ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 249 อะไรก็ไม่รู้สักอย่าง / ตอนที่ 250 ทำได้หรือไม่
ตอนที่ 249 อะไรก็ไม่รู้สักอย่าง / ตอนที่ 250 ทำได้หรือไม่
ตอนที่ 249 อะไรก็ไม่รู้สักอย่าง
เซี่ยหนิวซานพอจะเข้าใจแล้ว
เขาโกรธอยู่ก็จริง แต่ก็รีบเอ่ย “ข้าจะไปถามนังหนูให้รู้เรื่อง”
เซี่ยหนิวซานก้าวเท้ายาวๆ ออกไปทันที
หลังจากที่เซี่ยผิงกั่งเข้าบ้านไปและได้ยินเรื่องราวแล้ว เขาก็รู้ว่าท่านพ่อของเขาจะต้องถูกภรรยาเผาหูเป็นแน่ ดังนั้นจึงได้รอเขาอยู่ที่ประตูเรือนใหญ่
เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของเขาก็รู้สึกรังเกียจขึ้นมาทันที “ท่านพ่อ ท่านเลือกภรรยาอะไรมากันนี่ นางไม่เข้าใจภาษาคนแม้แต่น้อย! ก่อนหน้านี้ท่านไม่เคยบอกนางหรือว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ให้รอพวกเรากลับมาก่อนค่อยพูดคุยกัน ห้ามไม่ให้ไปที่เรือนของน้องหญิงใหญ่ นางกลับฟังไม่เข้าใจ!?”
“…” เซี่ยหนิวซานอ้าปากค้าง
เขาเคยพูดไว้แล้วจริงๆ ด้วย
เขาเกือบจะถูกหลอกให้ไปแล้วไหมเล่า
“ข้าพูดแล้ว แต่ขาก็เป็นของนางนี่ ข้าจะทำอย่างไรได้” เซี่ยหนิวซานไม่พอใจ
“ยังมีหยวนหรงอีก เรื่องคราวนี้ก็สมควรแล้ว ประสาอะไรถึงได้กล้าเข้าไปในเรือนของคุณหนู หากเป็นข้า ลูกดอกคงพุ่งเข้าหัวมันไปแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
เมื่อเซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้น ความคิดที่ถูกเป่าหูจนวุ่นวายของเขาก็สงบลง
“อย่ามัวพูดอยู่เลย ไปถามน้องสาวเจ้ากันดีกว่าว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” เซี่ยหนิวซานถอนหายใจ
เวลานี้เซี่ยผิงไหวก็วิ่งออกมาพอดี พวกเขาสามคนพ่อลูกจึงไปที่เรือนเซี่ยเฉียวด้วยกัน
ตอนที่พวกเขาเข้าไปยังเห็นเลือดที่เปื้อนอยู่บนพื้น
พวกเขาจึงขมวดคิ้ว
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เซี่ยเฉียวจึงกลับเข้าไปในห้องเพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็น
นางกำลังนั่งแปลบทความภาษาอื่นอยู่ด้านใน ด้วยคิดจะใช้ช่วงเวลาในวันหยุดนี้ทำงานให้มากขึ้นหน่อย เพื่อจะได้หาถั่วเงินมาชดเชยที่เสียไปก่อนหน้านี้
พ่อลูกทั้งสามคนยืนอยู่ตรงประตูห้องด้วยความกระอักกระอ่วน
“จะยืนนิ่งอยู่กันทำไมเล่า คิดจะเป็นเทพเฝ้าประตูอยู่ตรงนั้นหรือ” เซี่ยเฉียววางพู่กันลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
เซี่ยหนิวซานใจเต้นกระตุก เขาเหลือบมองเซี่ยผิงกั่งก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “นางโกรธพวกเราหรือนี่…”
เซี่ยผิงกั่งถลึงตาใส่เขา
เพราะใครกันเล่า!
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืน แล้วให้ชุนเอ๋อร์ไปเตรียมน้ำชา
“ข้าจะมาถามว่าเมื่อตอนกลางวันเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ไม่อยู่บ้านกัน หากพวกเจ้าสองแม่ลูกมีปัญหากัน บ้านเราก็ไม่สงบสุข…” เซี่ยหนิวซานเอ่ยเสียงเบา ท่าทางไม่ค่อยมั่นใจ
เขากลัวลูกสาวคนนี้เล็กน้อย
เนื่องจากนางเป็นคนให้ตำแหน่งขุนนางนี้แก่เขา หากตอนนั้นเซี่ยเฉียวไม่ได้เขียนจดหมายมาหาเขา ให้เขาไปรบกับคนเถื่อน ใช้คุณูปการแลกตำแหน่งราชการมา วันนี้เขาก็คงไม่ได้อยู่อย่างสะดวกสบายเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกสาวก็ไม่เหมือนลูกชาย นางนุ่มนวลบอบบาง เสียงของนางเบาดุจขนนก หากเขาทำเสียงดังเกินไปราวกับว่าเขาอาจจะทำให้นางตกใจตายได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พอเขาได้เห็นลูกสาวคนนี้ เขาก็นึกถึงอดีตคู่ชีวิตของเขาแม่เสือเผิง
เวลาที่ภรรยาของเขาคนนั้นทุบตีเขา นางไม่เคยยั้งมือเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะดูออดอ้อนกว่าสะใภ้เผิง กระทั่งว่าหน้าตาไม่เหมือนมารดาของนาง แต่ตอนนี้น้ำเสียงแปลกๆ ที่เปล่งออกมา…
กระตุ้นให้เขานึกถึง
“ท่านพ่อพูดว่าใครเป็นแม่ลูกกันหรือ” สายตาเซี่ยเฉียวไม่ได้มองเซี่ยหนิวซาน นางเอ่ยเยาะอย่างไม่ใส่ใจ “แม่ของข้าไปเกิดใหม่ตั้งนานแล้ว นางจะนับเป็นอะไรได้หรือ ก่อนหน้านี้ข้าเรียกนางว่าท่านแม่ก็เพราะเกรงใจเท่านั้น ท่านกลับคิดว่าเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ”
“…” เซี่ยหนิวซานกลืนน้ำลาย “เกิดอะไรขึ้น!”
