจะสลายไปใช่หรือไม่
องครักษ์โจวรีบตะโกนเรียกคนมาทำงานทันที
ใต้เท้าหลิวอึ้งไปอยู่พักหนึ่ง เขาก็ยังไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นใครกันแน่ คิดไปคิดมาก็เดาว่าอาจจะเป็นคุณชายของบ้านเศรษฐีที่ไหนสักบ้าน
คนของรัชทายาทเคลื่อนไหวเร็วมาก เพียงเวลาไม่นานกำแพงด้านหนึ่งก็ทลายไปแล้ว
แต่ที่น่าแปลกก็คือ ควันดำยังคงลอยอยู่ตรงนั้น ไม่กระจายออกไป ราวกับว่ามันถูกคลุมด้วยตาข่ายที่มองไม่เห็น
จ้าวเสวียนจิ่งเดินไปข้างหน้า เขาลองก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
เขาเข้าไปได้แล้ว
“…” เซี่ยผิงกั่งตกใจทันที
“…” พวกโจวเว่ยจงหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากออก
พวกเข้าต้องการจะก้าวเข้าไปเช่นกัน แต่ทันทีที่ทุกคนก้าวเข้าไปในควันดำนั้นแล้ว พอก้าวถัดมาพวกเขาก็กลับออกมาอยู่ข้างนอกอีก!
“เหตุใดพวกเจ้าถึงได้กระวนกระวายกันขนาดนี้ หมอนั่นเป็นคุณชายบ้านไหนหรือ” ใต้เท้าหลิวก็เคร่งเครียด แต่คนที่ถูกขังอยู่ข้างในก็มีอยู่ตั้งเยอะขนาดนี้แล้ว เพิ่มขึ้นมาอีกคนเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าต่างกันเท่าไรนัก
“…” เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองใต้เท้าหลิวอย่างเห็นอกเห็นใจ “นั่นคือ…รัชทายาท”
“อ่า…” ใต้เท้าหลิวพยักหน้า ก่อนจะตกตะลึงและเอ่ยด้วยเสียงสูง “ใครนะ!”
“องค์ชายรัชทายาท” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเสียงเบา
ตึง เสียงหนึ่งดังขึ้น ใต้เท้าหลิวเป็นลมไปแล้ว
คนอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่รัชทายาท…
รัชทายาทเข้าไปแล้ว!
จบแล้ว เขารับราชการต่อไปไม่ได้แล้ว ชีวิตของทุกคนในครอบครัวก็จะรักษาไว้ไม่ได้ด้วย!
เซี่ยผิงกั่งก็กังวลเช่นกัน แต่เขาก็รู้ว่าความวิตกกังวลนั้นไร้ประโยชน์ ตอนนี้สถานที่นี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ความหวังว่าจะดับไฟคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงสั่งทหารให้ไปตามพระภิกษุมาด้วยจำนวนหนึ่ง
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งก้าวเข้าไปในควันคำนี้แล้ว เขาก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
อึดใจต่อมา เขาก็เห็นนักพรตคนหนึ่งกำลังยืนพึมพำอะไรบางอย่างกับกลุ่มควันสีดำแดงอยู่ตรงนั้น
สีหน้าของนักพรตคนนั้นใช่ว่าจะดีเท่าไรนัก
แต่ไม่ใช่เซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวรู้ได้ในทันทีว่ามีคนเข้ามาข้างในนี้อีกคนหนึ่งแล้ว
โดยเฉพาะพลังหยินแปลกประหลาดสายนั้นที่ทำให้นางไม่สนใจไม่ได้ เมื่อนางหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นจ้าวเสวียนจิ่ง จึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ
ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้!
วันนี้นางออกมาข้างนอกโดยไม่ได้นำเพื่อนผู้แข็งแกร่งมาด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถรับมือกับวิญญาณแค้นนี้ได้โดยง่าย ที่นางวุ่นวายกับมันมาตั้งนานจนถึงตอนนี้ พลังของวิญญาณแค้นแค่สลายไปนิดเดียวเท่านั้น แต่นางก็ยังไม่สามารถจัดการมันได้
นางทำได้เพียงใช้ยันต์คาถารับมือต่อไป แต่พลังของนางมีจำกัด หากปล่อยเนิ่นนานไปเกรงว่านางจะทนไม่ไหวแล้ว
ส่วนจ้าวเสวียนจิ่งไม่สำคัญอะไรหรอก ที่สำคัญก็คือรอบกายเขามีแต่วิญญาณเต็มไปหมด!
เนื่องจากวิญญาณมีพลังที่เข้ากันได้ เขาจึงสามารถเข้ามาในนี้ได้ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นวิญญาณเหมือนกัน แต่พวกมันก็ไม่เหมือนกับวิญญาณแค้นนี้ ซึ่งนางสามารถใช้มันได้!
