ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 239 ขาดทุนหนัก / ตอนที่ 240 รบกวนผ่าบาท
ตอนที่ 239 ขาดทุนหนัก / ตอนที่ 240 รบกวนผ่าบาท
ตอนที่ 239 ขาดทุนหนัก
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าวิญญาณเหล่านี้หนวกหู แล้วนางยังปวดศีรษะเป็นอย่างมากด้วย
ใบหน้าของนางร้อนรุ่มไปหมด นางรู้สึกวิงเวียนศีรษะ และยังมีกลิ่นเหล้าติดทั้งตัว ก็ไม่รู้ว่านาง…ดื่มเหล้าไปมากแค่ไหน
ตอนนี้นางพูดไม่ได้และก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากนัก นางจึงหลับตาเพื่อเรียกสติ แต่เสียงจ้อกแจ้กจอแจเหล่านี้ทำให้สมองของนางแทบระเบิด
หลังจากนางอดทนจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม ปากของนางก็ผ่อนคลายขึ้น
ผ้านุ่มๆ ผืนนั้นถูกนำออกไปแล้ว
จ้าวเสวียนจิ่งวางผ้านุ่มๆ ไว้ด้านข้างและไม่ได้พูดอะไร
คงจะอุดปากนางไว้ทั้งคืนไม่ได้ ต้องให้ขยับสักหน่อย ไม่เช่นนั้นแล้วพรุ่งนี้ใบหน้านี้คงบวมแน่
“ฝ่าบาทช่วยแก้มัดข้าได้หรือไม่” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง ทันทีที่นางอ้าปากพูดก็รู้สึกได้ถึงความปวดเมื่อยบนใบหน้า ในใจก็ยิ่งรู้สึกแย่
จ้าวเสวียนจิ่งสะดุ้งตกใจก่อนจะหันมามองนาง
เซี่ยเฉียวกำลังมองเขาอย่างสงบ สายตาของนางดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย ทั้งยังแววจนตกใจ แม้จะไม่ได้ดูสดใส แต่ก็ดูเป็นธรรมชาติขึ้นมากทีเดียว
“หากข้าแก้มัดให้ เจ้าจะกลายเป็นคนอื่นทันที” จ้าวเสวียนจิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาสงบนิ่ง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ
รัชทายาทพูดมีเหตุผล
เพียงแต่สภาพนางเช่นนี้ราวกับลูกสาวบ้านไหนถูกลักพาตัวมา น่าสงสารยิ่งนัก
อีกอย่างนางก็ไม่กล้าที่จะถามว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
โหงวเฮ้งของรัชทายาทดีมาก ไม่ใช่คนประเภทที่เห็นใครก็เกิดราคะ ดังนั้นนางจึงไม่เชื่อคำพูดของวิญญาณพวกนั้นโดยเด็ดขาด กลับกันนางกลับไม่กล้าคิดว่าวิญญาณพวกนั้นใช้ร่างของนางทำอะไรลงไปบ้าง!
เซี่ยเฉียวลอบมองประเมินจ้าวเสวียนจิ่ง
เขาดูสงบนิ่งและไม่แยแสเกินไป พลังและจิตวิญญาณผ่อนคลายดุจหยกอันเลือนราง แสดงจันทร์ยามฤดูใบไม้ร่วงที่สาดส่องข้างหน้าต่างสะท้อนลงบนร่างเขา ดูทั้งสง่างามและเงียบสงบ ล้ำค่าและโดดเด่น รวมเป็นเขาอย่างสมบูรณ์ในคนคนเดียว
ไม่ได้ดูเหมือนว่าเพิ่งมัวเมาในเรื่องอย่างว่ามาเลย..
