ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 225 ผู้ชายเจ้าชู้ / ตอนที่ 226 วิญญาณขยะ
ตอนที่ 225 ผู้ชายเจ้าชู้ / ตอนที่ 226 วิญญาณขยะ
ตอนที่ 225 ผู้ชายเจ้าชู้
นี่เป็นการส่งวิญญาณครั้งแรกตั้งแต่ที่เซี่ยเฉียวมาถึงเมืองหลวง ดังนั้นหัวใจของนางจึงเต้นรัวเป็นกลองอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
ก่อนหน้านี้นางส่งวิญญาณไปเกิดใหม่ก็จริง แต่ก็เป็นการทำพิธีในวัด หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว นางก็ซ่อนตัวอยู่ในวัด มีบ้างที่มีวิญญาณร้ายกาจแวะเวียนมาหานาง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรใหญ่โต
เหมือนตอนนี้เสียที่ไหน
เซี่ยเฉียวทำเป็นพลิกหน้าหนังสืออย่างสงบนิ่ง
“หน้าตางดงามเหลือเกิน ตอนนั้นหากข้าหน้าตาดีขนาดนี้ คนไร้จิตสำนึกคนนั้นคงไม่ทิ้งข้าไปหาคนอื่น…” ผู้หญิงคนนั้นพ่นลมหายใจเมื่อเห็นใบหน้าของเซี่ยเฉียวชัดเจนขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างขมขื่น
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
ความคิดของวิญญาณผู้หญิงผู้นี้ค่อนข้างอันตราย…
คนที่หลงใหลในรูปลักษณ์ของนางล้วนแต่อยากจะครอบครองร่างนางด้วย
ยิ่งกว่านั้น วิญญาณหญิงผู้นี้ไม่ได้ขึ้นมาจากปรโลก นางจะต้องเป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยว วิญญาณเช่นนี้พูดจาไม่รู้เรื่องไม่มีเหตุผล
เป็นอย่างที่คาด เซี่ยเฉียวเพิ่งจะคิดเช่นนั้น จู่ๆ วิญญาณหญิงก็พุ่งเข้าหาเซี่ยเฉียวราวกับจะสิงร่างนาง แต่เมื่อปะทะเข้ากับเซี่ยเฉียวนางก็เด้งออกมาทันที
ร่างกายของนางกำลังถูกไฟแผดเผาปกคลุมไปด้วยควัน แล้วทั้งร่างวิญญาณก็กระตุกสองครั้ง ก่อนที่นางจะสาปแช่งอย่างอ่อนแรง “เจ้าบ้าหรือ! จะพกของปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายอะไรมากมายขนาดนี้!”
เซี่ยเฉียวแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
อย่างไรก็ตาม นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในอ้อมอกของเธอ คาดว่านางคงเสียยันต์ไปแล้วหลายแผ่น
วิญญาณผู้หญิงถลึงตามองที่นางด้วยความเกลียดชังก่อนจะลอยออกไปอย่างไม่เต็มใจ
เซี่ยเฉียวโล่งอกทันที
วิญญาณตนนี้ไปแล้วก็จริง แต่ใช่ว่าเซี่ยเฉียวจะนั่งอยู่ในเกี้ยวได้อย่างสุขสงบ ยังมีวิญญาณลอยผ่านเข้ามาข้างในเกี้ยวของนางราวกับว่ามันไม่มีคนบ้างเป็นครั้งคราว
วิญญาณที่ดูดีพวกนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก
แต่วิญญาณเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วไม่น่ามองเอาเสียเลย!
“ฮิๆ…จุ๊ๆ ยังมีเด็กสาวคนหนึ่งด้วย ไอ้หยา น่าเสียดาย หากพี่ชายยังมีชีวิตอยู่จะต้องแต่งเจ้าเข้าบ้านเป็นแน่” พูดพลางก็เอื้อมมือออกไปวางบนไหล่ของเซี่ยเฉียว
พอเขาจะแตะลง มือของเขาก็ละลายแล้ว
เซี่ยเฉียวกังวลใจเกี่ยวกับยันต์ในอกเสื้อของนาง
ยอมเลย ยันต์นางหายไปอีกแผ่นแล้ว
มันคือสิ่งที่นางอดหลับอดนอนวาดออกมาเลยนะ วิญญาณป่าเถื่อนพวกนี้อาศัยว่าวันนี้พลังหยินแรงกล้าจนไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ เรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ก็ยังทำได้!
วิญญาณมากตัณหากุมมือของตนเอง เขาแสดงสีหน้าเจ็บปวดและแปลกใจ “เจ้านี่ก็ใจดำเกินไปนะ ข้าแตะนิดแตะหน่อย จะต้องโหดร้ายกันถึงขนาดนี้เลยหรือ มือของข้า…นี่ข้าต้องกินธูปเทียนอีกกี่เล่มเพื่อให้มันกลับมาเหมือนเดิมเนี่ย…”
พูดพลางก็ลอยจากไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
เซี่ยเฉียวกลอกตาหนึ่งที
นางสิที่ลำบาก ขนาดวันนี้นางสวมเสื้อผ้าอย่างนี้แล้ว ซึ่งถือว่าระมัดระวังตัวมากแล้วนะ นางยังถูกก่อกวนอีก!
