ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 221 เจ้าจัดการ / ตอนที่ 222 ราวกับมีเทพช่วย
ตอนที่ 221 เจ้าจัดการ / ตอนที่ 222 ราวกับมีเทพช่วย
ตอนที่ 221 เจ้าจัดการ
หลังจากเซ่นไหว้เสร็จแล้วพวกเขาก็กินอาหารร่วมกัน
หญิงกับชายนั่งแยกโต๊ะกัน
เซี่ยเฉียวดูเหมือนไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย ทว่าการมีอยู่ของนาง ทำให้เด็กสาวบ้านลุงกับอาของนางนิ่งสงบราวกับแมวเชื่อง และไม่กล้าพูดอะไรมากในเวลานี้
นางกินอาหารเนิบนาบ เคี้ยวอย่างละเอียด ชิมรสอย่างระมัดระวัง หญิงชรายังต้องลนลานเพราะนาง
เวลานี้เซี่ยซีผู้ชื่นชอบเซี่ยเฉียว ก็กินทุกอย่างตามที่เซี่ยเฉียวกิน ด้วยความเร็วไม่แตกต่างกัน ยิ่งทำให้คนอื่นอึดอัดหายใจแทบไม่ออก
ก่อนหน้านี้หญิงชราเคยชอบช่วงเวลานี้ที่สุด เนื่องจากหลูซื่อปากหวาน มักจะชมอะไรไปเรื่อย ระหว่างที่ชมไปชมมานางก็จะได้ถือโอกาสพูดขออะไรกับหลูซื่อ แล้วให้นางไปพูดคุยต่อกับลูกชายคนที่สองของนางหลังจากที่พวกเขากลับไปแล้ว
แต่ครั้งนี้นับเป็นความทรมาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเห็นหลานสาวอีกสองคนของนาง ถูกกริยามารยาทของเซี่ยเฉียวกลบจนไม่มีอะไรเทียบได้นางก็ยิ่งรู้สึกทนอยู่ต่อไม่ได้
เมื่อกินไปได้ครึ่งทาง นางก็บอกว่ารู้สึกไม่สบายและจากไป
สะใภ้ทั้งสองต่างก็พาลูกสาวของตนเองกลับห้องไปเช่นกัน เพราะด้วยความกินข้าวไม่ลง
เซี่ยเฉียวชนะแล้ว
พอตกบ่ายเซี่ยหนิวซานก็พาลูกๆ ของตนเองกลับบ้าน
เซี่ยหนิวซานไม่ใช่คนละเอียดอ่อน เขาจึงไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แต่เซี่ยผิงกั่งไม่เหมือนกัน เขารู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้สบายขึ้นมากจริงๆ
มิน่าเล่าโบราณเขาจึงได้บอกว่า แต่งภรรยาไม่มีคุณธรรมจะทำลายคนไปสามรุ่น ดูสิ เมื่อก่อนตอนที่หลูซื่อออกหน้ามาเยี่ยมเยียนบ้านนี้ พวกเขาต้องให้ทั้งเงินทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ แม้ใบหน้าหญิงชราจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจอย่างยิ่ง
แต่ครั้งนี้หลูซื่อไม่กล้าที่จะสอดแทรก หญิงชราโกรธถึงขั้นนั้น เขากลับรู้สึกสบายใจ
“ท่านพ่อ ท่านต้องการเปลี่ยนภรรยาหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งถามคำถามที่สมควรโดนตี พลางตีปากตัวเอง
เซี่ยหนิวซานได้ยินดังนั้นก็เอ่ย “ภรรยาสักคนเจ้าก็ยังหาไม่ได้ยังปากดีขนาดนี้!”
แต่มาอ้าปากก็บอกให้เขาหาภรรยาใหม่ ลูกสาวบ้านขุนนางหน้าตาดีหากันง่ายๆ ที่ไหน
แม้จะมีลูกสาวอนุภรรยาครอบครัวขุนนางหาคนที่รอแต่งงานอยู่ แต่เซี่ยหนิวซานรู้สึกว่าพวกนางเหล่านั้นอายุน้อยเกินไป เขาทำไม่ลงจริงๆ!
