ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 219 หลอกหลวงง่าย / ตอนที่ 220 เป็นประโยชน์
ตอนที่ 219 หลอกหลวงง่าย / ตอนที่ 220 เป็นประโยชน์
ตอนที่ 219 หลอกหลวงง่าย
เซี่ยผิงไหวก็เป็นพวกไม่เอาไหน ธรรมชาติเป็นคนขี้เกียจเอาแต่เล่นสนุก เหนือไปกว่าเขาก็ยังมีพี่ชายและบิดาแท้ๆ จึงไม่เคยคิดจะพึ่งพาตนเองเลย
จู่ๆ ตอนนี้หญิงชราก็สวมหมวกใบใหญ่ขนาดนี้ให้เขา หลูซื่อก็ไม่อยู่ช่วยเขาไกล่เกลี่ยประนีประนอม เซี่ยผิงไหวทำได้เพียงแต่ต้องพูดกับหญิงชราโดยตรง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกสิ้นหวังในชีวิตทันที
สีหน้าอมทุกข์
เซี่ยผิงกั่งมองเขาแล้วหัวเราะเยาะ และยังยินดีในความทุกข์ของเขา
“ท่านย่า เป็นเพราะพี่ชายใหญ่กับพี่หญิงให้อยากให้ข้ากราบอาจารย์ ท่านอาจารย์ไม่ได้อยากรับข้าเลย” เซี่ยผิงไหวพูดตามความจริง
ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้อยากได้เขาเป็นศิษย์เสียด้วยซ้ำ?
อีกทั้งท่านอาจารย์ยังรังเกียจเขาอีกด้วย
ก่อนหน้านี้เขาถูกขอให้คัดลอกหนังสือ เขาคัดลอกจนนิ้วแทบหักจึงแล้วเสร็จ อาจารย์นั่นกลับบอกว่าเขาเขียนได้เหมือนไส้เดือนกำลังคลาน จึงขอให้เขาคัดลอกใหม่อีกครั้งทีละคำอักษรทีละคำ!
เมื่อไหร่ที่คิดถึงสำนักศึกษา เขาก็จะรู้สึกเจ็บมือขึ้นมาทันที!
“เด็กคนนี้ถ่อมตัวมาก!” หญิงชรายังคงหัวเราะร่าเริง
จากนั้นนางก็สั่งให้หลานชายคนโตของนางยืนขึ้น
หลานชายคนโตที่เกิดจากลูกคนโตของนางอายุมากกว่าเซี่ยผิงกั่งสองปี เขาเคยหมั้นหมายตอนอยู่บ้านนอก ต่อมาเมื่อได้รู้ว่าเซี่ยหนิวซานเป็นขุนนาง จึงได้ยกเลิกการหมั้นหมาย และเตรียมที่จะมาเมืองหลวงหาคู่ครองใหม่ที่ดีกว่า
หลังจากที่มาเมืองหลวงแล้ว เขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ผ่านการดูตัวมาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่หญิงชราและสะใภ้จย่าหัวสูงเลือกมาก สองปีก่อนจึงได้หมั้นหมายกับหญิงผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นครอบครัวทำกิจการ สินสอดทองหมั้นเป็นจำนวนไม่น้อย
เวลานี้หญิงชราเรียกหลานชายคนโตออกไปก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผิงไหว เจ้าดูพี่ชายของเจ้าสิอายุตั้งขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังไม่มีการมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ข้าได้ยินมาว่าในสำนักศึกษามีผู้ดูแลมากมาย เจ้ากำลังจะกราบอาจารย์อยู่แล้ว อาจารย์ท่านนั้นต้องเก่งมากแน่ๆ เจ้าลองดูหน่อยสิว่าจะให้พี่ชายใหญ่ของเจ้าไปทำงานด้วยได้หรือไม่”
“…” เซี่ยผิงไหวได้ยินเช่นนั้นถึงกับงุนงง
เขายังไม่กราบอาจารย์เลยนะ!