ทว่านางทำนายให้คนอื่นได้แต่ทำนายให้ตัวเองไม่ได้ หากนางทำอะไรกับคนคนนี้จริงๆ เกรงว่าคงจะมองไม่ออกหรอก
นางวิงเวียนศีรษะ
กลับไม่ใช่นางที่ได้ประโยชน์ในโอกาสอันยอดเยี่ยมเช่นนี้
เซี่ยเฉียวคิดอะไรไร้สาระอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ นางก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงเอ่ยหยั่งเชิง “ฝ่าบาท…พอข้าได้ดื่มก็จะมีนิสัยเปลี่ยนไปบ้าง ท่าน…คงไม่ได้คิดมากใช่ไหม”
“เรื่องที่เจ้าว่าข้าคิดมาก หมายถึงเรื่องวิญญาณยี่สิบสามตนนั้นหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงเย็น
“…” เซี่ยเฉียวหัวเราะเบาๆ แล้วเม้มริมฝีปาก “มากมายขนาดนั้นเลยหรือ…ทำไมข้าถึงไม่รู้เล่า…”
“ไม่ต้องเสแสร้งแล้ว อะไรที่ควรถามข้าก็ถามจนได้คำตอบหมดแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งรวบหนังสือ “แม่นางเซี่ย ก่อนหน้านี้ข้าแค่คิดว่าเจ้าเป็นครึ่งเซียน นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเข้าใจหยินหยางด้วย”
ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นเซี่ยเฉียวคำนวณดวงชะตาและแตะนิ้วดูฮวงจุ้ย แต่ในตอนนั้นเขาแค่ว่านางแค่พึ่งพาสมองของตนเองเท่านั้น
ไม่เคยคิดเลยว่านางจะมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นโดยตรงเช่นนี้
สายตาของเซี่ยเฉียวคลุมเครือ
“ข้าเล่าเรียนทางเต๋า เปิดดวงตาสวรรค์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก การเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จึงเป็นเรื่องปกติ” เซี่ยเฉียวปากแข็ง
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยเห็นนักบวชเต๋าในระดับสูง คนอื่นไม่ได้มีความสามารถเช่นเจ้า” จ้าวเสวียนจิ่งมองนางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
สีหน้าเซี่ยเฉียวกระอักกระอ่วน
“ฝ่าบาทคงไม่คิดจะเผาข้าทั้งเป็นหรอกใช่หรือไม่” ในเมื่อความแตกเสียแล้ว เซี่ยเฉียวจึงทำได้เพียงแต่ต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้น จากนั้นก็หันมาเอ่ยขึ้นอีกว่า “ในเมื่อฝ่าบาททรงทราบเรื่องของข้าแล้ว เช่นนั้นสถานการณ์รอบกายของท่านเป็นอย่างไร ท่านก็คงจะรู้แล้ว? พลังหยินรอบตัวท่านแข็งแกร่งเกินไป ยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งส่งผลกระทบกับท่านมากขึ้น ถ้าฝ่าบาททรงเก็บความลับให้ข้า ข้าก็จะจัดการปัญหานี้ให้ท่าน จะได้หรือไม่”
ปัญหาของรัชทายาทแก้ยากมาก! นางขาดทุนหนักแล้ว!
ตอนที่ 240 รบกวนผ่าบาท
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมรัชทายาทผู้นี้ถึงดึงดูดความสนใจของพวกวิญญาณนัก
แว่นแค้นก็มีชีพจรของตัวเอง ตราบใดที่ดวงเมืองรุ่งโรจน์ พวกเชื้อพระวงค์ก็จะมีปราณมังกรไม่มากก็น้อย วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่รายรอบจะไม่สามารถเข้าใกล้ได้
ฮวงจุ้ยของเชื้อพระวงศ์จะต้องได้รับการตรวจสอบจากปรมาจารย์แล้วและไม่ควรมีข้อผิดพลาดเช่นนี้ ดังนั้นปัญหานี้ของรัชทายาทจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาสาเหตุได้
ดังนั้นตอนนี้นางจึงยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามตอนนี้นางไม่รู้ก็จริง แต่นางก็สามารถตรวจสอบทีหลังได้
อักษรแปดตัวยามเกิด สุสานหลวง หรือคนสร้างพลังพิฆาตขึ้นมา แม้จะใช้เวลาหน่อย แต่ย่อมสามารถหาได้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ค่อนข้างยากลำบาก ดังนั้นแม้ว่าใบหน้านี้ของรัชทายาทจะถูกใจนางมากแค่ไหน แต่นางก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน
“ไม่ต้องหรอก แม่นางเซี่ยร่างกายอ่อนแอ ข้าจะรบกวนเจ้าได้อย่างไร” เวลานี้จ้าวเสวียนจิ่งนั่งหลังตรงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ
เซี่ยเฉียวรู้สึกอับอาย เวลานี้นางยังนอนอยู่ตรงนี้และไม่สามารถขยับได้ “ผู้บำเพ็ญเพียรลงมือก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรแล้ว มันเป็นการสะสมพรให้ตัวข้าเองด้วย”
เซี่ยเฉียวถอนใจอยู่ในอก
รัชทายาทในตอนนี้เหมือนโอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ แม้จะดูอวบใหญ่แต่ที่จริงแล้วมีรูใหญ่อยู่ด้านล่าง!