เซี่ยเฉียวสะบัดยันต์ออกไป
“วิญญาณทั้งหลาย ดีร้ายทั้งมวล อสูรใหญ่ยักษ์ หมื่นวิญญาณรวมตัว ฟังคำสั่งของข้า! ไป!”
ทันทีที่นางออกคำสั่ง วิญญาณที่มาใหม่ก็พุ่งเข้าหาวิญญาณแค้นตนนั้นทันที
เมื่อมีเซี่ยเฉียวสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ดวงตาของวิญญาณพวกนั้นก็ราวกับแสงอสุนีบาต กรงเล็บก็ราวกับตะขอทองคำ เข้าต่อสู้โรมรันกับวิญญาณแค้นทันที
“ฮือ…”
น้ำเสียงของวิญญาณแค้นฟังดูโศกเศร้าขึ้นมาก
จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเสียงแว่วๆ มันฟังดูเหมือนกับเสียงลม แต่ก็เหมือนเสียงสะอื้นไห้อยู่บ้าง
แปลกประหลาดเล็กน้อย
เขายังไม่ทันได้คิดอะไรให้มากมายไปกว่านี้ก็เห็นว่าควันสีดำโดยรอบแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักพรตคนนั้นพึมพำ “เทพทรงธรรมสถิตย์ วิญญาณร้ายสลายไป เก็บ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของนาง พวยน้ำกลางอากาศก็หายวับไปทันที
หมอกควันสีดำก็หายไปเช่นกัน มีเพียงแต่เพลิงในบ้านเท่านั้นที่ยังคงเผาไหม้อยู่ แต่เปลวเพลิงก็ไม่ได้ร้อนแรงใหญ่โตเท่าก่อนหน้านี้แล้ว
จู่ๆ ภายในเรือนดูเหมือนจะว่างเปล่าขึ้นมากระนั้น มีเพียงผู้คนที่นอนอยู่บนพื้น แม้ว่าแต่ละคนจะอยู่ในความงุนงง แต่พวกเขาก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง พวกเขายังมีชีวิตอยู่
ตอนที่ 192 ลูกนอกสมรส
เซี่ยเฉียวนั่งลงบนพื้น นางเหนื่อยจนไม่อยากจะขยับตัวแล้ว ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อจะเช็ดเหงื่อ…
พอนางแตะได้เล็กน้อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองปลอมแปลงใบหน้าอยู่ จึงได้แต่ต้องกัดฟันอดทนต่อไป
วันนี้นางจะเป็นลมไม่ได้
ก่อนหน้านี้นางเคยเป็นลมหมดสติไปต่อหน้ารัชทายาทสองครั้งแล้ว เขาจะต้องจำได้ว่าเป็นนางแน่นอน หากวันนี้นางเป็นลมไปอีก
เซี่ยเฉียวแอบหยิกตัวเองสองสามครั้ง จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าสองที
ไม่ได้ อากาศไม่พอ
หลังจากที่ควันดำสลายไป คนข้างนอกก็รีบเข้ามาข้างใน พวกโจวเว่ยจงเข้ามาล้อมรอบกายจ้าวเสวียนจิ่งทันทีราวกับกลัวว่าขนสักเส้นของเขาจะหลุดหายไปกระนั้น
สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งจับจ้องอยู่ที่เซี่ยเฉียวพลางขมวดคิ้ว
“ฝ่าบาทไม่เป็นอะไรใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ ควันนี่ชั่วร้ายมากจริงๆ พริบตาเดียวก็หายไปเสียแล้ว…” โจวเว่ยจงรีบเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งส่ายศีรษะ “ข้า…ข้าไม่เป็นอะไร”
ยิ่งกว่าไม่เป็นอะไรอีก
เขาเพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน ควันดำก็หายไปแล้ว อีกอย่างเขาก็พยายามกลั้นหายใจอยู่ตลอด ไม่ได้สูดหายใจเอาควันดำเหล่านั้นเข้าไปเลย
“ฝ่าบาท มีศพอยู่ที่นี่ด้วยศพหนึ่ง” หลังจากที่เซี่ยผิงกั่งเข้ามา เขาก็ตรวจสอบว่าพี่น้องของเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และสั่งให้คนอื่นไปดับไฟในห้อง จากนั้นเขาก็จ้องไปที่หุ่นเทียนที่หยุดเคลื่อนไหวแล้ว
เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอยู่ที่นั่น
นางหลับตาพักผ่อน
เหนื่อยมาก นางเหนื่อยมากเลย!
