ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 227 ระบายอารมณ์ / ตอนที่ 228 ชื่อเสียง
ตอนที่ 227 ระบายอารมณ์ / ตอนที่ 228 ชื่อเสียง
ตอนที่ 227 ระบายอารมณ์
คำพูดของฟังมู่เสวี่ยนี้เรียกได้ว่าขวานผ่าซาก แต่ฟังมู่เสวี่ยก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะพูดผิดไปเสียทั้งหมด
พวกนางไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูพวกบัณฑิตที่ชั้นล่างพวกนั้น แต่ได้ยินมาว่าเหลาสุรานี้ซื้อชาเขียวลวี่อวิ๋นมาชุดหนึ่ง จึงได้มาที่นี่เพื่อลิ้มรสชาโดยเฉพาะ ในห้องส่วนตัวนี้ตอนนี้มีชุดน้ำชาวางอยู่มากมาย นอกจากชาเขียวลวี่อวิ๋นแล้วยังมีใบชาอื่นอีกกว่าสิบชนิด
“แม่นางเซี่ยอาจจะเข้าใจเรื่องชาก็ได้นี่ อีกอย่างแม้ว่าข้าจะอยากให้นางร่วมวงกับพวกเรา นางก็ยังไม่ยอม เจ้าจะเอาเหตุผลอะไรมาไม่ชอบนางหรือ” ฟังมู่เสวี่ยบ่นพึมพำด้วยความจนใจ
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้วนางก็ปิดประตูทันที
สำหรับพวกวิญญาณแล้ว นางปิดประตูไปก็ไม่มีประโยชน์
ในชั่วพริบตาก็มีวิญญาณสามตนนั่งลงบนโต๊ะตรงข้ามกับนาง ด้านข้างยังมีวิญญาณตนหนึ่งอยู่ทางซ้ายและอีกตนหนึ่งอยู่ทางด้านขวา
พวกเขาล้วนแต่เป็นบัณฑิต
“สาวน้อยคนนี้ถูกทิ้งให้เหงาอยู่คนเดียวหรือเปล่า ข้าเห็นว่าเด็กสาวในห้องนั้นแต่งตัวไม่ธรรมดาเลยทีเดียว พวกนางคงเป็นลูกสาวคนมีเงินสินะ”
“ลูกสาวบ้านคนรวยพวกนี้มองไม่เห็นหัวใครช่างดูถูกที่สุด! นึกถึงตอนนั้นที่ข้าคิดจะขอแต่งงานก็เลยเข้าหาอย่างมีมารยาท แต่กลับถูกทุบตีไล่ออกมา พวกเลวทราม อยู่ที่ไหนก็เลวเหมือนกัน แค่เห็นพวกนางก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไรหรอก!” บัณฑิตผู้นั้นเอ่ยด้วยความโกรธ
เซี่ยเฉียวกำหมัดของนางไว้
สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าของบัณฑิตนั่นราวกับว่าไม่ได้ตั้งใจ
หลังจากมองแล้วนางก็รู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง
สมควรแล้วที่คนอื่นทุบตีขับไล่ออกมา?
โหงวเฮ้งนี้ อารมณ์บูดบึ้ง ขุนเขาทั้งห้าไม่บริบูรณ์ รูปลักษณ์เข้าเกณฑ์ คิ้วหนา จมูกใหญ่ หยิ่งผยองไม่รู้จักเจียมตัว จะเห็นได้ว่า บุคคลนี้มีภูมิหลังทางครอบครัวที่ไม่ดี บุคลิกของเขาก็ยังแย่อีก
ต่อให้เข้าไปอย่างมีมารยาทแค่ไหน แต่เรื่องที่ขอก็ไม่เหมาะสม ถูกคนทุบตีไล่ออกมาก็ไม่น่าแปลกใจหรอก
“ไม่สู้พวกเราช่วยระบายความอารมณ์ของแม่นางคนนี้เสียหน่อยดีหรือไม่!” จู่วิญญาณบัณฑิตก็เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
ระบายอารมณ์?!
หึ เห็นๆ กันอยู่ว่าเขามีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว เพียงแต่อายที่จะออกหน้าเอง ตอนนี้เลยคิดจะยืมชื่อนางมาทำเรื่องไร้ยางอายสินะ?!
