ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 215 ไม่น่ารักเลย / ตอนที่ 216 เรื่องที่ไม่รู้ยังมีอีกมาก
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 215 ไม่น่ารักเลย / ตอนที่ 216 เรื่องที่ไม่รู้ยังมีอีกมาก
ตอนที่ 215 ไม่น่ารักเลย / ตอนที่ 216 เรื่องที่ไม่รู้ยังมีอีกมาก
ตอนที่ 215 ไม่น่ารักเลย
คำพูดของเซี่ยผิงกั่งด่าว่าจนทำให้หลูซื่อไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ และตอนนี้นางก็อยากจะร้องไห้จริงๆ แล้ว
ปกติแล้วลูกเลี้ยงคนนี้ไม่ค่อยพูดตรงไปตรงมากับนางเช่นนี้
ตอนนี้ ตอนนี้เขาทำให้นางอับอายขายหน้าเหลือเกิน!
เซี่ยเฉียวเหลือบมองหลูซื่อโดยไม่แสดงอารมณ์ใด
“ซีเอ๋อร์ ไป ข้าจะพาเจ้าไปเลือกเครื่องประดับ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
ทันทีที่เขาพูดออกมาเช่นนี้คนที่อยู่รอบข้างก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
แน่นอนว่าสะใภ้จย่าและสะใภ้ซินย่อมไม่พอใจ แต่พวกนางไม่กล้าที่จะหยุดเขา อย่าว่าแต่พวกนางเลย แม้แต่เซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานก็ยังกลัวเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา
“เจ้า เจ้าคิดจะบุกเข้าห้องพวกนางหรือ!” นายหญิงผู้ชราเอ่ยด้วยอารมณ์
“ข้าจ่ายเงินซื้อบ้านหลังนี้มา ทำไมจะไปไม่ได้” เซี่ยผิงกั่งหน้าตาภาคภูมิใจ
ชายหญิงไม่เหมือนกัน? เมื่ออาชญกรทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม เมื่อมาถึงมือเขาแล้ว หากต้องเฆี่ยนตีก็ต้องทำ ไหนเลยจะต้องมานั่งแยกแยะว่าใครเป็นใคร?
นายหญิงผู้ชราทรุดตัวลองด้วยความโกรธ นางกุมศีรษะร่างกายโงนเงนพลางเอ่ยกับเซี่ยหนิวซาน “เจ้า เจ้าจะทำให้ข้าโกรธจนตายใช่หรือไม่ นานๆ จะมาสักทียังมาทะเลาะกันเรื่องเสื้อผ้าเครื่องประดับจนถึงขั้นนี้?! ข้า ข้า…”
พูดแล้วก็แทบหายใจไม่ออก
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว และเกิดความลังเลเล็กน้อย
สุขภาพร่างกายของมารดาเขาก็ยังต้องดูแลอยู่
“แค่เสื้อผ้าและเครื่องประดับเล็กน้อยเท่านี้ เหตุใดท่านย่าต้องโกรธขนาดนี้ด้วย เงินที่ท่านพ่อเคยให้เมื่อก่อนซื้อเครื่องเงินทองหยกต่างๆ ได้ตั้งเท่าไร ตอนนี้แต่จะให้ซีเอ๋อร์ไปเอาของที่ควรเป็นของนาง ทำไมท่านต้องโมโหขนาดนี้ด้วย หรือท่านย่าคิดว่าเซี่ยชุนกับเซี่ยจูจะขาดทุนไม่ได้ แต่ซีเอ๋อร์กลับถูกเอาเปรียบได้ หากเช่นนั้นแล้ว…ในสายตาของท่านพวกเราพี่น้องมีค่าไม่ถึงหนึ่งอีแปะเช่นนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าชัดไม่รีบร้อน
เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกจากปากนางกลับไม่ได้รู้สึกก้าวร้าวบีบคั้น
เซี่ยหนิวซานได้ยินคำพูดของลูกสาวก็ครุ่นคิด เขารู้สึกว่าคำพูดของนางนั้นถูกต้องกว่า
“นังหนูสองคนนี้ไปแย่งของของซีเอ๋อร์มาก่อน ให้นางแย่งกลับมาบ้าง จะเป็นไรไป” เซี่ยหนิวซานเอ่ยสบายๆ
เขาไม่อาจให้ลูกสาวของเขาถูกเอาเปรียบได้แน่นอน
นอกจากนี้ของทุกอย่างในบ้านนี้เขาก็เป็นคนให้ ซีเอ๋อร์แย่งคืนมาบ้างเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์เท่านั้น ท่านแม่ก็ไม่ได้ขาดทุน จะโกรธอะไรนักหนา
หญิงชรารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
เซี่ยผิงกั่งเรียกบ่าวรับใช้มานำทางให้เขา
