ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 217 เลื่อนตำแหน่งและร่ำรวย / ตอนที่ 218 ฝากความหวังไว้ที่เขา
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 217 เลื่อนตำแหน่งและร่ำรวย / ตอนที่ 218 ฝากความหวังไว้ที่เขา
ตอนที่ 217 เลื่อนตำแหน่งและร่ำรวย / ตอนที่ 218 ฝากความหวังไว้ที่เขา
ตอนที่ 217 เลื่อนตำแหน่งและร่ำรวย
ทันทีที่สะใภ้จย่าพูดขึ้นทุกคนก็นึกขึ้นมาได้
หญิงชราก็นับได้ว่ามีที่ระบายอารมณ์แล้วในที่สุด
นังหนูนี่ดูบอบบางอ่อนแอ นึกไม่ถึงเลยว่าจะร้ายกาจไม่เบา แต่ต่อให้ร้ายกาจแค่ไหนก็ยังเป็นแค่เด็กรุ่นหลัง พวกนางเป็นผู้อาวุโสจะไม่สามารถสอนสั่งให้นางทำงานได้เชียวหรือ
“นังหนูเฉียว เจ้าไปดูในห้องครัวด้านหลังหน่อยไป ถึงแม้ว่าป้ายวิญญาณในโถงบรรพบุรุษของพวกเราจะมีไม่มากนัก แต่บรรพบุรุษก็ดูอยู่ จะต้องตั้งใจให้ดี ขนมต้องมีสี่แบบแปดอย่าง รสชาติต้องดี มิฉะนั้นบรรพบุรุษจะไม่พอใจ” หญิงชราเอ่ย
เซี่ยเฉียวจัดแขนเสื้อของนางเล็กน้อย
“ท่านพ่อ ข้าเพิ่งจะได้สติจากที่น้องหญิงทั้งสองทำให้ตกใจเมื่อครู่ ข้าก็แค่พอขยับปากพูดอะไรได้บ้างเท่านั้น แต่ท่านย่าก็ขอไว้แล้ว หากข้าไม่ทำก็คงไม่ดี เช่นนั้นแล้วให้ท่านป้าใหญ่ ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้สาม แล้วก็น้องหญิงทั้งสองไปด้วยกันกับข้า แล้วข้าจะบอกสอนพวกนางเอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“…” สะใภ้จย่า
“…” สะใภ้ซินหนังตากระตุกทันที
หลูซื่อแทบสำลัก และเด็กหญิงสองคนแทบจะกระโดดขึ้น “ไม่เอา!”
“เรามีบ่าวรับใช้ไม่ใช่หรือ” หญิงชราไม่คิดว่าจะจัดการนางยากขนาดนี้
“ท่านย่าอยากแสดงความจริงใจมิใช่หรือ” เซี่ยเฉียวกระพริบตาปริบๆ พลางเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา
เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเม็ดฝนตกกระทบใบไผ่ สะบัดไหวช้าเนิบ ฟังดูสบายอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่นางพูดกลับทำให้หญิงชราโกรธเคืองแทบบ้า
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้ซื่อบื้อเหมือนท่านพ่อของเขา
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เขารู้สึกได้ถึงประกายไฟที่ปะทุอยู่รอบๆ
เขายังต้องพูดอีกหรือว่ามุ่งเป้าไปที่ใคร ย่อมต้องเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขา
นอกจากนี้ เขายังไม่พอใจครอบครัวนี้มานานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้น้องสาวเขาไม่อยู่ เซี่ยซีก็ไม่มีกำลังอะไรจะไปต่อสู้ เขาเป็นผู้ชายจะให้หาเรื่องพวกผู้หญิงหลังบ้านก็ไม่ดี อีกอย่างคนพวกนี้ก็กลัวเขาด้วย ดังนั้นนอกจากจะขอนั่นนี่แล้ว พวกนางก็ไม่กล้าจะพูดอะไรที่เป็นการยั่วยุ
จึงได้สุขสงบตลอดมา
แต่ตอนนี้น่าสนใจดีทีเดียว
หญิงชรานั่นโกรธขนาดนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
ตายไปเร็วๆ ก็ดี หากนางตายไปแล้ว บ้านเขาก็จะได้ประหยัดเงินขึ้นหน่อย
“น้องหญิง คำขอของเจ้าไร้เหตุผลสิ้นดี!” เซี่ยผิงกั่งดุขึ้นมา จากนั้นน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยน “พวกนางเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นโลก! หากให้ทำหมั่นโถวก็พอได้อยู่หรอก จะให้ทำขนมอะไรได้ นอกจากเรื่องกินแล้วจะรู้อะไร จะให้มาช่วยเจ้าอย่างนั้นหรือ แค่ไม่ทำให้เจ้าวุ่นวายก็ดีแล้ว! ยังมีเด็กสองคนนี้อีก ทั้งโง่ทั้งบื้อ ข้ากลัวว่าถึงเจ้าจะตะโกนสอนจนหมดเสียง พวกนางก็จะไม่เข้าใจอยู่ดีน่ะสิ”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าพี่ชายของนางร้ายยิ่งกว่านางอีก
ทว่านางหน้าตาเย่อหยิ่งได้เหมือนพี่ใหญ่ นางจะต้องทำให้คนหวาดกลัวได้ยิ่งกว่านี้แน่
