ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 245 วางอำนาจ / ตอนที่ 246 สมองของใครจะระเบิดออกมาก่อนกัน
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 245 วางอำนาจ / ตอนที่ 246 สมองของใครจะระเบิดออกมาก่อนกัน
ตอนที่ 245 วางอำนาจ / ตอนที่ 246 สมองของใครจะระเบิดออกมาก่อนกัน
ตอนที่ 245 วางอำนาจ
อย่างไรก็ตามความเงียบสงบก็คงอยู่ได้ไม่นาน
ตอนที่หลูซื่อบุกเข้ามาในเรือนของนางก็ได้เห็นว่านางเอนกายอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น และหลับตาพักผ่อน
ภายใต้แสงอาทิตย์นางขาวราวกับสามารถส่องแสงได้ ดูราวกับว่านางสามารถขึ้นสวรรค์สู่แดนเซียนไปได้ทุกเมื่อ
หลูซื่อรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่บอกว่านางป่วยอยู่หรือ ตอนนี้ก็เห็นว่ายังอยู่ดีนี่!
มีเวลานอนอาบแดด แต่ไม่มีเวลาไปพบมารดาอย่างนาง?
“นังหนูเฉียว!” เสียงของหลูซื่อดังขึ้น
ท่านยายฟังเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที “นายหญิง คุณหนูของข้ากำลังพักผ่อน หากท่านมีเรื่องอะไรก็ค่อยพูดทีหลังเถอะ!”
“บังอาจ บ่าวอย่างเจ้าไม่รู้จักมารยาทเลยหรือ! คนอย่างเจ้าจะมาขวางนายหญิงอย่างข้าได้หรือ!” พ่อบ้านหยวนรีบตะคอกทันที “ยังไม่รีบถอยออกไปอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะขายเจ้าซะ!”
หลูซื่อเองก็ไม่ชอบขี้หน้าบ่าวชราคนนี้ เมื่อพ่อบ้านหยวนเอ่ยขึ้น นางก็รู้สึกได้ระบายโทสะและสดชื่นขึ้นมาก
ท่ายยายฟังกลับหัวเราะออกมา “ข้ามีสัญญาขายตัวก็จริง แต่มันอยู่ในมือคุณหนูต่างหาก คนอย่างเจ้าไม่มีปัญญาขายข้าหรอก!”
นางเป็นทาสก็จริง แต่เป็นทาสของเซี่ยเฉียว
ตอนที่หลานของนางลำบาก และแม่นางเซี่ยซื้อตัวพวกนางไว้ก็ได้พูดเอาไว้แล้ว แค่ให้พวกนางเชื่อฟังนางก็พอแล้ว ส่วนคนอื่น โดยเฉพาะคนที่นางไม่ชอบหน้าก็ไม่ต้องไปให้ความสนใจเลย
หลูชื่อสีหน้าเย็นชา “นังหนูเฉียว ข้ามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องจะพูดด้วย เจ้ากลับให้คนของเจ้าปฏิบัติกับข้าเช่นนี้หรือ”
เซี่ยเฉียวลืมตาขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ท่านแม่มาหรือ ข้าไม่สบาย ค่อยพูดกันวันหลังเถอะ”
สอดคล้องกลับท่าทีของท่านยายฟัง
หลูซื่อสีหน้าย่ำแย่วางหน้าไม่ถูก
นางเข้ามาที่เรือนนี้ครั้งแรกก็ทำกับนางอย่างนี้แล้ว?!
ไม่ต้องพูดถึงชาสักจิบ นางยังไล่คนอีก!
มีลูกสาวอย่างนี้ด้วยหรือ
โชคดีที่นางไม่ได้เป็นคนให้กำเนิดมา หากเป็นเด็กที่นางให้กำเนิด เด็กคนนี้ก็คงจะถูกรัดคอตายตั้งแต่ยังเป็นทารก!
หลูซื่อย่อมไม่ยอมจากไป นางยืนเอ่ยอยู่ที่เดิม “ข้าได้ยินมาว่าผิงกั่งส่งคนไปรับคนตระกูลหลินมา เรื่องนี้เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าข้าเลี้ยงดูไหวเอ๋อร์กับซีเอ๋อร์มาในช่วงหลายปีนี้ แม้ไม่มีความดีความชอบแต่ก็มีความลำบาก หากเจ้าไปรับคนตระกูลหลินมา ข้านับเป็นอะไร ต่อไปเด็กของคนนี้จะมองข้าอย่างไรเล่า”
“ท่านยายฟัง ให้ใครไปตามพี่ชายของข้ากลับมาจากศาลตัดสินคดีหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นเรียบๆ
หลูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็โกรธทันที “ห้ามไป!”