“ครั้งนี้ของหลูซื่อทำเกินไปหน่อย ท่านพ่อ ท่านละเลยนางไปก่อนสักพักเถอะ หากไม่ได้จริงๆ ข้าจะไปซื้อนางน้อยๆ กลับบ้านมาให้ท่าน หากท่านอยากหาคนคุยด้วยก็ยังมีวิธี” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยหนิวซานถลึงตา “มายุ่งเรื่องอะไรในบ้านของข้า หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่อายจนหางของหลูซื่อจะลอยขึ้นฟ้าอยู่แล้ว ตอนนี้เซี่ยซีก็อายุสิบสองปีแล้ว ท่านคิดจะให้นางอยู่ไปอย่างไร้ความสามารถแบบนี้น่ะหรือ อายุนางตั้งขนาดนี้แล้วเรื่องดูแลบ้านทำบัญชีนางก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ธรรมเนียมมารยาทอะไรนางก็ไม่รู้เรื่องเลย ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะน้องหญิงใหญ่อยู่ด้วย ของของนางก็คงถูกเด็กบ้านนั้นแย่งเอาไปหมดแล้ว เหมือนลูกสาวขุนนางกับใครเขาที่ไหนเล่า” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นมาตรงๆ
เซี่ยหนิวซานหน้านิ่วคิ้วขมวด
มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรือ
“ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่บนภูเขาแล้ว” เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจก่อนจะเอ่ย “น้องหญิงใหญ่สุขภาพไม่ดี นางยังไม่สามารถใกล้ชิดกับซีเอ๋อร์มากเกินไปด้วย จึงไม่อาจให้นางคอยอยู่ข้างกายสั่งสอน หลูซื่อก็ใช้ไม่ได้ ท่านว่าควรทำอย่างไรดีเล่า”
เซี่ยหนิวซานปวดหัวแล้ว
“ข้าจะไปรู้เรื่องอะไร เรื่องในบ้านเจ้าก็จัดการไปเถอะ” เซี่ยหนิวซานไม่คิดจะวุ่นวายจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ค่อยกลับไปถามน้องหญิงใหญ่ก็แล้วกัน”
ผู้ชายสองอย่างพวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทันทีที่พวกเขากลับถึงบ้านเซี่ยผิงกั่งและเซี่ยหนิวซานก็นั่งอยู่ในเรือนของเซี่ยเฉียวแล้ว
ดวงตาสองคู่จ้องมาที่นาง น่ากลัวอย่างน่าประหลาด
หลังจากได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดเซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจ
“ก็มีอยู่วิธีหนึ่ง” นางเอ่ยเนิบช้า
เซี่ยผิงกั่งยกยิ้มกว้าง “ข้ารู้ว่าเจ้าหัวไว ไหนลองพูดมาสิ หากมันใช้การได้ ข้าจะหาซื้อเสื้อผ้าให้เจ้า”
เซี่ยเฉียวกลอกตา
ด้วยรสนิยมของพี่ชายนางแล้ว นางไม่กล้าใส่เสื้อผ้าที่เขาซื้อมาหรอก
ตอนที่ 222 ราวกับมีเทพช่วย
จริงๆ แล้วเรื่องที่เซี่ยผิงกั่งพูดนั้นค่อนข้างสำคัญมาก เซี่ยผิงไหวเป็นเด็กผู้ชาย แม้ว่าต่อไปเขาจะไม่ได้กราบอาจารย์ พี่ชายใหณ่และพ่อของเขาก็จะดูแลเขาเป็นอย่างดี และสามารถอยู่ใกล้ชิดได้ แต่กับเซี่ยซีไม่สามารถทำได้
ที่บ้านไม่มีคนสั่งสอนที่ดี และไม่เหมาะสม
เซี่ยเฉียวมองเซี่ยหนิวซานและเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังว่า “ตอนนั้นท่านพ่อได้ท่านแม่รองมาจากที่ไหน ในครอบครัวนางมีญาติคนอื่นหรือไม่”
เมื่อเซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็ตบต้นขาของเขาทันทีและเข้าใจได้ทันที “ไม่เลวเลยทีเดียว ข้าจำได้ว่าตอนที่แม่รองแต่งเข้าบ้านมาดูเหมือนว่านางจะเคยพูดถึงเรื่องนี้ด้วย นางมีญาติอยู่ล่างภูเขา หลายปีนี้พวกเราย้ายมาเมืองหลวงก็เลยลืมพวกเขาไปเลย เดี๋ยวข้ากลับไปแล้วจะให้คนกลับไปสอบถามดู”
แม้ว่าหลูซื่อจะไม่ได้ให้กำเนิดลูกแก่ท่านพ่อเขาเลยสักคน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ดูแลตระกูลหลูอย่างขาดตกบกพร่อง
มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่พวกเขาจะละเลยไม่สนใจตระกูลหลิน