เซี่ยซียังคงมึนงงเล็กน้อย แต่นางก็รู้จักที่จะเดินตามเซี่ยผิงกั่งไป และจำสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูดได้ว่าต้องเลือกสิ่งที่นางชอบ
เรื่องที่เซี่ยซี่ถูกแย่งของไปล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้
เมื่อเด็กๆ มีปัญหากันก็เป็นพวกแม่ๆ ที่เจรจากัน หลูซื่อมักจะให้เซี่ยซียอมอยู่เสมอ พอหลายครั้งเข้านางจึงทำได้เพียงแต่คอยหลบคอยซ่อนเท่านั้น
นางไม่ชอบพูดหรือส่งเสียงดัง ยิ่งไม่รู้ถึงประโยชน์ของการฟ้อง
เซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งก็ไม่ค่อยมีความละเอียดลออในเรื่องนี้ กระทั่งเลี้ยงเด็กสองคนนี้แบบปล่อยๆ ก็เลยไม่เคยได้ถามอะไรมาก
ตอนนี้เมื่อเซี่ยเฉียวมาด้วย แต่นางหายใจไม่ออกครั้งหนึ่งก็ทำให้เซี่ยหนิวซานตกใจแทบแย่แล้ว
เด็กที่ร้องไห้เป็นจะมีขนมกิน
เซี่ยผิงกั่งนำเซี่ยซีไปด้วยตัวเอง ทุกที่ที่เขาผ่านไปย่อมยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบราวกับโจรขึ้นบ้าน
เซี่ยซีมองของที่อยู่ในกล่องเครื่องประทินผิว นางก็เห็นว่าสวยดีจึงนำมาทั้งหมด เซี่ยผิงกั่งเห็นว่านางเก็บไว้ในอกเสื้อไม่หมด จึงนำมาผ้ามาให้นางห่อเอาไว้
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามห่อผ้าก็เต็ม
ภายในห่อผ้าส่วนใหญ่เป็นของที่เซี่ยซีถูกแย่งชิงไปก่อนหน้านี้ และมีบางส่วนที่เป็นของเซี่ยชุนและเซี่ยจูเอง
“นั่น นั่นเป็นดอกไม้มุกของข้า! ของข้า! ท่านแม่ซื้อให้ข้า!” เซี่ยจูรู้สึกน้อยใจ
เซี่ยเฉียวจิบชาไปหนึ่งอึกและปรับลมหายใจ ดูเหมือนนางจะดีขึ้นมากแล้ว
นางเอ่ยขึ้นช้าๆ เลียนแบบท่าทางของหลูซื่อ “เจ้าเป็นพี่สาว ให้ของน้องสาวจะเป็นไรไป อีกอย่าง ก่อนหน้านี้เจ้าก็ใช้ของของเซี่ยซีมานาน ข้าเห็นว่าบางชิ้นก็ทรุดโทรมเสียหายไปไม่มีค่าเหมือนเมื่อก่อน ก็ควรที่จะชดเชยให้นางบ้าง จูเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ขี้เหนียวไร้สาระเช่นนี้ ไม่น่ารักเลย”
ตอนที่ 216 เรื่องที่ไม่รู้ยังมีอีกมาก
เซี่ยเฉียวท่าทางจริงจังราวกับผู้อาวุโสที่มีเมตตา
เมื่อหลูซื่อได้ยินดังนั้น ดวงตานางก็เบิกกว้าง ลมตีขึ้นมาที่คอ ก่อนจะมองเซี่ยเฉียวอย่างเหลือเชื่อ
เซี่ยจูชะงักไปทันที นางยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าลังเลใจ
นาง…ขี้เหนียวไร้สาระ นี่มันของของนางชัดๆ!
นางอยากจะกรีดร้องและเข้าไปฉีกทึ้งใบหน้าของเซี่ยเฉียว แต่บังเอิญว่าข้างกายของเซี่ยเฉียวมีผู้ชายสามคนยืนอยู่ด้วย นางไม่กล้ายั่วยุเซี่ยผิงกั่ง กระทั่งเซี่ยผิงไหวที่เคยเข้ากันได้ดีกับนางเมื่อก่อน ตอนนี้เขาก็ยังมองนางด้วยสีหน้ารังเกียจ
“จูเอ๋อร์ เจ้าเป็นพี่สาวใจกว้างหน่อยได้ใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวยังเอ่ยถาม และรอคำตอบของนาง
เวลานี้มีดวงดาวอยู่ในดวงตาของเซี่ยซี
เซี่ยจูสะอื้นไห้ในใจ นางจำเป็นต้องตอบด้วยความรู้สึกไม่เป็นธรรมภายใต้สายตาของทุกคน “อืม…”
“จูเอ๋อร์เป็นพี่สาวที่ดีจริงๆ ต่อไปก็จะต้องรักและเอ็นดูน้องแบบนี้นะ ดูเจ้าสิ มีเหตุผลและรู้จักเอาใจใส่ แล้วอาสะใภ้สามของข้าก็รักเจ้ามากขนาดนี้ เจ้าจะขาดแคลนเครื่องประดับได้อย่างไร ไม่เหมือนกับเซี่ยซีของพวกเราหรอก แม่แท้ๆ ของนางไม่อยู่แล้ว ของประดับที่มีก็น้อยจนน่าสงสาร เจ้ามอบให้นางบ้าง นางก็จะได้ดีใจ พวกเราก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น เจ้าดีกับซีเอ๋อร์ พวกเราจะจดจำไว้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