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะดึงดูดความสนใจของวิญญาณที่อยู่รอบๆ นางคงเก็บผู้ชายเจ้าชู้นั่นไปแล้ว! เก็บให้หมด!
เซี่ยเฉียวฮึดฮัดไม่พอใจ สีหน้านางจึงดูไม่ดี แต่ก็ต้องกัดฟันอดทน นางโยกคลอนไปมา อย่างไรก็ตามหลังจากที่นางนั่งเกี้ยวผ่านไปได้ครึ่งทางของ คนหามเกี้ยวก็เกิดแข้งขาอ่อนแรงจนเท้าพลิก
เกี้ยวที่นางนั่งแกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย เซี่ยเฉียวรีบทรงตัวอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่นางลงมาจากเกี้ยวก็ได้เห็นเด็กน้อยยิ้มแฉ่งให้คนหามเกี้ยว ร่างกายที่บวมๆ ของเขาดูแปลกๆ เล็กน้อย ดวงตาสีซีดของเขายื่นออกมาน่ากลัว และรอยยิ้มของเขากลับทำให้คนขนลุกซู่
พริบตานั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกหนาวสันหลัง
“น่าสนุกจัง!” เด็กน้อยปรบมือ
คนหามเกี้ยวหันกลับมามองเซี่ยเฉียวก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา “แม่นาง ข้อเท้าของข้าพลิก ใช้งานไม่ได้ดั่งใจเสียแล้ว ข้าจะไปเรียกคนอื่นมาให้ท่านจะว่าอย่างไร…
คนหามเกี้ยวคนนี้เป็นคนที่นางใช้ให้ผู้ดูแลร้านหามาให้ ถึงอย่างไรวันนี้นางก็ออกมาจากบ้านแต่เช้าตรู่จึงไม่สะดวกที่จะใช้รถม้าของที่บ้าน
“ข้าเข้าใจแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่สร้างความลำบากใจให้คนอื่น
เซี่ยเฉียวทำอะไรไม่ได้ นางมองไปรอบๆ และพบว่าเพิ่งจะเดินทางมาได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น จึงสาวเท้าเข้าไปในเหลาสุราที่ใกล้ที่สุด
ตอนที่ 226 วิญญาณขยะ
ภายในเหลาสุราคึกคักมาก ทั้งมีการจัดงานชุมนุมกวีขึ้นอีกด้วย นักเขียนนักกวีหลายคนยืนอยู่ที่นั่น และกำลังคุยโม้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
เซี่ยเฉียวก้มหน้าก้มตา
“บทกลอนของคนคนนี้ไม่สละสลวย ยังคิดที่จะสอบจอหงวนอีก ฝันไปเถอะ!”
“หยาบคาย หยาบคาย! แม้ว่ากลอนที่เขาเขียนจะไม่ค่อยดีนัก แต่เจ้าพ่นคำหยาบคายเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ทำให้หูของข้าแปดเปื้อนเสียจริง!”
“ชีวิตนี้ของข้าสั้นนัก ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน หากข้ายังมีชีวิตอยู่ คนพวกนี้หรือจะมีโอกาสเชิดหน้าชูตาเช่นนี้”
“…”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกอึดอัด
นางขอห้องส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะรีบขึ้นไปชั้นบนทันที แต่ตอนที่นางเพิ่งจะก้าวขึ้นบันไดเท่านั้นก็มีลมหยินสายหนึ่งพัดผ่านเข้ามา นางคว้าจับผ้าคลุมหน้าเอาไว้แต่ก็จับไม่อยู่ มันจึงยกเปิดขึ้นทันที
“…” เซี่ยเฉียวตกตะลึง
“แค่เห็นรูปร่างก็รู้ได้เลยว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่ง ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!” วิญญาณของบัณฑิตซึ่งอยู่ไม่ไกลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าสง่างาม
เซี่ยเฉียวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
พวกวิญญาณขยะ!