“ก็จริง แต่ร่างกายข้าไม่ดี จะให้พูดมากๆ ก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะหายใจไม่ออก แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะไม่เรียนก็ไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน บ่าวชราที่บ้านเราทำขนมเป็น ให้นางสอนก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียวหน้าตาจริงจัง จากนั้นนางก็หันไปเอ่ยกับเซี่ยหนิวซาน “ท่านพ่อ ท่านปู่จากไปเร็ว หากได้เห็นพวกท่านแม่ทุ่มเทกันขนาดนี้ จะต้องคุ้มครองท่านจากปรโลกให้ท่านได้เลื่อนตำแหน่งร่ำรวยขึ้นโดยเร็วเป็นแน่”
เซี่ยหนิวซานมึนงงกับคำพูดของเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่ง
แต่ถึงอย่างไรก็ยังฟังดูมีเหตุมีผล
ยิ่งกว่านั้นในฐานะแม่บ้านก็ควรเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ด้วย ตอนนี้ก็แค่ทำขนมเล็กน้อยเท่านั้น…
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปพร้อมกันพี่สะใภ้น้องสะใภ้เถอะ ตั้งใจเรียนรู้ ช่วงนี้นังหนูเผยไม่อยู่ เจ้าก็เบื่อๆ อยู่ไม่ใช่หรือ ลองไปเรียนทำขนมก็ฆ่าเวลาได้บ้างเหมือนกัน” เซี่ยหนิวซานเห็นด้วย
พวกหลูซื่อและคนอื่นๆ โกรธจนแทบระเบิด
หญิงชรามึนงงไปในทันที
เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่นางขอให้เซี่ยเฉียวเป็นคนทำ แค่นางพูดมีกี่คำเท่านั้นไม่ว่าอะไรก็กลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้!
พวกนางพูดกันไปพูดกันมาในนี้ ศีรษะของคนชราอย่างนางแทบจะหันไปมาไม่ทัน
แต่เซี่ยเฉียวกลับนั่งยิ้ม ดูใจกว้าง เป็นผู้หญิงที่สง่างามและมีคุณธรรม ไม่พบความผิดปกติใดๆ จากสีหน้าท่าทางเช่นนั้นเลย!
ตอนที่ 218 ฝากความหวังไว้ที่เขา
ตอนนี้หญิงชราเริ่มกลัวที่จะพูดอะไรออกมาแล้ว
นางมักจะรู้สึกยิ่งพูดนางก็ยิ่งผิด และจะต้องถูกนังหนูที่ร้ายกาจอย่างกับปีศาจนี้เอาเปรียบอีก!
นี่แค่เพียงไม่นานเองนะ?
ตั้งแต่เข้ามาในบ้านจนถึงตอนนี้ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเลย ของในห้องของนังหนูสองคนนั้นก็ถูกปล้นไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว นายหญิงของบ้านก็ถูกไล่ไปทำงานในครัวหลังบ้านแล้ว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป หญิงชราอย่างนางจะไม่โกรธจนตายหรือ!
“ท่านพ่อ ชานี้เป็นชาเก่าเก็บ ข้าอยากจะดื่มชาใหม่” เซี่ยเฉียวจิบชาและเหลือบมองใบชา จากนั้นก็มองเซี่ยหนิวซานอย่างน่าสงสาร
“ชาใหม่หรือชาเก่าต่างกันตรงไหนหรือ ดื่มลงท้องไปก็เป็นน้ำเหมือนกัน” เซี่ยหนิวซานเอ่ยขึ้นตามสัญชาตญาณ
เซี่ยเฉียวจ้องหน้าเขา “ท่านพ่อพูดถูก ภรรยาที่ตายไปแล้วกับที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน คนเก่าคนไม่ ก็เหมือนๆ กัน”
“…” เซี่ยหนิวซานหนังตากระตุกทันที
เขารู้สึกว่าลูกสาวเขานั้นแปลก
นางพูดถึงเรื่องใบชาไม่ใช่หรือ เกี่ยวอะไรกับภรรยาด้วยเล่า
หญิงชรากำลังตีกลองโห่ร้องอยู่ในใจ หญิงรับใช้ที่หลูซื่อทิ้งไว้ข้างกายนางได้ยินเรื่องนี้ ก็แอบย่องไปที่ห้องครัวด้านหลัง และเล่าให้หลูซื่อฟังทีละคำไม่มีขาดตก
หลูซื่อได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดไปหมด
นางหมายความว่าอย่างไร
นางที่ยังมีชีวิตอยู่นี้เทียบไม่ได้กับสองคนที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ เซี่ยเฉียวกำลังบอกนางว่า เซี่ยหนิวซานก็ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างนี้ได้ ดังนั้นแม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็ไม่เป็นไร!
หรือนางหมายความว่าหากครั้งนี้นางทำตัวไม่ดี จะให้พ่อของนางหย่ากับนาง?!