นางพูดออกมาได้ลื่นไหลมาก จงชี่ของนางน่าจะเป็นปกติแล้ว
เวลานี้หลูซื่อและสะใภ้ซินต่างก็โกรธจัด
สะใภ้ซินรักลูกสาว แต่เงินที่นางใช้แสดงความรักต่อลูกสาวนี้ก็มาจากเซี่ยหนิวซาน
ซีเอ๋อร์ไม่มีมารดาแท้ๆ แล้วก็จริง แต่ก็มีหลูซื่อเป็นแม่เลี้ยง เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนี้ก็ราวกับนางเป็นแม่เลี้ยงที่ไม่ดีกระนั้น
นางยิ้มไม่ออกแล้ว
“เมื่อก่อนตอนที่มาที่นี่ไม่ว่าครั้งไหนครอบครัวของเราก็เป็นมิตรกันดี เหตุใด้คราวนี้จึงวุ่นวายแบบนี้!” หญิงชราพ่นลมหายใจ
เซี่ยเฉียวทำราวกับไม่ได้ยิน
นางลูบศีรษะเซี่ยซี “เซี่ยซีของเรามากี่ครั้งก็ไม่เคยมีครั้งไหนมีความสุขเท่าครั้งนี้ใช่ไหม”
“อืม” เซี่ยซีพยักหน้าอย่างจริงจัง
ใบหน้านางแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใส สองมือกอดห่อผ้าไว้แนบอก ดูท่าทางมีความสุขอย่างยิ่ง
นางรวยแล้ว
หลังจากตอบรับคำพูดของเซี่ยเฉียวแล้ว มือน้อยๆ ก็ยังยื่นเข้าไปในห่อผ้าและกวาดมือไปมาทำให้เกิดเสียงกระทบดัง สดใส ดวงตาของนางมองเข้าไปข้างในซ้ายทีขวาที แต่ให้มองอย่างไรก็ยังรู้สึกไม่พอสักที
“พี่หญิงใหญ่ท่านดีขึ้นบ้างแล้วหรือไม่” เซี่ยผิงไหวเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ครั้งนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้าประคองข้าไว้ ข้าต้องล้มลงแล้วแน่ๆ พอกลับบ้านแล้ว ข้าจะทำขนมให้เจ้ากินนะ”
เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างอ่อนโยน
เซี่ยผิงไหวเกาศีรษะอย่างเขินอาย “ไม่เป็นไรหรอก…เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
พี่หญิงใหญ่หน้าตาอย่างกับเซียนไม่มีผิด!
งดงาม โดยเฉพาะยามแย้มยิ้ม นางเหมือนแสงอาทิตย์ที่หลอมละลายทุกสิ่ง ทำให้คนละสายตาไม่ได้จริงๆ
“พี่หญิงใหญ่ทำขนมได้ด้วยหรือ” เซี่ยผิงไหวยิ้มอย่างกับคนโง่
“ก็พอได้” เซี่ยเฉียวยิ้มบางๆ ถ่อมตนอย่างยิ่ง
แต่ในสมองของนางกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย นางคิดว่าต่อไปเซี่ยผิงไหวยังต้องได้รับการสั่งสอนให้ดีกว่านี้ เพราะเล่ห์เหลี่ยมยังน้อยเกินไป
เซี่ยผิงไหวอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์พี่น้องกับนางมากขนาดนั้นถึงได้เชื่อฟังนางขนาดนี้ แต่นั่นเป็นเพราะตอนนี้นางดู…อ่อนแอน่าสงสาร ซึ่งไปกระตุ้นความปรารถนาที่จะปกป้องของเขาเท่านั้น
เขาถูกชักจูงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ต่อไปจะต้องผ่านด่านสาวงามไปได้ยากเป็นแน่
เซี่ยเฉียวบ่นพึมพำในใจ เซี่ยผิงไหวยังคงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ดูเหมือนเขาตั้งตารอขนมที่นางจะทำให้กินอย่างยิ่ง
“เฉียวเอ๋อร์มาเหมืองหลวงตั้งนานขนาดนี้แล้ว ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าจะทำขนมได้…” หลูซื่อรู้ว่านางเพิ่งพ่ายแพ้ นางกลับเข้าสู่สนามรบทันที
“เรื่องที่ท่านแม่ไม่รู้ยังมีอีกมาก” เซี่ยเฉียวหัวเราะ
“ขนมสำหรับไหว้บรรพบุรุษยังไม่ได้เตรียมไว้ ในเมื่อเฉียวเอ๋อร์มีความสามารถเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวไม่สู้ให้เฉียวเอ๋อร์ทำขนมนี้เสียเลยเล่า” สะใภ้จย่าเอ่ยเสริม