ต่อให้เขากราบอาจารย์สำเร็จก็เถอะ คนขี้ขลาดอย่างเขาหรือจะกล้าให้ท่านอาจารย์เซียวใช้เส้นสายเพื่อเขา?
อีกอย่าง ต่อให้เขาจะไม่รู้ความ ก็ยังพอรู้ว่าภายในสำนักศึกษานั้น แม้แต่ผู้ดูแลธรรมดาๆ ก็ยังต้องการคนที่มีความสามารถสูง!
อย่างไรเสียศิษย์ในสำนักศึกษา หากไม่ใช่ว่าเรียนเก่งก็จะต้องร่ำรวยสูงศักดิ์ แม้ว่าผู้ดูแลแต่ละคนจะได้ได้มีความรู้ล้ำลึก แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับบทกวีอย่างแน่นอน!
ส่วนลูกพี่ลูกน้องของเขานั้น…
ว่ากันว่าเขาเคยเรียนที่สำนักศึกษาเอกชนมาปีหนึ่ง และรู้อักษรเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น!
หญิงชรามองเขาอย่างมีเมตตา
นางมองเขาอยู่อย่างนั้น
หลังจากที่เซี่ยผิงไหวคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก จึงได้โวยวายออกมาตรงๆ ทันที “ข้าก็บอกแล้วว่าข้ายังไม่ได้กราบอาจารย์ ต่อให้ข้ากราบอาจารย์สำเร็จแล้วข้าก็ทำไม่ได้หรอก ข้าไม่ได้เป็นเจ้าของสำนักศึกษานะ เรื่องที่แม้แต่พ่อข้าก็ยังทำไม่ได้ ท่านจะมาให้ข้าทำเพื่ออะไร อีกอย่างท่านย่า ข้าไม่ใช้คนที่จะหลอกได้ง่ายๆ เสียหน่อย เรื่องของพวกพี่ชายและลูกของพวกเขาเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า ข้าไม่ได้ให้กำเนิดพวกเขาเสียหน่อย… ตอนนี้ข้าอายุแค่สิบสองปีเอง หากจะต้องดูแลเลี้ยงหลานเยอะขนาดนี้ต่อไปใครจะกล้าแต่งกับข้าเล่า”
เซี่ยผิงไหวโกรธจริงๆ
น่ากลัวเหลือเกิน
ช่วงนี้เขาหัวเสียจนแทบจะหัวล้านอยู่แล้ว แม้แต่ตัวเองยังจะเลี้ยงไม่รอด แต่ท่านย่ากลับบอกว่าเขามีอนาคต จะให้ดูและคนอื่นๆ ด้วย?!
อย่าแม้แต่จะคิด หากเขามีเงิน เขาจะซื้อนก ซื้อตั๊กแตน เที่ยวเล่นไปเรื่อย มีอะไรไม่ดีหรือ
เงินของเขาจะให้คนอื่นใช้ได้อย่างไร
หากจะต้องให้ท่านพ่อท่านแม่หรือท่านย่าก็ยังพอไหว แต่ลูกพี่ลูกน้องก็ห่างออกไปอีกชั้น ยิ่งเป็นลูกของพวกเขาก็ยิ่งห่างออกไปอีก หากให้เขาเลี้ยงดูหมดอย่างนี้ เขาไม่เหนื่อยตายพอดีหรือ
อันที่จริงหญิงชราก็แค่พูดเรื่อยเปื่อยไปเท่านั้น
แม้นางพูดให้เซี่ยผิงไหวฟังก็จริง แต่อันที่จริงแล้วคิดจะให้เซี่ยหนิวซานหากวิธีหางานให้หลานชายของนางต่างหาก
หลานชายคนโตของนางไม่อยากทำงานที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาอยากจะเปลี่ยนงาน
เมื่อก่อนตอนที่หลูซื่ออยู่ด้วย คำพูดพวกนี้ต่างก็เป็นที่เข้าใจกัน ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเด็กเซี่ยผิงไหวนี่จะโง่ขนาดนี้
หญิงชราขี่หลังเสือแล้วยากที่จะลงได้