ชุนเอ๋อร์กลับเข้ามา
นางเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเคือง “ท่านยังมาถามอีกว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหนูของข้าเกือบจะตายอยู่แล้ว ท่านยังไม่รู้อีก?!”
ชุนเอ๋อร์ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย
เซี่ยหนิวซานใจเต้นกระตุกทันที “ข้าเพิ่งจะกลับบ้านมาจะรู้เรื่องอะไรได้เล่า…”
“เรื่องอะไรท่านก็ไม่รู้สักอย่าง ท่านก็มาหาเรื่องคุณหนู! ปัญญาของท่านหายไปไหนหมดแล้ว” ชุนเอ๋อร์เอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยหนิวซานรู้สึกว่าตนเองโดนลูกดอกแทงไปสองดอก “อย่ามาพูดเรื่องไร้ประโยชน์กับข้าอยู่เลย เมื่อกลางวันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เหตุใดลูกสาวผู้เป็นหน้าเป็นตาของเขาจะต้องเกือบตายด้วย!
ตอนที่ 250 ทำได้หรือไม่
ชุนเอ๋อร์ฮึดฮัดขัดใจ พอนึกถึงเรื่องเมื่อกลางวันขึ้นมา นางก็กลัวแทนเซี่ยเฉียว
“คุณหนูของข้าไม่สบาย นางสลบไสลไปถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่ก็กลัวว่าพวกท่านจะเป็นห่วง จึงได้ห้ามไม่ให้พวกข้าไปตามท่านหมอมาดูอาการ ทั้งยังบอกว่านางเคยชินกับอาการเช่นนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ได้แต่บอกว่าเป็นลมนิดหน่อยไม่เป็นอันใด พวกเราก็กลัวว่าคุณหนูจะไม่สบายใจจึงได้เชื่อฟังคำสั่งนาง แต่นายหญิงสิกลับส่งคนมาบอกให้คุณหนูไปพบ พอบอกว่าคุณหนูไม่สบายกลับไม่ยอมเชื่อ!”
“เช้าวันนี้บังเอิญแดดดี คุณหนูก็ชอบอาบแดดอยู่แล้ว นางบอกว่าพลังหยางที่เพียงพอดีต่อร่างกาย นางก็เลยเอนหลังอยู่ที่ลานบ้าน นายหญิงก็นำขบวนบ่าวชายบ่าวหญิงบุกเข้ามา คุณหนูของพวกข้ายังไม่ได้แต่งงานออกเรือนเลย มีพ่อบ้านบ่าวรับใช้บ้านไหนบ้างที่กล้าไร้มารยาทเช่นนี้!”
“เรื่องนั้นก็แล้วไปเถอะ พอคุณหนูให้พวกนางจากไป พวกนางกลับไม่ฟัง นายหญิงหาว่าคุณหนูเสแสร้งแกล้งทำ และต้องการจะลงโทษคุณหนู เดี๋ยวก็ว่าจะโบยนาง เดี๋ยวก็จะให้คุกเข่า แม้แต่จะยืนคุณหนูของพวกเราก็ยังยืนไม่มั่งคงเลย ไม่มีประโยคไหนที่นางจะแสดงความห่วงใยเลย กลับคอยยั่วโมโหคุณหนูไม่หยุดหย่อน!”
“พ่อบ้านหยวนนั่นยังพูดว่าคุณหนูของพวกเราไม่กลับบ้านในคืนเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว คำพูดของเขาราวกับต้องการบอกคนอื่นว่าคุณหนูไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจกระนั้น!”
“ที่ׅคุณหนูของพวกข้าไม่ได้กลับบ้านในคืนวันเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว เพราะนางไปอยู่ที่สำนักศึกษา หากท่านไม่เชื่อ ก็ให้ไปถามผู้ดูแลที่สำนักศึกษาดู!”
“พอนายหญิงของท่านรับรู้เช่นนั้นก็ทำราวกับนกอินทรีเห็นกระต่ายต้องรีบจิกทันทีกระนั้น นางจะสั่งสอนคุณหนูให้ได้ มีแม่แบบนี้ที่ไหนกันเล่า อย่าว่าแต่คุณหนูไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรเลย ต่อให้นางทำเรื่องไม่ดีจริงๆ คนเป็นแม่เช่นนางกลับไม่คิดที่จะหาวิธีปกป้องชื่อเสียงของนาง เอาแค่คิดที่จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต?!”
“ระหว่างทางที่คุณหนูเดินทางมาเมืองหลวงนางก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรเลย! หลูซื่อซื้ออะไรต่ออะไรให้แม่นางเผยเต็มไปหมด ของดีๆ เต็มคันรถกลับไม่มีของคุณหนูสักชิ้น เดิมทีของที่ตระกูลเหยียนนำมาขอขมาก่อนหน้านี้ก็เป็นของที่นำมาให้คุณหนู แต่นายหญิงกลับทำราวกับว่านางเป็นคนจ่ายเงินซื้อมาให้คุณหนูกระนั้น บอกว่าตนเองจ่ายเพื่อคุณหนูไปตั้งมาก ช่างน่าขันเสียจริง!”
“ถึงข้าไม่เคยเห็นโลกกว้างก็จริง แต่ก็รู้จักที่จะสงสารคุณหนู หากไม่ใช่ว่านางเห็นแก่พวกท่านแล้ว นางคงไม่นิ่งเฉยขนาดนี้หรอก”
“…”
คำพูดที่สอดคล้องกันเป็นฉากๆ ของชุนเอ๋อร์ทำให้เซี่ยหนิวซานต้องตกตะลึง
ผลสุดท้ายกลายเป็นว่าลูกสาวคนโตของเขากตัญญูต่อเขาไปเสียอีก ดังนั้นเขาจึงได้แต่ต้องอดทนไว้
แต่เขาที่เป็นบิดากลับแต่งภรรยาที่ไม่ดี ทำให้ลูกสาวคนโตของเขาต้องลำบาก
ใบหน้าชราของเขาแดงก่ำแล้ว
“ตอนนี้ร่างกายน้องหญิงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” เซี่ยผิงกั่งรีบเอ่ยถามทันที
“ได้กินอะไรบำรุงดีๆ เข้าไปบ้างแล้ว ก็ไม่แย่เท่าไหร่” เซี่ยเฉียวก็ยังคงดูไม่ค่อยมีพลังชีวิตเท่าไร
“เจ้า…เด็กนี่ ไม่สบายแล้วทำไมไม่บอก ใช่ว่าครอบครัวของเราไม่มีเงินหาหมอเสียหน่อย!” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นมองเขา “ท่านพ่อมีเงินหรือ ท่านดูยากจนจะตายไป”
“…” เซี่ยหนิวซานจุกอก
ยากจน
ไม่มีขุนนางคนไหนที่จะยากจนไปกว่าเขาแล้ว
เซี่ยหนิวซานรู้สึกอึดอัดในใจขึ้นมาทันที เขาหันไปต่อยหน้าอกเซี่ยผิงไหวทีหนึ่ง “เจ้าเด็กบ้านี้ เงินหนึ่งหมื่นตำลึงที่เจ้าเป็นหนี้พี่สาวเจ้าเมื่อให้ถึงจะได้คืนหา!”
“…” เซี่ยผิงไหวเอามือกุมศีรษะตนเองพลางจ้องไปที่บิดาของเขา
เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล่า!
หลังจากระบายความโกรธของเขาแล้ว เซี่ยหนิวซานก็หันไปยิ้มกับเซี่ยเฉียวด้วยความเขินอาย “ต่อให้พวกเราจนแค่ไหนก็ต้องหาหมอ…จริงสิ เจ้ากินอะไรบำรุงหรือ พอหรือไม่ ไปซื้อมาเพิ่มอีกดีไหม เดี๋ยวค่อยไปเบิกเอากับห้องบัญชี…”
“ท่านพ่อจะเลี้ยงข้าหรือ” เซี่ยเฉียวเองยหน้ามองเขาด้วยท่าทีนิ่งๆ
“แน่นอนสิ!” เซี่ยหนิวซานแสดงเจตนาทันที
“เช่นนั้นก็ดี เดี๋ยวข้าจะให้ชุนเอ๋อร์ส่งรายการอาหารที่ข้ากินทุกวันไปให้ท่าน ร่างกายของข้าต้องอาศัยของพวกนั้นบำรุง จะขาดอะไรไปไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว ต่อไปต้องพึ่งท่านแล้ว” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง จากนั้นนางจึงเอ่ย “หยวนหรงตายแล้วหรือไม่ หากตายแล้วให้เอาศพไปโยนที่ป่าช้า หากยังไม่ตาย…ก็ให้โบยเขาแปดสิบที ตัดแขนตัดขาเขาแล้วโยนออกไป เรื่องนี้ท่านพ่อทำได้หรือไม่”