หลังจากที่พูดจบก็ให้คนปิดประตูแน่นหนา
จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงลุกขึ้นนั่งตัวตรง แล้วมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ท่านกำลังวางอำนาจในเรือนของข้า? ท่านพ่อไม่ได้บอกท่านหรือว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”
นางเหมือนเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง ใบหน้าขาวนวล สายตาลึกซึ้ง นางดูเหมือนศพไร้วิญญาณที่เดินได้ น้ำเสียงแผ่วเบานั้นช่างน่ากลัว
“เจ้าพูดอย่างนี้ได้หรือ! ข้าเป็นนายหญิงของบ้านนี้ มีที่ตรงไหนที่ข้าไปไม่ได้บ้าง!” หลูซื่อยิ่งโกรธเคือง “นังหนูเฉียว ข้าทำอะไรผิดต่อเจ้าหรือ ตั้งแต่ที่เจ้ากลับมาบ้าน ข้าก็ให้เจ้าได้กินดีอยู่ดี ไม่กี่วันก่อนยังซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้า เจ้าบอกว่าอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวง ข้าก็ไม่ได้ห้าม ข้าก็ไม่ได้ขอให้เจ้าตอบแทนหรืออะไร แต่เจ้าจะมาทำตัวเนรคุณอย่างนี้ไม่ได้”
หลูซื่อยังไม่กล้าคิดว่าหากคนตระกูลเซี่ยมาแล้วจะเป็นอย่างไร
แม้จะเป็นพวกบ้านนอกไม่มีสถานะอะไร แต่นางก็ถือเป็นญาติฝั่งมารดา แล้วแม่เลี้ยงอย่างนางจะอยู่ตรงไหน!
นางเป็นคนเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตลอด จะให้ยอมปล่อยให้คนตระกูลหลินเอาไปปูทางเปล่าๆ อย่างนั้นหรือ!
ก่อนหน้านี้พ่อลูกสองคนนั้นไม่เคยนึกถึงตระกูลหลิน เหตุใดตอนนี้จึงได้นึกถึงขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
นางรู้ได้โดยไม่ต้องเดาว่าจะต้องเป็นความคิดของเซี่ยเฉียวแน่
นังหนูคนนี้เกิดมาเพื่อขัดกับนางจริงๆ
ตอนที่ 246 สมองของใครจะระเบิดออกมาก่อนกัน
เซี่ยเฉียวยืนขึ้น ชุนเอ๋อร์จึงรีบเข้าไปพยุงทันที
“หลูซื่อ ท่านกับข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกันเหมือนน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำในแม่น้ำ ท่านก็จะสามารถอยู่ในฐานะนายหญิงได้อย่างมั่นคง การที่วันนี้ท่านมาก่อเรื่องวุ่นวายไร้เหตุผลถึงที่นี่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาไว้บ้างหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าชัดทีละคำ
แม้ว่าน้ำเสียงของนางจะเนิบช้า แต่พลังที่ส่งออกมากลับไม่น้อยเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้หลูซื่อคิดว่าสามีของนางไม่ได้รักเอ็นดูลูกสาวคนนี้ แต่เมื่อผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว นางไม่ถึงกับมองไม่ออก
สามีของนางไม่ได้ใส่ใจเซี่ยเฉียวมากก็จริง แต่เมื่อใดที่เซี่ยเฉียวพูดอะไรออกมากลับไม่มีคำไหนที่เขาละเลย!
ยังมีเซี่ยผิงกั่งอีก พวกเขาทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เข้าข้างกันตลอด ยิ่งทำให้นางทุกข์แต่ไร้ที่จะระบาย!
“ข้าแค่สั่งสอนลูกสาวเท่านั้น จะมีผลร้ายอะไรได้” หลูซื่อรู้สึกว่าก่อนหน้านี้นางอ่อนแอเกินไปหน่อย
เซี่ยเฉียวเป็นเด็กรุ่นหลัง นางก็นับว่าแค่ด่าว่าลงโทษเล็กน้อย ใครจะกว่าว่านางทำผิด!
ต่อให้เรื่องนี่แพร่ออกไปข้างนอก คนอื่นก็จะแค่พูดว่า นางเป็นแม่เลี้ยงที่ต้องเหน็ดเหนื่อยหนักใจ นางเลี้ยงดูเด็กสองคนสองคนนั้นมาตั้งสี่ปีเชียวนะ ชื่อเสียงของนางในฐานะแม่เลี้ยงนั้นดีมาตลอด!