สายตาที่เซี่ยผิงไหวมองหญิงชราราวกับเขากำลังมองคนสติไม่ดีกระนั้น
ตอนที่ 220 เป็นประโยชน์
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางของท่านย่ากับหลานชายเป็นเช่นนั้นก็มีความสุขอย่างยิ่ง
นางกินของว่างพลางชมละครฉากใหญ่ สีหน้าสีตาเผยความเบิกบานใจ
แต่หญิงชรากับรู้สึกราวกับมีไฟสุมทรวง อยากจะฝืนยิ้มออกมาก็ยังยาก
เซี่ยผิงไหวกับหญิงชราไม่ได้มีความผูกพันกันเท่าไร เมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขาก็เติบโตขึ้นมาในค่ายโจร หลังจากย้ายมาเมืองหลวงแล้วจึงได้รู้ว่าตนเองมีท่านย่าอยู่ด้วยคนหนึ่ง นานๆ ครั้งหญิงชราก็จะไปพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้าน แต่นางก็พูดอะไรกับเขาแค่ไม่กี่คำ ไม่ได้มีการสื่อสารการมากนัก
ตอนนี้จะให้เขามาเลี้ยงดูหลาน
เขาไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ!
เซี่ยผิงไหวพ่นลมและเบ้ปาก “ใครเกิดคนนั้นก็เลี้ยงไปเถอะ อย่าได้มาหาข้า ยืมเงินก็ไม่ได้ ข้ายังเป็นหนี้พี่หญิงใหญ่อยู่เลย”
เมื่อคิดถึงหนี้ที่ยังค้างชำระ เซี่ยผิงไหวก็ยิ่งรู้สึกว่าตอนเองน่าสงสาร
“ข้าไม่ได้ให้เจ้าเลี้ยง ย่าแค่ล้อเล่นกับเจ้าเท่านั้น…” หญิงชรากัดฟันพูด
“งั้นก็ดี” เซี่ยผิงไหวพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ที่นี่น่าเบื่อจริงๆ พวกท่านพี่มีอะไรน่าสนุกให้เล่นบ้างหรือไม่ อยู่แต่ในห้องจนจะเหี่ยวแห้งตายอยู่แล้ว”
หากเป็นยามปกติ เซี่ยผิงกั่งก็คงเตะเขาเข้าสักป้าบแล้ว แต่เวลานี้เขาได้ระบายอารมณ์อย่างหาได้ยากยิ่ง ก็เลยปล่อยเขาไป
เด็กๆ ตระกูลเซี่ยคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ในใจพวกเขาไม่มีความสุข แต่ไม่กล้าแสดงออกมา
พวกเขาจึงได้พาเซี่ยผิงไหวออกไปเล่นด้วยกันทันที
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้ห้าม เซี่ยเฉียวมองไปก็เห็นว่าสิ่งที่เด็กๆ ตระกูลเซี่ยเตรียมไว้เล่นกันล้วนเป็นการละเล่นที่นิยมกันทั่วไป เช่น พวกทอยลูกเต๋า ปาลูกดอก ทำนองนั้น
เซี่ยผิงไหวมีเงินติดตัวไม่มาก เนื่องจากถูกนางและพี่ชายใหญ่รีดไถจนหมดแล้ว
เขาสามารถเดิมพันด้วยแผ่นทองแดงไม่กี่แผ่นเท่านั้น
เซี่ยผิงไหวมีนิสัยไม่ดีที่ต้องได้รับการแก้ไขมากมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดให้หมดภายในเวลาอันสั้น ดังนั้นเวลานี้จึงต้องปล่อยเขาไปก่อน
ที่เขาโวยวายขึ้นมาคราวนี้ หญิงชราและคนอื่นๆ ก็รู้สึกเฉยๆ เสียแล้ว
ไม่นานนักก็ไปคุกเข่าเคารพบรรพบุรุษ