สีหน้าเซี่ยเฉียวดูทุกข์ทรมาน ส่วนสามีภรรยาตระกูลเว่ยก็ยืนอยู่ข้างๆ นางอย่างระมัดระวังราวกับคอยปกป้องนาง
เจิ้งหลู่เซิงลืมตาขึ้นด้วยความงุนงงในขณะนี้ เขาเพียงพบว่าตนเองหายใจลำบาก แต่เมื่อเขาเห็นศพของหุ่นเทียน เขาก็ไม่อาจเป็นลมได้เลย
เมื่อเซี่ยผิงกั่งเห็นสีหน้าเช่นนั้นของเจิ้งหลู่เซิง เขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นอกจากนั้นเขาก็สอบถามแล้วด้วยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นของตระกูลเจิ้ง ตอนนี้มาพบศพอยู่ในเทียนในบ้านของเขาเช่นนี้แล้ว เขาย่อมเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด
“นี่ นี่มันต้าชิวนี่ ก่อนหน้านี้เขาหายตัวไป หาอย่างไรก็ไม่พบ…” คนงานที่ฟื้นขึ้นมาเอ่ยขึ้นด้วยอาการสั่นเทา
ไม่คิดเลยว่าจะมาซ่อนอยู่ในเทียนนี่!
“ต้าชิว? เล่ามาให้ละเอียด!” ร่างสูงของเซี่ยผิงกั่งมองลงมาด้วยท่าทางดุดันจนทำให้คนงานผู้นั้นสะดุ้งตกใจ
เขารีบเอ่ยเล่าทุกอย่างทันที “ต้าชิวทำงานด้วยกันกับพวกเรา เขาเป็นคนคล่องแคล่วมาก นายท่านเจ้าของก็ชอบเขามากเป็นพิเศษ และยังบอกว่าจะเพิ่มค่าแรงให้กับเขาด้วย แต่จู่ๆ วันหนึ่งเขาก็หายตัวไป ภรรยาของเขามาตามหาก็หาไม่เจอ นายน้อย นายน้อยบอกว่าเคยเห็นต้าชิวอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง พวกเราเลยคิดว่าเขาหนีไปกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว…”
ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาเสียดสีต้าชิวอยู่เลย
บอกว่าภรรยาดีๆ ของเขาก็มีแต่ไม่ต้องการ กลับไปชอบพอกับคนนอกที่ไม่ขาวสะอาดเสียอย่างนั้น
สีหน้าของเจิ้งหลู่เซิงตึงเครียดขึ้นมาทันที
เซี่ยผิงกั่งเดินเข้าไปหาเขา ก่อนจะนั่งยองๆ แล้วดึงเสื้อผ้าของเขาขึ้น “เจ้าหนู เจ้าทำใช่หรือไม่ พูดความจริงออกมา แล้วเจ้าจะทุกข์น้อยลงด้วย มิฉะนั้นพอถึงศาลตัดสินคดีของพวกเราแล้ว บิดาจะลอกผิวหนังของเจ้าออกไปอีกชั้น”
คำพูดของเซี่ยผิงกั่งดูจริงไปหมด
น่ากลัวเหลือเกิน
เจิ้งหลู่เซิงตัวสั่นเทา “เขา เขาตกลงไปเอง…”
“เฮอะ บิดาไม่เชื่อ หากเจ้ายังไม่พูดความจริงอีก ข้าจะถอนฟันของเจ้าออกมาก่อน” เซี่ยผิงกั่งพูดพลางยกไม้ยกมือ
จ้าวเสวียนจิ่งดูอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไร กระทั่งชื่นชมวิธีการของเขา
คนคนนี้เหมาะที่จะเป็นเจ้าพนักงานลงทัณฑ์
รังสีของเซี่ยผิงกั่งน่ากลัวจริงๆ เจิ้งหลู่เซิงปัสสาวะไหลตรงนั้น เขาเอ่ยขึ้นด้วยตัวที่สั่นเทา “เขาเป็นลูกนอกสมรสของพ่อข้า…”
เขายังไม่ทันพูดจบ นายท่านเจิ้งก็รีบวิ่งเข้ามา
เมื่อเขาได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า “เหลวไหล ไร้สาระ ข้ามีเขาเป็นลูกชายแค่คนเดียว ลูกนอกสมรสจะมาจากไหน!”
เจิ้งหลู่เซิงหันกลับมา “ข้าได้ยินพวกท่านพูดกันในวันนั้น ท่านบอกเขาว่า เขามีนิสัยเหมือนท่าน เหมือนมากกว่าข้าอีก! ท่านยังบอกด้วยว่าให้เขาทำงานดีๆ ต่อไปจะให้เขาเป็นคนดูแลกิจการ…”