ปราณมังกรของชีพจรแคว้นส่งไปถึงเขาอย่างไม่ขาดสาย แต่เขากลับเก็บไว้ได้ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น อย่างอื่นก็ไม่มีแล้ว เพราะมีรูรั่วใหญ่ ของสกปรกจากภายนอกจึงเข้าใกล้เขาได้ พลังหยินและหยางก็ไม่มั่นคง
อันที่จริงแล้วเขาค่อนข้างน่าสงสาร
เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาอย่างเห็นใจ
ไม่รู้ว่านางดื่มเหล้าลงท้องมากไปแค่ไหน ดวงตาจึงเปิดแค่ครึ่งเดียว สายตาริบหรี่จึงดูเหมือนพลิ้วไหวระริกและดึงดูดใจอย่างยิ่ง
“ดึกขนาดนี้แล้ว ฝ่าบาทไม่กลับไปเรือนตะวันออกหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบๆ
จ้าวเสวียนจิ่งกลับยืนนิ่งไม่ขยับ “ข้ากลัวว่าเจ้าจะเผาสำนักศึกษานี้น่ะสิ”
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ไปก็ดี นางก็จะได้มีคนคุยด้วย
“รบกวนฝ่าบาทป้อนน้ำให้ข้าด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างหน้าด้านๆ
จ้าวเสวียนจิ่งเทน้ำชาโดยไม่ได้พูดอะไร เมื่อเขาเดินไปอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียว นางจึงได้พบว่าฝ่ามือข้างขวาของเขามีผ้าพันไว้ มันไม่เหมาะสำหรับการยกชาม
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ค่อยใช้มือขวาของเขา
เวลานี้เมื่อโจวเว่ยจงที่กำลังเฝ้าอยู่ที่ประตูเห็นจ้าวเสวียนจิ่งกำลังจะก้าวเข้าไป เขาก็เข้ามาทันทีและเอ่ยว่า “ฝ่าบาท ให้ข้าจัดการเถอะ”
จ้าวเสวียนจิ่งสีหน้าครึ้มลงไปทันที เขาวางถ้วยชาในมือซ้ายลงในมือโจวเว่ยจงอย่างง่ายๆ
เซี่ยเฉียวแค่ต้องการดื่มน้ำ ส่วนใครจะเป็นคนป้อนนั้นไม่สำคัญ แต่อย่างน้อยๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เป็นศิษย์น้องในนามของนาง นางก็ยังรู้สึกยินดีมากกว่าที่จะได้รับการดูแลจากศิษย์น้อง
อีกอย่างปฏิกิริยาของรัชทายาทก็แปลกไปเล็กน้อย
“แค่หยิบช้อนก็ไม่ได้หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน มือของฝ่าบาทไม่ค่อยสะดวกนัก เมื่อครู่ก็เพิ่งจะถูกใบมีดบาดไป ไม่ขยับเลยจะดีกว่า” โจวเว่ยจงรีบอธิบาย
“บาดหรือ นิ้วยังขยับได้ไหม” เซี่ยเฉียวถาม
“น่าจะขยับได้” โจวเว่ยจงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฝ่าบาทถูกใบมีดบาดกลางฝ่ามือ แม้จะมีเลือดออกไม่น้อย แต่การจับช้อนน่าจะไม่เกี่ยวกับบาดแผล
ประเด็นไม่ใช่บาดแผลนั้น แต่คือมือขวาที่พิการและถือของหนักไม่ได้ต่างหาก
“หากยังสามารถขยับได้ ก็รบกวนฝ่าบาทหน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียวหยั่งเชิง
ที่นี่ไม่มีบุคคลภายนอก นางจึงสามารถเอาเปรียบเขาได้เล็กน้อย
มุมปากของจ้าวเสวียนจิ่งยกโค้งขึ้นเล็กน้อย และใบหน้าที่เฉยเมยของเขาก็ยังไม่แสดงออกอะไรเป็นพิเศษสักเท่าไหร่ เขายกชามน้ำชาขึ้นอย่างมีความสุข มือข้างหนึ่งถือชาม อีกข้างหนึ่งก็จับช้อน เขายกช้อนส่งน้ำชาเข้าปากเซี่ยเฉียวเป็นพิเศษทันที
โจวเว่ยจงมองดูเขาด้วยความเป็นห่วง และจ้องไปที่มือของรัชทายาทโดยสัญชาตญาณ
เซี่ยเฉียวดื่มเข้าไปหนึ่งอึก “องครักษ์โจว ฝ่าบาทไม่ใช่คนโง่ หากมือของเขาไม่สะดวก เขาย่อมจะบอกเจ้าเอง เจ้าย้ายสายตาของเจ้าไปที่อื่นจะได้หรือไม่”