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าร่างกายของนางอ่อนแรงจึงนั่งลงไปอีก
“ดูเหมือนว่าถ้าวันนี้ท่านไม่ได้ระบายอารมณ์ออกมาก็คงจะไม่ยอมจากไปสินะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก
“เจ้าจะต้องยอมรับผิดแต่โดยดี พอท่านพ่อและพี่ชายของเจ้ากลับมาแล้วก็บอกพวกเขาว่า ไม่ต้องพาคนตระกูลหลินมา! ไม่เช่นนั่น…นังหนูเฉียว ข้ายังเป็นนายหญิงในบ้านนี้ หากเจ้าไม่เชื่อฟัง ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้า!” หลูซื่อเอ่ยอีก
นางยังคงแน่วแน่
“ได้ เช่นนั้นท่านก็ลงมือเถอะ” เซี่ยเฉียวเอนหลัง “การสอนของท่านคงไม่ใช่แค่ขยับปากใช่หรือไม่ จะลงโทษข้าด้วยการทุบหลังหรือตีมือ?”
หลูซื่อรู้สึกรับมือไม่ทันเล็กน้อย
การตอบสนองของเซี่ยเฉียวไม่เหมือนกับที่นางคาดไว้
แล้วท่านยายฟังก็ยิ้มเยาะ “คุณหนูของข้าเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ก่อนที่ฮูหยินจะมานางก็สลบไสลไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ท่านในฐานะนายหญิงของบ้านเมื่อมาแล้วไม่ถามไถ่เรื่องอาการป่วยของนางก็ช่างเถอะ แต่หากท่านทำอะไรนางแม้แต่ปลายเล็บ หากเรื่องนี้เล็ดลอดออกไป ท่านก็เท่ากับเจตนาให้นางตาย! คุณหนูเป็นศิษย์สำนักศึกษาหลวง หากจู่ๆ นางไม่ไปเรียนเพราะป่วยและเจ็บตัวก็ต้องมีคนถามนั่นนี่อยู่แล้ว!”
เซี่ยเฉียวนั่งอย่างสงบ
ปล่อยให้นางทุบตีไป
หากวันนี้หลูซื่อกล้าลงมือจริงๆ ก็ต้องยอมรับนับถือในความใจกล้าของนาง และรอวันที่นางจะถูกหามออกไปจากบ้านนี้ได้เลย
ใบหน้าหลูซื่อแข็งค้างและจ้องมองท่านยายฟัง
“ใครจะไปรู้ว่าเจ้าพูดจริงหรือเปล่า ก็อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้ป่วยไปเสียแล้ว! ตอนที่ข้ามาถึงเจ้ายังนอนอาบแดดอยู่เลย” หลูซื่อก้าวร้าวดุดัน
“นายหญิง ก่อนหน้านี้ต่างก็พูดกันว่าร่างกายของคุณหนูไม่ดี แต่บ่าวดูแล้ว คุณหนูใหญ่ก็ยังกินดื่มได้ปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ อีกอย่าง…ถึงอย่างไรคุณหนูใหญ่ก็เป็นผู้หญิง แต่กลับไม่ค่อยอยู่กับบ้าน…”
“ไม่อยู่บ้าน” หลูซื่อตกตะลึง
“ขอรับ บ่าวกังวลความปลอดภัยของคุณหนูก็เลยให้คนคอยเฝ้าดูตรงประตูเข้าออกไว้ คืนก่อนคุณหนูใหญ่ไม่อยู่ เพิ่งจะกลับมาตอนเช้า” พ่อบ้านเอ่ย
หลูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้นยินดี
แค่นี้ชื่อเสียงนางก็หมดสิ้นแล้วสินะ!
“เซี่ยเฉียว! เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงกลางค่ำกลางคืนออกไปข้างนอกทำไม! ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยเจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่!” หลูซื่อตะโกนโวยวายใส่เซี่ยเฉียว “เจ้าคุกเข่าพิจารณาตัวเองอยู่ในเรือนนี้เลยนะ!”
เซี่ยเฉียวไม่ทำขยับราวกับไม่ได้ยิน
“เด็กๆ จับคุณหนูใหญ่มัดไว้!” หลูซื่อที่เริ่มบทโหดเอ่ยด้วยอารมณ์โกรธเคือง
หยวนหรงรีบกวักมือเรียกบ่าวรับใช้สองคนเข้ามาทันที
คนที่หลูซื่อนำมาด้วยย่อมต้องฟังคำสั่งนางอยู่แล้ว
ท่านยายฟังรีบเข้ามาขวางไว้
ข้างๆ เก้าอี้ที่เซี่ยเฉียวนั่งอยู่มีหีบสมบัติของนางวางอยู่ด้วย ซึ่งเดิมทีนางวางไว้เพื่อรับแสงแดด เวลานี้นางจึงยื่นมือไปหยิบเอาหน้าไม้คันเล็กๆ ออกมา
“เอาสิ ก้าวเข้ามาอีกสักสองก้าว ให้ข้าเดาหน่อยว่าสมองของใครจะระเบิดออกมาก่อนกัน” เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม หน้าไม้ในมือของนางหันไปทางหลูซื่อ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบช้าและไพเราะ
นางเดินทางไกลจากวัดมาถึงที่นี่ คิดว่านางจะไม่มีปัญญาปกป้องตัวเองเลยหรือ