“พวกเจ้าว่าหากคุณหนูลูกคนรวยพวกนี้วิ่งออกไปในที่สาธารณะในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เช่นนั้นแล้วต่อไปหากพวกนางคิดจะแต่งกับพวกตระกูลสูงก็คงจะไม่ได้แล้วใช่ไหม ข้าเห็นว่าวันนี้ยังมีพวกลูกศิษย์ที่นับว่าเก่งๆ อยู่ไม่น้อยเลยด้วย หรือว่าพวกข้าจะช่วยพวกเขาจับคู่ดี” ชายคนนั้นเอ่ยอีก
ท้ายที่สุดบัณฑิตคนอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกัน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น
ก็จริง พวกนักวิญญาณบัณฑิตที่มาที่นี่ส่วนมากแล้วจะเป็นพวกที่มีฐานะยากจน
หลังจากเล่าเรียนมาหลายปี จู่ๆ ก็เสียชีวิตไป ส่วนมากจึงมีความคับแค้นอยู่ในใจ
แต่เวลานี้เซี่ยเฉียวไม่อาจพูดอะไรได้เพราะมีวิญญาณอยู่ด้านล่างไม่น้อย หากนางเอ่ยขึ้นและแสดงให้เห็นว่านางมองเห็นวิญญาณได้ เช่นนั้นแล้ววันนี้ยันต์ที่นางพกมาด้วยเหล่านี้คงไม่เพียงพอที่จะปกป้องนางได้แน่นอน!
อย่างไรก็ตามนางเป็นผู้บำเพ็ญครึ่งหนึ่ง
ตอนนี้เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อหน้านางแล้ว และนางก็รับรู้แล้ว หากนางไม่ทำอะไรเลย การที่นางส่งวิญญาณที่ไปเกิดก่อนหน้านี้ก็เท่ากับไร้ค่า และเสียหายใหญ่หลวง ซย่าหย่าอวิ๋นนั่นช่างเถอะ แต่นางจะไม่สนใจคนอื่นๆ ก็คงไม่ได้
ขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ วิญญาณพวกนั้นก็ลอยไปที่ห้องข้างๆ แล้ว
ห้องถัดไปเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะน้ำชาจัดวางไว้หลายโต๊ะ บนโต๊ะแต่ละตัวมีเตาไฟขนาดเล็กสำหรับชงชาวางอยู่
ทันทีที่พวกวิญญาณมาถึง พวกเขาก็ยิ้มอย่างแปลกประหลาด
อึดใจถัดมา ไฟถ่านสำหรับต้มชาตรงหน้าพวกนางทั้งสี่ส่งเสียง เปรี๊ยะ และเกิดประกายไฟขึ้นมาในทันใด
“อ้ะ!” พวกฟังมู่เสวี่ยตกใจและกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นประกายไฟก็ตกลงมาบนกระโปรงของพวกนางโดยไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร!
ทันใดนั้นไฟก็ลุกไหม้
พวกสาวใช้ตกใจมาก พวกนางรีบกรูกันเข้าไปดับไฟให้คุณหนูของตนเอง ทำไปทำมาเสื้อผ้าก็ยุ่งเหยิงไปหมด และในเวลานี้พวกบัณฑิตชั้นล่างก็ได้กลิ่นไหม้แล้ว เมื่อมองชั้นบนนี้ก็ดูเหมือนจะมีเปลวไฟไหวระริกอยู่บ้าง
ตอนที่ 228 ชื่อเสียง
เสียงกรีดร้องของพวกฟังมู่เสวี่ยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวไม่น้อย
บัณฑิตหลายคนรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนทันที
ไหนเลยเซี่ยเฉียวจะมีเวลาได้คิดอะไรมากกว่านี้ นางออกจากห้องส่วนตัวไปก็เห็นบัณฑิตพวกนั้นท่าทางก้าวร้าว เซี่ยเฉียวก็รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที
นางบังเอิญเห็นผู้ดูแลจึงรีบก้าวเข้าไป “ข้างในห้องส่วนตัวล้วนแต่เป็นลูกสาวขุนนางทั้งนั้น คนนอกไม่ควรบุกรุกเข้าไป รบกวนผู้ดูแลช่วยเรียกบ่าวหญิงชราที่อยู่ด้านหลังมาช่วยกันดับไฟด้วย!”
ผู้ดูแลตกตะลึงและรีบทำตามทันที
หากเกิดไฟไหม้จริงๆ คนข้างในคงรีบวิ่งออกมาตั้งนานแล้ว
“เร็วเข้า ให้ใครเอาน้ำมาที!” ผู้ดูแลร้านตะโกนทันที จากนั้นก็ให้เสี่ยวเอ้อไล่บัณฑิตพวกนั้นลงไปข้างล่าง
สถานะของคุณหนูที่อยู่ข้างในนั้นล้วนไม่ธรรมดา หากเกิดเรื่องขึ้นที่นี่ เขาก็อย่าได้คิดจะเปิดเหลาสุราได้อีก
ภายในห้องพวกฟังมู่เสวี่ยทั้งสี่คนร้อนใจจะแย่แล้ว
ถ่านไฟนี้ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงได้เกิดประกายไฟปะทุขึ้นอยู่ตลอดเวลา ประกายไฟนี้ไม่ได้ใหญ่โตจนลุกไหม้พื้นด้านล่าง แต่เมื่อตกลงบนเสื้อผ้าของพวกนาง ชั่วพริบตาก็เกิดเป็นรูขึ้น บัดนี้เสื้อผ้าชั้นนอกที่พวกนางถอดออกก็ไหม้หมดแล้ว
ดังนั้นเวลานี้เสื้อผ้าของพวกนางจึงไม่เรียบร้อยเล็กน้อย พอเพิ่งได้ยินใครบางคนกำลังพูดอยู่ข้างนอก และดูเหมือนจะกำลังจะบุกเข้ามา!