หลูซื่ออดจินตนาการไปต่างๆ นานาไม่ได้
เวลานี้เซี่ยเฉียวรู้สึกราวกับนางมาเป็นแขกแล้วจริงๆ นางนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น มีของว่างและชาอยู่ใกล้มือ เพียงแต่บรรยากาศรอบด้านค่อนข้างเย็นชา และไม่มีใครพูดคุยด้วย
นางให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ต่อให้นางเหนื่อยแค่ไหน แต่นางก็พยายามเคารพผู้อื่นอย่างเต็มที่ มีรอยยิ้มบนใบหน้า หยัดกายตรง สุภาพและมีมารยาท
แต่หญิงชรากลับอึดอัดแทบตายแล้ว
ท่าทางของเซี่ยเฉียวทรงคุณธรรมเช่นนี้ ใครมันจะผ่อนคลายลงได้
อย่าว่าแต่หญิงชราเลย แม้แต่พวกเซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานรวมไปถึงลูกชายของพวกเขา เวลานี้พวกผู้ชายพวกนี้ยังต้องนั่งและยืนอย่างสุภาพ พวกเขายังไม่เคยมีมารยาทขนาดนี้มาก่อน
เซี่ยผิงกั่งเห็นเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกสบายใจ
หญิงชราต้องการเบี่ยงเบนความสนใจออกจากเซี่ยเฉียว หลังจากครุ่นคิดอยู่นานนางก็พูดกับเซี่ยผิงไหว “ช่วงนี้เจ้าไปเรียนที่สำนักศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าเป็นเด็กที่ดูมีอนาคตที่สุดแล้วในบ้านเรา ดูพี่น้องของเจ้าพวกนี้สิ ไม่มีสักคนที่ได้เรื่องได้ราวเหมือนเจ้าที่เรียนหนังสืออย่างจริงจัง!”
เมื่อก่อนหลังจากที่หญิงชราเอ่ยชมแล้ว หลูซื่อก็จะคอยเออออยกยอจนเซี่ยผิงไหวลอยขึ้นฟ้า
นางไม่ได้พูดถึงว่าเซี่ยผิงไหวได้เรียนรู้อะไรมาแล้วบ้าง เพียงแต่ชมว่าเซี่ยผิงไหวฉลาดเท่านั้น
เวลานี้หลูซื่อไม่อยู่ด้วยแล้ว จึงไม่มีใครคอยยกยออีก เซี่ยผิงไหวก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไรนัก “ช่วงนี้ไม่มีอะไรพิเศษ…”
“ช่วงนี้เด็กคนนี้ยุ่งอยู่กับการกราบอาจารย์น่ะ อาจารย์คนนั้นยังไม่ยอมรับเขา ช่วงนี้ดื้อมากจนน่าทุบตี” เมื่อพูดถึงสำนักศึกษาขึ้นมา เซี่ยหนิวซานก็นึกไปถึงหยกชิ้นนั้น
น่าเสียดาย
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่านังหนูเผยทำไม่ถูก แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ยังนับว่าผ่อนปรนกับผู้หญิง
เขาแค่คิดว่าลูกชายของเขาไม่ได้ความ ที่ไม่สามารถรักษาหยกชิ้นนั้นไม่ได้ หากไม่ใช่ว่าปกติเขาทำตัวเสเพลไปวันๆ จะมีคนเข้าออกห้องของเขาอย่างง่ายดายได้อย่างไร
เซี่ยผิงไหวเหนื่อยหน่ายใจอย่างยิ่ง
เหตุใดท่านย่าจะต้องพูดถึงสำนักศึกษาทุกครั้งด้วยเล่า! เขาดูเหมือนคนมีอนาคตตรงไหน
“โอ้ว กราบอาจารย์หรือ” หญิงชราทำทีเป็นประหลาดใจ “ผิงไหวของเราเป็นเช่นนี้ อาจารย์ท่านนั้นจะต้องอยากได้เจ้าเป็นศิษย์แน่ๆ ผิงไหว หากเจ้ามีหน้ามีตาแล้วก็อย่าลืมพวกพี่ๆ ของเจ้าล่ะ พวกเขาโชคชะตาไม่ดี ไม่มีบุญจะได้เรียนที่สำนักศึกษาที่ดีขนาดนั้น แต่เจ้ามีความสามารถ ต่อไปจะต้องดูแลพวกพี่ๆ ของเจ้าด้วยนะ พอเจ้าเรียนสำเร็จแล้ว พวกพี่ๆ ของเจ้าก็น่าจะแต่งงานมีกิจการกันหมดแล้ว ต่อไปเรื่องสั่งสอนหลานๆ คงต้องมอบให้เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว”
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุกไม่หยุด
เขายังสอนตัวเองให้ดีไม่ได้เลย แล้วยังต้องสอนหลานชายอีกหรือ!
อีกอย่างนอกจากพี่ชายคนโตของเขาแล้ว เขายังมีลูกพี่ลูกน้องอีกตั้งหลายคน แต่ละครอบครัวก็น่าจะมีลูกชายอย่างน้อยสองคนสินะ แล้ว…ทั้งหมดนี่จะฝากความหวังไว้ที่เขา?!