“พวกเจ้ารู้สึกไหมว่าผู้หญิงคนนี้ดูแตกต่างไปจากคนอื่นๆ พอผ้าคลุมหน้าปิดคลุมลงมา นางก็มองมาที่ข้าทันที เป็นไปได้ไหมว่านางจะมองเห็นพวกเรา”
“ข้าได้ยินมาว่ามีผู้วิเศษในเมืองหลวงแห่งนี้ที่เข้าใจหยินหยางได้ แต่นางเป็นนักพรต แม่นางผู้นี้ค่อนข้างอ่อนแอ นางไม่น่าจะมีความสามารถขนาดนั้นนะ”
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ
“แม่นางเซี่ย” เซี่ยเฉียวขึ้นไปยังชั้นบน แต่แล้วนางก็ได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย “เหลาสุรานี่อยู่ห่างจากจวนตระกูลเซี่ยตั้งไกลนี่ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“บังเอิญผ่านมา” เซี่ยเฉียวเอ่ย
คนที่นั่งอยู่ตรงชั้นบนเป็นคนของเรือนคงกู่
พวกนางมีกันทั้งหมดสี่คน ได้แก่ ฟังมู่เสวี่ย ซย่าหย่าอวิ๋น และหญิงสาวอีกสองคนที่เซี่ยเฉียวก็รู้จักเพียงแต่ไม่เคยได้พูดคุยกัน หากนางจำไม่ผิดน่าจะเป็นเมิ่งซูเซียงและเฟิงซวงซวง
“ในเมื่อผ่านมาแล้ว ไม่สู้นั่งกับพวกเราเสียเลยเล่า ข้างล่างมีคนกำลังต่อบทกลอนกันอยู่” ฟังมู่เสวี่ยยิ้มและลากเซี่ยเฉียวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่เกิดเรื่องปลอมแปลงวาดภาพครั้งก่อน ความสัมพันธ์ของนางกับคนในเรือนคงกู่ก็ไม่เลวเลย
อย่างน้อยที่สุดก็สามารถพูดคุยทักทายได้เป็นปกติ และไม่จำเป็นต้องพุ่งเป้าขัดแย้งกันทุกวันแล้ว
แน่นอนว่ายกเว้นซย่าหย่าอวิ๋น
“ไม่เป็นไร” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เวลานี้นางอยากอยู่อย่างสงบ
“เซี่ยเฉียว บ้านของเจ้าอยู่ไกลตั้งขนาดนี้ แต่เจ้าบอกว่าบังเอิญผ่านมาก็น่าจะเป็นเรื่องโกหกใช่หรือไม่” ซย่าหย่าอวิ๋นยิ้ม และกวาดตามองพวกบัณฑิตที่อยู่ด้านล่าง “หรือว่า…ครอบครัวของเจ้าหาคู่หมายไว้ให้เจ้าแล้ว เจ้าก็เลยมาหาเขา? อีกอย่าง วันนี้เจ้าใส่ชุดอะไรของเจ้าน่ะ ผ้าลินินเนื้อหยาบ ตระกูลเซี่ยยากจนจึงถึงขนาดนี้แล้วหรือ”
“หย่าอวิ๋น!” ฟังมู่เสวี่ยไม่พอใจเล็กน้อย “พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันทั้งนั้น เจ้าอย่าได้เอาแต่พุ่งเป้าหาเรื่องแม่นางเซี่ยทุกครั้งจะได้ไหม”
เด็กผู้หญิงอีกสองคนต่างก็พากันพยักหน้า
“ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้นนี่” ซย่าหย่าอวิ๋นหน้ามุ่ย
“ข้าจะไปสำนักศึกษา แต่เกี้ยวหามมาพังเสียก่อนก็เลยเข้ามานั่งที่นี่” เซี่ยเฉียวยิ้มก่อนจะเอ่ย “แม่นางซย่า ข้าสวมใส่ผ้าลินินเนื้อหยาบก็จริง แต่เมื่อเทียบกับแม่นางซย่าที่สวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามทั้งตัวของเจ้าแล้วยังดูดีกว่ามาก หากเจ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความงามตามธรรมชาตินั้นหาที่เปรียบมิได้”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็เอ่ย “ข้าต้องการความสงบ คงไม่นั่งด้วยกันกับพวกเจ้าแล้ว”
หลังจากพูดจบนางก็ยิ้มให้ทุกคนแล้วเดินตรงไปทันที
“อารมณ์อะไรเนี่ย!” ซย่าหย่าอวิ๋นกลอกตา
สีหน้าของฟังมู่เสวี่ยขึงตึงเล็กน้อย “ทุกครั้งที่พวกเราพูดคุยกับเซี่ยเฉียว เจ้าต้องพูดอะไรที่ไม่เข้าหูอยู่เสมอ หย่าอวิ๋นหากเจ้ายังเป็นแบบนี้อีก ข้าก็ไม่กล้าชวนเจ้าออกมาดื่มชาด้วยกันแล้ว”
ซย่าหย่าอวิ๋นหน้าตึง “พี่มู่เสวี่ย ข้าก็กำลังช่วยเจ้าอยู่มิใช่หรือ หากเจ้าเชิญนางมาด้วยจริงๆ นางจะแยกแยะความแตกต่างระหว่างชานี่ได้หรือ พอถึงตอนนั้นทุกคนก็จะต้องอึดอัดใจ เจ้าไม่เคยได้ยินคำที่ว่าไก่ได้พลอยกิ้งก่าได้ทองหรือ”