“แต่ว่าตระกูลหลินนี้ไม่ได้มีฐานะพื้นเพสูงส่ง พวกเขาจะรู้เรื่องพวกนั้นหรือ” น้ำเสียงเซี่ยผิงกั่งเปลี่ยนไปทันที
“มีสำนักศึกษาอยู่ทั่วเมืองหลวง มีอาจารย์หญิงแบบไหนบ้างที่หาไม่ได้ สิ่งที่เราขาดไม่ใช่คนที่สามารถสั่งสอนซีเอ๋อร์ได้ แต่เป็นนายหญิงของบ้านที่มีเหตุมีผล ท่านไปสอบถามหน่อย ถ้าหากว่ามีผู้อาวุโสในตระกูลหลินที่เหมาะและเต็มใจที่จะแก่เฒ่าไปกับบ้านเราก็ให้รับมา พอตอนนั้นก็มอบสิทธิ์ในการดูแลสั่งสอนซีเอ๋อร์ให้กับนางก็ได้แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก วันนี้นางอารมณ์ดี เวลานี้ความเร็วในการพูดของนางก็เร็วขึ้นเล็กน้อย
“หลูซื่อแย่ขนาดนั้นเลยหรือ” เซี่ยหนิวซานบ่นพึมพำ
ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่งก็พร้อมใจกันมองเขา
เซี่ยเฉียวหัวเราะ นางเลิกคิ้ว และเผยสีหน้ารังเกียจต่อท่านพ่อของนางเป็นครั้งแรก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเซี่ยผิงกั่ง “ตอนที่หาภรรยานั้นท่านตาบอดหรือ นอกจากใบหน้านั้นแล้ว มีตรงไหนที่เข้าตาอีก”
“…” เซี่ยหนิวซานขาดความมั่นใจ
เขาถูกลูกสาวลูกชายคู่นี้บีบจนไปไหนไม่รอดแล้ว
เวลานี้เซี่ยเฉียวก็ได้พูดทุกอย่างที่นางควรจะพูดแล้ว ไม่นานนักนางก็ไล่พวกเขากลับไป
หลังจากที่สองพ่อลูกจากไปเซี่ยเฉียวก็ไปที่ห้องครัวด้านหลังและทำของว่างที่ง่ายที่สุด จากนั้นก็ให้ชุนเอ๋อร์นำไปให้ เซี่ยผิงไหวและเซี่ยซี
เซี่ยผิงไหวคิดว่าเซี่ยเฉียวแค่พูดออกมาเล่นๆ เท่านั้น นึกไม่ถึงเวลาว่าเขาจะได้ของว่างเป็นของขวัญขอบคุณจริงๆ
เขาซาบซึ้งใจมาก
เขาแอบยกระดับความสำคัญของเซี่ยเฉียวในใจตนเองขึ้นอีกระดับ
ในครอบครัวนี้คำพูดพี่หญิงใหญ่มีน้ำหนักมาก อีกทั้งนางยังทำได้อย่างที่พูด ไม่เหมือนกับท่านแม่ที่ชอบดุเขา ไม่เหมือนพี่ชายใหญ่และท่านพ่อที่เชื่อถือไม่ได้เลย เกลี่ยกล่อมเขาบ้าง อัดเขาบ้าง นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ
ไม่เหมือนพี่สาวของเขา แม้นางจะปากร้ายไปบ้างบางทีแต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับเขา นางทำของกินให้เขา และหน้าตาก็งดงามอีกด้วย
เซี่ยผิงไหวรู้สึกเบิกบานใจ มีแรงที่จะคัดลอกหนังสือขึ้นมาทันที
ใช่ เขาต้องคัดลอกหนังสือ
หนังสือกองหนาเป็นการบ้านที่เขาได้รับมอบหมายจากอาจารย์เซียว
เซี่ยผิงไหวไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมอาจารย์เซี่ยวถึงรังแกเขาเช่นนี้ ทั้งที่ไม่ยอมรับเขาเป็นศิษย์ แต่ก็ยังลงโทษเขาให้ทำนั่นทำนี่
รอให้เขาเติบโตดูแข็งแกร่งเหมือนพี่ชายใหญ่ก่อนเถอะ เขาต้องหาโอกาสที่ต่อยตีอาจารย์เซียวระบายความโกรธของเขาสักยก!
……
ในเวลาเดียวกันนี้เซียวอวี้หรงก็จามออกมาหนึ่งที
จากนั้นเขาก็ปรับท่านั่ง ปูกระดาษลงตรงหน้า เตรียมแต่งเพลงรำลึกถึงบรรพบุรุษ
ความคิดของเขาค่อนข้างวุ่นวาย และไม่สามารถสงบใจลงได้
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหอส่องชะตาวันนั้นขึ้นมาได้ เขาชะงักมือและรีบหยิบยันต์เกี่ยวกับศิลปะวิทยาการที่เขาซื้อมา เอาออกมามองดูด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ห้อยไว้รอบคออย่างจริงจัง
เขาพ่นลมหายใจออกมา
พอพ่นลมหายใจออกมาแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงได้รู้สึกใจสงบนิ่งขึ้นมาก เมื่อมองดูกระดาษก็เกิดความคิดขึ้นมาทันที
เขาลงมือเขียน
ราวกับได้รับความช่วยเหลือจากทวยเทพ
เดิมทีเขาก็มีพรสวรรค์อยู่แล้ว เวลานี้เมื่อได้เขียนจึงราวกับน้ำตกที่พร่างพรูรุนแรง ตัวอักษรที่ถูกตวัดวาดลงบนกระดาษเหมือนพายุฝน เขาเขียนบทกลอนยาวๆ เป็นพันอักษรอย่างคมคายออกมาโดยไม่รู้ตัว!