ธูปและเทียนบูชา เครื่องเซ่น ของไหว้ เงินกระดาษ และเสื้อผ้ากระดาษต่างๆ ที่เตรียมไว้ก็ถูกเผาไปทั้งหมด
หลุมฝังศพไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาจึงได้แต่คำนับป้ายวิญญาณเท่านั้น
ในสายตาของเซี่ยหนิวซานและคนอื่นๆ นั้น เทศกาลนี้ก็เป็นเพียงแค่เทศกาลธรรมดาเทศกาลหนึ่ง แต่ในสายตาเซี่ยเฉียวนั้นต่างออกไป ทันทีที่เครื่องหอมถูกเผาไหม้ นางก็มองเห็นพลังปราณหยินสายหนึ่งนำมาก่อน และหลังจากนั้นครู่หนึ่งวิญญาณก็เข้ามากินอาหารเซ่นไหว้จนหมด
น่าจะเป็นบรรพบุรุษตระกูลเซี่ยที่ยังไม่ได้ไปเกิดใหม่
ในโลกนี้มีเรื่องลี้ลับมากมาย ตัวนางเองก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก่อนหน้านี้ตอนวันตรุษจีนหรือวันเทศกาล นางก็ได้เห็นเรื่องแบบนี้มาไม่น้อยแล้ว ตอนนี้จึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วถึงแม้บรรพบุรุษเหล่านี้จะขึ้นมาก็จะไม่รบกวนคนเป็น
น่าจะมีกฎและข้อบังคับของปรโลกอยู่
เวลานี้เซี่ยเฉียวเองก็เปี่ยมล้นด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทธา
อาจเป็นเพราะนางเลื่อมใสศรัทธาเกินไป วิญญาณจึงได้ลอยวนอยู่รอบตัวนางหนึ่งรอบ ก่อนจะเป่าลมใส่นางแล้วก็หายวับไป
เซี่ยเฉียวเองก็งุนงงเล็กน้อย
เมื่อมนุษย์เลือกที่ตั้งสุสาน พวกเขาต่างก็มองหาที่ที่มีฮวงจุ้ยแห่งทรัพย์สมบัติ หากฮวงจุ้ยที่ตั้งหลุมศพดีแล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลาน เมื่อมองจากอีกมุมหนึ่ง หากฮวงจุ้ยดีแล้ว ผู้ที่อยู่ในหลุมฝังศพก็จะมีความสุข พวกเขาย่อมคุ้มครองคนรุ่นหลังอยู่แล้ว
สิ่งที่เรียกกันว่าการคุ้มครองนี้ลี้ลั้บยิ่งกว่าลี้ลับ
ตามความเข้าใจของนางนั้นมันคือสนามพลังที่เข้ากันได้ชนิดหนึ่ง ก่อตัวเป็นโชคที่ไม่มีรูปร่างแทบไม่ต่างอะไรจากพรที่ได้จากบุญกุศล
นางรู้สึกว่าที่บรรพบุรุษนางเป่าลมใส่นางเมื่อสักครู่ เหมือนการมอบยันต์คุ้มครองป้องกันให้กับนาง?
นางเคยเห็นมันมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้นางรู้สึกได้จริงๆ
พริบตานั้นนางก็รู้สึกตัวเบาขึ้นเล็กน้อย มีพละกำลังมากขึ้น และความสุขอาบไปทั่วร่าง
พูดง่ายๆ ก็คือพลังชีวิตของนางดี
นางดูโหงวเฮ้งคนเป็น ทั้งยังสามารถดูพลังชีวิตได้ด้วย พลังชีวิตที่แจ่มใสมั่นคงคุ้มครองกายใจ ลมหายใจบริสุทธิ์ รักษาจิตวิญญาณ ลักษณะของพลังชีวิตและลักษณะกระดูกล้วนมีความสำคัญเป็นพิเศษ
ดังนั้นนี่เป็นประโยชน์สำหรับนางอย่างแน่นอน! เซี่ยเฉียวพลันรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้มิได้ไร้ประโยชน์