หากให้คนเห็นจริงๆ ก็หมดกันพอดี?!
ทั้งหมดรู้สึกเสียใจแล้ว แม้ว่าพวกนางจะรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ไม่กล้าเอะอะส่งเสียงดังอะไรออกมา
โชคดีที่เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก
ผ่านไปครู่หนึ่งบ่าวหญิงชราพวกนั้นก็ยกน้ำมา แล้วพวกเขาก็เตะประตูเปิดออก
เซี่ยเฉียวเองก็ติดตามเข้ามาดูด้วย
วิญญาณบัณฑิตพวกนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะและมองดูฉากตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม พวกเขาพัดลมเร่งไฟราวกับยังไม่พอ จนเวลานี้พวกหญิงสาวต้องหลบไปไกลๆ แม้ว่าพวกนางจะถอดเสื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้ออกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกตกใจอยู่
ทันทีที่บ่าวหญิงชราทั้งหลายพุ่งเข้ามา พวกนางก็ก้าวไปและเทน้ำลงในเตาไฟทันที เกิดเสียงดังเสียดหู
ควันดำลอยออกมาจากเตาถ่าน
ฉุนจนต้องสำลัก
เมื่อผู้ดูแลที่อยู่ด้านนอกได้กลิ่นนี้ก็ตกใจ “นี่คือถ่านเงินที่ดีที่สุด! จะมีกลิ่นแรงขนาดนี้ได้อย่างไร!”
เซี่ยเฉียวไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงหยิบภาพวาดเทพเจ้าออกมาจากกระเป๋าเงินใบน้อย หลังจากที่คลี่ออกแล้วก็แปะลงบนประตู ทั้งๆ ที่บนนั้นไม่มีความเหนียวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับติดแน่นกับประตู ลมพัดก็ไม่ขยับ
ทันทีที่ภาพวาดนี้ออกมาสีหน้าของวิญญาณบัณฑิตพวกนั้นก็เปลี่ยนไปทันที
เซี่ยเฉียวเคลื่อนไหวเร็วมาก นางเผายันต์หนึ่งแผ่นทันที น้ำยันต์อยู่ในปาก กระบี่ไม้ท้อขนาดเล็กอยู่ด้านหน้า ก่อนนางจะพ่นน้ำใส่กระบี่ไม้ กระบี่เปื้อนน้ำยันต์โบกสะบัดเบาๆ ก็ราวกับหยดน้ำมีดวงตาและปีกงอกออกมา พริบตาเดียวก็ตกลงไปบนร่างพวกเขา
ร่างวิญญาณมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในบริเวณที่สัมผัสกับน้ำ
จึงพากันวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานไปทันที
ทันทีที่เหล่าวิญญาณบัณฑิตจากไป ภายในห้องก็เงียบงัน ควันหายไป ประกายไฟก็ดับแล้ว ไม่มีลมพัดแม้แต่น้อย และรูปภาพเทพเจ้าที่ประตูก็หล่นลงมาตามธรรมชาติ
เซี่ยเฉียวจึงเก็บของขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
พวกฟังมู่เสวี่ยสีหน้าดูไม่ได้เลย นางรีบสั่งสาวใช้ทันที “พวกเจ้ารีบไปซื้อเสื้อผ้ามาหน่อย แล้วก็เจ้าไปคอยเฝ้าประตูไว้ อย่าให้คนข้างนอกเขามาได้!”
พวกบ่าวหญิงชราก็รีบออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ฟังมู่เสวี่ยจัดการเรียบร้อยก็รีบหันไปทางเซี่ยเฉียวทันที “แม่นางเซี่ย โชคดีที่ได้เจ้าช่วยไว้ หากเมื่อครู่ปล่อยให้คนนอกบุกเข้ามาแล้วล่ะก็ พวกเราก็คง…พังหมดเป็นแน่”
นางรู้ดีว่าพวกคนข้างล่างที่พยายามจะบุกเข้ามาต่างก็มีเจตนาดี แต่พวกนางเป็นผู้หญิง ชื่อเสียงก็เป็นเรื่องสำคัญ
เสียชื่อเสียงก็เท่ากับจบสิ้นชีวิต!
“ไม่เจ็บใช่ไหม” เซี่ยเฉียวถามด้วยความเป็นห่วง
ฟังมู่เสวี่ยส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอก แต่เมื่อครู่ตอนที่ดับไฟถูกตีไปสองสามครั้งก็เจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไร”