ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 243 สื่อรักแทนใจ / ตอนที่ 244 ไล่ออกไป
ตอนที่ 243 สื่อรักแทนใจ / ตอนที่ 244 ไล่ออกไป
ตอนที่ 243 สื่อรักแทนใจ
การหาคนไม่ใช่เรื่องยาก จ้าวเสวียนจิ่งจึงรีบตอบรับทันที
หลักๆ ที่เซี่ยเฉียวมาครั้งนี้ก็เพื่อที่จะขอบคุณเขา
โชคดีที่จ้าวเสวียนจิ่งยื่นมาเข้ามาแทรกเมื่อวานนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ววิญญาณที่สิงร่างนางคงไม่ได้มีแค่ไม่กี่ตนนั้น เมื่อวิญญาณสิงร่างย่อมต้องสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของนางอย่างแน่นอน ร่างกายของนางย่ำแย่ขนาดนี้ หากต้องถูกทรมานตลอดทั้งคืน ตอนที่นางตื่นขึ้นมาตอนเช้าจะต้องใกล้ตายแน่ๆ
ไม่เหมือนตอนนี้ที่นางยังพอมีแรงอยู่บ้างเล็กน้อย
“เมื่อวานฝ่าบาทใช้ยันต์คุ้มภัยไปแล้ว ตอนนี้ข้าก็ไม่มีของอะไรติดตัวอย่างอื่นอีกแล้ว นอกจาก…กระบี่ไม้เล็กๆ นี้ ดังนั้นจึงขอมอบให้ท่านเป็นพิเศษเพื่อแสดงความขอบคุณ หากท่านไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างมีมารยาท
จ้าวเสวียนจิ่งมองกระบี่ไม้ด้วยสายตาเย็นชา
ฝีมือการแกะสลักกระบี่ไม้นี้ดูคุ้นตาขึ้นมาก
หากเทียบกับตอนที่เขากราบอาจารย์อายุสิบสองและได้รับของขวัญพบหน้า กระบี่ไม้ท้อตรงหน้านี้…
นอกจากฝีมือการแกะสลักที่ไม่เหมือนกันแล้ว…ตั้งแต่วัสดุยันลวดลายไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย!
จ้าวเสวียนจิ่งหลุบสายตาลง คิ้วขมวดเล็กน้อยพยายามรับให้ได้กับพื้นผิววัสดุที่ขรุขระนี้ เขาลูบนิ้วเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยอารมณ์จนใจ
ส่วนเซี่ยเฉียวสีหน้าเรียบนิ่งจริงจัง ท่าทางนางราวกับท่านเซียนจากสวรรค์ที่มอบของล้ำค่าให้กับเขาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“นี่คือของแทนใจหรือ” หลังจากนั้นไม่นานจ้าวเสวียนจิ่งก็โพล่งออกมาอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวตกตะลึงไปทันทีก่อนจะเงยหน้ามองเขา “???”
“เจ้าเคยมอบกระบี่ไม้ให้คนอื่นไปกี่เล่มแล้ว??” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าที่ขึงตึง
เซี่ยเฉียวไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
มันเป็นเพียงกระบี่ไม้เล็กๆ เท่านั้น เป็นไม้ท้อที่ปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย ใช้งานได้ดีมาก
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งยังครุ่นคิดอยู่ว่าเขาจะกลับไปนำกระบี่ไม้ที่ศิษย์พี่เซียวเก็บเอาไว้มา แต่เมื่อเขาเห็นท่าทางของเซี่ยเฉียวแล้ว เกรงว่ากระบี่ไม้ที่นางมอบให้คนอื่นคงไม่ได้มีแต่เล่มที่มอบให้ศิษย์พี่เซียวเล่มนั้นเสียแล้ว
แม้เขาจะพยายามอย่างหนักก็เกรงว่าจะตามหาของแทนใจที่ ‘หล่นลงมาบนโลกมนุษย์’ นี้ได้ไม่ครบทุกเล่ม
“กระบี่ไม้นี้ข้าใช้ไม่ถนัดมือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสียงเบาอู้อี้และขยับเข้ามาใกล้นางอีก ทำให้คนฟังรู้สึกหูจั๊กจี้
เซี่ยเฉียวลูบหูของนาง “ตอนนี้ข้าไม่มีอย่างอื่น เมื่อวานใช้ไปหมดแล้ว ไม่สู้ท่านให้เวลาข้าสักสองสามวัน ข้าจะกลับไปวาดยันต์มาให้ดีหรือไม่”
แผ่นเดียวน่าจะไม่พอ บุญคุณน้ำใจขนาดนี้
“ไม้นี้ก็ไม่เลว เพียงแต่ฝีมือแกะสลักไม่มีอะไรใหม่ๆ ในเมื่อแม่นางเซี่ยอยากจะมอบของตกแต่งให้ข้าสักชิ้น เช่นนั้นก็แกะสลักอะไรที่พิเศษขึ้นมาหน่อยเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งบ่นพึมพำ จากนั้นก็เอ่ย “อย่างเช่น… หงส์คู่กู่ประสาน ยวนยาง คู่เล่นน้ำ หรือปทุมร่วมก้าน อะไรก็ได้ ข้าไม่เลือกมากหรอก”
“…” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ฮ่องเต้ชราจะพระราชทานสมรสให้เขาแล้ว? กลัวคนอื่นจะไม่รู้?
เซี่ยเฉียวแอบเยาะเย้ยเขา
เมื่อวานนางแอบเอาเปรียบรัชทายาทก็จริง แต่คิดว่าคงไม่ได้มีอะไรร้ายแรงมาก แค่แตะๆ เงามือหรือไม่ก็แอบดมกลิ่นหอมของเขาเท่านั้น นางก็ไม่ได้ถือสาอะไร รัชทายาทยังรู้จักที่จะรักษาระยะห่าง และเริ่มจงใจอวดความรักให้นางเห็นอีกด้วย
เหลือแค่สลักคำว่าแต่งงานแล้วบนหน้าผากเท่านั้น
ในใจเซี่ยเฉียวก็รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“ตกลง ข้าจะแกะสลักให้ท่านคู่หนึ่ง” เซี่ยเฉียวเอ่ยจริงจังอย่างจริงใจ
หลังจากนางตอบตกลงแล้ว เซี่ยเฉียวก็อ้างว่าร่างกายไม่ค่อยดี ไม่ควรอยู่นาน แล้วจากไปทันที
นางให้ผู้ดูแลจัดเตรียมรถม้าให้แล้วส่งนางกลับบ้านทันที
แต่การสั่งให้ผู้ดูแลทำเรื่องต่างๆ ก็ต้องใช้ถั่วเงินเช่นกัน
พอเซี่ยเฉียวขึ้นนั่งบนบรถม้าก็เริ่มคำนวณอย่างอดไม่ได้
นางใช้หนึ่งร้อยถั่วเงินไปกับการเช่าเรือนเมื่อวานนี้!
เดิมทีมันไม่ควรจะแพงขนาดนี้ แต่เมื่อวานเป็นวันหยุดพักผ่อน นางเองก็เช่าเพียงไม่นาน ราคาได้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าและเพื่อให้นางมีความเคลื่อนไหวมากเกินไปจึงได้เช่าเรือนหลังใหญ่ ข้างในมีเรือนมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานจำนวนหนึ่ง ดังนั้นราคาจึงสูง
นอกจากเงินเช่าเรือนแล้ว ยังมีค่าดื่มค่ากินอีก…
เซี่ยเฉียวบีบบัญชีเรียกเก็บเงินที่ผู้ดูแลส่งให้นางเมื่อตอนตื่น
ในใจนางรู้สึกเศร้าสร้อย
นางยังขี่ม้าอีกด้วย
วิญญาณพวกนั้นร้ายการจริงๆ มิน่าเล่าวันนี้นางถึงได้รู้สึกปวดเมื่อยน่องขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะนางเห็นใบเรียกเก็บเงินนี้แล้วล่ะก็ นางก็คงคิดว่าเมื่อวานตนเองลงมือกับรัชทายาทไปแล้วจริงๆ!
ตอนที่ 244 ไล่ออกไป
ในใจเซี่ยเฉียวรู้สึกขมขื่น นางพยายามที่จะแสดงสีหน้าใจกว้างและไม่แยแสทรัพย์สินของนอกกายพวกนี้
ถั่วเงินที่จ่ายไปเมื่อวานเป็นแค่การลงบันทึกไว้ และครั้งหน้าที่นางกลับไปสำนักศึกษาจะต้องไปชำระเงินให้ผู้ดูแลภายหลัง
ขี่ม้ายี่สิบถั่วเงิน สุราอาหารหนึ่งโต๊ะ…แปดสิบถั่วเงิน เช่าอาจารย์เซียว…
เดี๋ยวนะ!?
เซี่ยเฉียวจ้องบรรทัดนั้นบนใบเรียกเก็บเงินด้วยสีหน้างุนงง
นางไปเช่าอาจารย์เซียวมาตอนไหนกัน!
สีหน้าของเซี่ยเฉียวยิ่งแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก
เป็นไปได้ไหมว่า…เมื่อวานนี้นอกจากรัชทายาทแล้วอาจารย์เซียวก็อยู่ที่นั่นด้วย? คำว่า เช่า เช่าคำนี้…เซี่ยเฉียวยิ่งคิดก็ยิ่งลดเลี้ยว
ในที่สุดนางก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
นางพิงศีรษะไปที่ตัวรถม้า อารมณ์เคร่งขรึม สีหน้าจริงจัง
เมื่อเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวนี้ผ่านพ้นไปแล้ว วิญญาณจำนวนมากก็จะต้องกลับลงไปปรโลก ตอนนี้ข้างกายนางไม่มีวิญญาณเมื่อวานพวกนั้นห้อยโหนอยู่อีกแล้ว แม้แต่วิญญาณที่จะมาอธิบายเหตุผลให้นางฟังสักตนก็ไม่มี!
แน่นอนว่าแม้วิญญาณเมื่อวานพวกนั้นไม่อยู่ แต่ก็ยังมีวิญญาณอื่นๆ
ของป้องกันตัวที่นางเหลือติดตัวมีไม่มากแล้ว ยันต์พวกนั้นก็ไม่เหลือเลยสักแผ่น
เรื่องน่าตกใจของเมื่อวานและความเหน็ดเหนื่อยทำให้นางหายใจไม่ค่อยออก โดยเฉพาะเมื่อรถม้าโยกไปโยกมาเช่นนี้…ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่สบาย
โชคดีที่ไม่นานนักนางก็มาถึงบ้านตระกูลเซี่ย เซี่ยเฉียวกลับเข้าบ้านทางประตูรอง เมื่อกลับไปถึงเรือนนางก็สั่งงานท่านยายฟังและชุนเอ๋อร์เล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง
เรือนของเซี่ยเฉียวเงียบสงบอย่างยิ่ง
เนื่องจากเซี่ยเฉียวได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นบ่าวทั้งสองจึงไม่กล้าทำเสียงดังมากนัก ได้แต่รอให้เซี่ยเฉียวตื่นขึ้นมาอย่างกระวนกระวายใจไม่สบายใจ
ทว่าเซี่ยเฉียวกลับหลับไปรวดเดียวถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน
ตอนที่นางตื่นขึ้นมาใบหน้าของนางขาวซีดจนน่าตกใจ
ท่านยายฟังและชุนเอ๋อร์ตกใจอย่างแรง
“คุณหนู ให้ท่านหมอมาดูหน่อยดีไหมเจ้าคะ ท่านดูเหมือนจะไม่สบายมาก แล้วยังหลับไปนานขนาดนี้…” ท่านยายฟังมองเซี่ยเฉียวเหมือนกับมองหลานสาวของตนเอง
ถ้าหากเซี่ยเฉียวไม่ได้กำชับไว้ก่อนที่นางจะหลับไป นางคงนั่งไม่ติดนานแล้ว
นอกจากนั้น ตอนที่เซี่ยเฉียวนอนหลับไปนางก็คอยเฝ้าอยู่ข้างๆ ตลอด แม้จะรู้ว่านางสลบไสล แต่ก็ไม่ได้มีไข้ และลมหายใจก็มั่นคงอย่างยิ่ง นางจึงสามารถระงับความหวั่นวิตกและอดทนรอได้
“ข้าหิว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างน่าสงสาร
“มีข้าว! ข้าคอยอุ่นให้ร้อนอยู่บนเตาตลอด!” ท่านยาฟังรีบตอบรับ จากนั้นชุนเอ๋อร์ก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัว พริบตาเดียวอาหารก็ถูกนำมาวางอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียวแล้ว
หลังจากเซี่ยเฉียวล้างหน้าล้างตาแล้ว นางก็เริ่มกินอย่างช้าๆ
“ข้าสูญเสียพลังหยางไปมาก ข้าดูแล้วสองวันนี้แดดค่อนข้างดี เดี๋ยวข้าออกไปตากแดดให้มากสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไรแล้ว” เซี่ยเฉียวกินพลางเอ่ยพลาง “สองวันนี้ไม่มีใครจากเรือนใหญ่ถามหาข้าใช่ไหม”
“นายหญิงให้คนมาถามครั้งหนึ่ง ข้าบอกไปว่าท่านไม่ค่อยสบาย เขาก็กลับไป” ท่านยายฟังเอ่ย
เรื่องบางเรื่องนางที่อยู่ในฐานะบ่าวรับใช้ก็ไม่ควรพูด
นายหญิงตระกูลเซี่ยคนนี้ช่างไม่รู้ความจริงๆ
อย่างเช่นตอนที่นางบอกว่าคุณหนูไม่สบาย หากเป็นมารดาที่เอาใจใส่จริงๆ ก็จะต้องให้คนมาถามไถ่เพิ่มเติมสักหน่อย กระมั่งเรียกหมอมาดูอาการ แต่นี่กลับไม่มี หลูซื่อคนนั้นเพียงแต่ส่งคนมาบอกว่า พอคุณหนูดีขึ้นแล้วก็ให้ไปพบนางด้วย
ช่างไม่เหมือนใครจริงๆ
แต่นางเป็นมารดา คุณหนูเป็นลูก จะให้พูดว่านางทำไม่ถูกก็ไม่ได้
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้สนใจหลูซื่อ
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางอยู่ในวัด เซี่ยเฉียวเองก็เคยคิดว่าจะนับถือหลูซื่อ แต่หลังจากที่นางได้เห็นมานาน นิสัยของหลูซื่อก็เข้ากับนางไม่ได้จริงๆ ภายหลังนางจึงไม่อยากที่จะเสียเวลาไปสนใจเรื่องนี้อีก
“หากนางส่งคนมาอีกให้ไล่ออกไปก็พอแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เมื่อในท้องนางมีอาหารบ้าง เซี่ยเฉียวก็รู้สึกสบายขึ้นมาก
ร่างกายของนางก็อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
หลังจากเซี่ยเฉียวกินข้าวเสร็จแล้ว นางก็ไปอาบแดด แสงแดดอุ่นๆ อาบร่างนาง ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากเลยทีเดียว