ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 251 มีสามทางให้เลือกเอง / ตอนที่ 252 ลาโลก
ตอนที่ 251 มีสามทางให้เลือกเอง / ตอนที่ 252 ลาโลก
ตอนที่ 251 มีสามทางให้เลือกเอง
เซี่ยหนิวซานอกสั่นขวัญแขวน
เขารู้สึกไม่ชินที่ลูกสาวคนโตของเขาพูดเรื่องฆ่าฟันเช่นนี้ แม้แต่เรื่องรายการของบำรุงที่นางพูดก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากคิดว่าผู้หญิงอย่างนางจะกินได้สักเท่าไรกัน ในเมื่อตัวนางก็เล็กเช่นนี้…
“ลูกรัก เอ่อ…หยวนหรงคนนี้ติดตามข้ามาตั้งแต่ก่อน พวกเราอยู่ค่ายเดียวกันมา ตอนนี้ข้าสบายแล้ว จะไม่ดูแลพี่น้องก็ไม่ได้ เจ้าว่าใช่หรือไม่” เซี่ยหนิวซานเอ่ยอย่างระมัดระวัง
เซี่ยเฉียวหรี่ตาดูท่าทางผิดหวังเล็กน้อย
“ที่แท้ในสายตาท่านพ่อก็จะต้องดูแลพี่น้องไปตลอด แม้ว่าเขาจะล่วงเกินลูกสาวของท่านครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านก็ทนได้? วันนี้เขาบุกเขามาในเรือนของข้าอย่างกะทันหัน และยังสั่งให้บ่าวในบ้านแย่งของของข้า เช่นนั้นแล้ววันข้างหน้าก็ให้เอาชีวิตลูกสาวท่านให้เขาไปเถอะ” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวทั้งเฉยเมย เย็นชา และยังห่างเหินอย่างยิ่ง
เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหนาวเหน็บในใจขึ้นมาทันที
“สมควรตาย!” เซี่ยผิงกั่งเด็ดขาดมาก “น้องหญิงวางใจเถอะ เดี๋ยวกลับไปข้าจะเด็ดแขนขามันเสียให้หมด แล้วโยนออกไปนอกเมือง ต่อไปก็ห้ามไม่ให้มันผู้นั้นโผล่หน้ามาใกล้บ้านตระกูลเซี่ยอีก! มันลบหลู่ดูหมิ่นเจ้าขนาดนี้ จะต้องให้มันอยู่เหมือนตายทั้งเป็น”
“เจ้าเด็กบ้า!” เซี่ยหนิวซานร้อนใจเล็กน้อย
เรื่องลงโทษก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว จะขับไล่ไปก็ได้ แต่…
จะต้องโบยด้วยหรือ แบบนี้ออกจะไร้ความปรานีไปหน่อยหรือไม่…
“หยวนหรง หมาตัวนี้ไม่ซื่อสัตย์มานานแล้ว บัญชีที่บ้านก็เละเทะ หลูซื่อทำอะไรไม่ดี เขาก็ได้เงินไปไม่น้อย! แม้ว่าเขาจะเป็นคนเก่าคนแก่ออกมาจากค่าย แต่เขาเป็นคนไร้ประโยชน์ และยังไม่เคยต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกับพวกเรามาก่อน ให้โจรที่ชอบรบราฆ่าฟันแบบเขามาเป็นพ่อบ้าน พวกเรายังให้ความเป็นธรรมกับเขาอีกหรือ เขากลับกล้าที่จะขี่หัวเจ้านาย แม้ว่าคนประเภทนี้จะอยู่ในค่าย เขาก็จะเป็นคนทรยศที่ไม่ซื่อสัตย์ ดีเท่าไรแล้วที่ไม่โยนมันให้เป็นอาหารหมาป่าไปเสีย!”
เซี่ยหนิวซานรับฟังคำพูดของลูกชายตนเอง เวลานี้จึงเก็บไปคิดอย่างจริงจัง
เขาก็ไม่คิดว่าหยวนหรงดีอะไรมากมาย
เพียงแต่มีคนในค่ายน้อยลงเรื่อยๆ บางคนที่ออกมาด้วยกันได้เปลี่ยนสถานะไปอย่างสิ้นเชิง และลืมมิตรภาพระหว่างพี่น้องตอนนั้นไปนานแล้ว
“ขอบคุณท่านพี่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งสีหน้าจริงจัง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “สาวใช้และคนงานภายในบ้านก็ควรจะเปลี่ยนเสียหน่อย ท่านพ่อคิดถึงความหลังก็จริง แต่ที่นี่ไม่ใช่ค่ายโจร! หากไม่รู้กฎเกณฑ์ ไม่รู้ความ ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้!”
มันควรเป็นเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว!
ใบหน้าเซี่ยเฉียวเพิ่งแสดงอาการผ่อนคลายออกมาได้บ้าง
เซี่ยหนิวซานยังรู้สึกผิดต่อเซี่ยเฉียว
เมื่อมาคิดดูให้ดี ตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดต่อหยวนหรง แต่ตอนนี้เขากลับมารังแกลูกสาวของตนเอง…
จุดยืนของของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
คิดไปคิดมาก็รู้ว่าหยวนหรงเป็นคนทรยศคนนึง
“หากท่านพ่อไม่มีอะไรทำช่วงนี้ก็มาวางหมากเป็นเพื่อนข้าดีไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยหนิวซานชะงักไปทันที เขางุนงงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงอ่อนแอของลูกสาวทำให้เขารู้สึกสงสาร เขาพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิด
เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้หลังจากที่พยักหน้าไปแล้วว่าลูกสาวของเขา…ดวงพิฆาตบิดามารดาญาติพี่น้อง อีกอย่างเขาก็เดินหมากไม่เป็นด้วย!
จู่ๆ เขาก็รู้สึกหวาดผวาเล็กน้อย
แต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวกำลังไม่พอใจ และต้องการระบายอารมณ์
“ท่านพ่อ หลูซื่อ…” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ “ข้าให้ท่านสามทางเลือก หนึ่ง บ้านเราไม่มีท่านพ่ออีกต่อไป สองท่านหย่ากับนางเสีย สาม ขังนางไว้ในเรือนให้พิจารณาตัวเองหลังจากที่เราเปลี่ยนสาวใช้บ่าวหญิงชราหมดแล้ว ท่านเลือกเอาเองเถอะ”
เซี่ยหนิวซานกำลังจะโกรธ แต่เซี่ยเฉียวกลับพยักหน้า “ข้าเสนอแนะให้หย่าขาด รีบทำเสียแต่เนิ่นๆ หากต่อไปภายหน้าท่านย่าตายแล้ว นางไว้ทุกข์ให้ท่านย่าก็จะหย่าขาดจากกันยากแล้ว”
“…” ว่าไงนะ!
แต่เวลานี้เซี่ยหนิวซานไม่กล้าแสดงออกอะไรทั้งสิ้น!
เขาก็โกรธเช่นกัน หลูซื่อหญิงหน้าไม่อายนั่นมารังแกนังหนูเฉียวของเขาได้อย่างไร!
แต่โกรธก็ส่วนโกรธ แต่เขาไม่คิดจะหย่าภรรยาเลย ถึงอย่างไรการหาภรรยาก็ไม่ง่ายสำหรับเขา…
“พวกเจ้าเอาจริงหรือ” เซี่ยหนิวซานจิตใจไม่เป็นสุขราวกับนั่งอยู่บนเข็มนับร้อย
เซี่ยผิงไหวมีสีหน้ากังวล แต่เขาไม่กล้าพูดอะไร เพราะเมื่อครู่เขาก็ได้ยินว่าเรื่องนี้ท่านแม่ทำไม่ถูกจริงๆ
ตอนที่ 252 ลาโลก
เซี่ยเฉียววางถ้วยชาที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะ
“ท่านพ่อทำใจไม่ได้?” เซี่ยเฉียวแค่นเสียง “นายหญิงไม่ดี ต้นเหตุวุ่นวาย ข้าเป็นผู้น้อย เดิมทีไม่ควรพูดแบบนี้ แต่หากหลูซื่อมีเหตุผลที่น่าแต่งด้วยสักเพียงข้อล่ะก็ ข้าก็คงไม่คัดค้านขนาดนี้”
“หลูซื่อไม่แยกแยะถูกผิด ไม่รู้ลำดับความสำคัญ สมคบคิดกับคนอื่นๆ ในบ้าน สร้างนิสัยให้พวกเขาเป็นพวกหยิบฉวยผลประโยชน์ นางเป็นนายหญิงของบ้าน แต่ดูแลปกครองหละหลวมไม่เข้มงวด ช่องโหว่ทางบัญชีทวีคูณ คดโกงไปทุกที่ สอนลูกไม่เก่ง กับข้าน่ะช่างเถอะ ประจบประแจงให้ท้ายผิดๆ กับซีเอ๋อร์ก็เสแสร้งแกล้งทำ ไม่ดูแลไม่สนใจ คนคนนี้นั้นเห็นแก่ตัว ไร้ความสามารถ ขาดความรู้ หากเป็นอนุ แล้วใช้ความสวยความงามให้เป็นที่ชื่นชอบก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่นางแบกรับภาระในบ้านไม่ไหวหรอก…แค่กๆ”
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็ไออย่างรุนแรง
นางหายใจไม่ออกอึดอัดจนหน้าแดงไปหมด
ทำให้เซี่ยหนิวซานตกใจจนต้องลุกขึ้นยืนทันที และรีบเข้ามาลูบหลังลูบไหล่ปรับลมหายใจให้นาง
โกรธจนเป็นเช่นนี้…
เวลานี้เซี่ยหนิวซานจึงเริ่มไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างแท้จริง
“ท่านพ่อกับท่านพี่ชายใหญ่…แค่กๆ….” เซี่ยเฉียวหอบหายใจ “เป็นโจรที่มั่งคั่งขึ้นมา ทุกคำพูดทุกการกระทำ…ล้วนมีคนเฝ้ามอง…และท่านพี่ เรื่องคู่ครองของท่านพี่…แค่กๆ”
“ไม่ต้องพูดแล้ว พักก่อนเถอะ” เซี่ยหนิวซานรู้สึกสงสารจนอึดอัดไปหมด
ชุนเอ๋อร์รีบวิ่งไปหยิบยาออกมาจากในตู้ให้เซี่ยเฉียวกินทันที
ยานี้มีราคาแพง เซี่ยเฉียวจึงพยายามใช้มันให้น้อยที่สุด
อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของยานั้นไม่ต้องพูดถึง
นางกินยาแล้วดื่มน้ำตาม สักพักลมหายใจก็สม่ำเสมอ
หัวใจของเซี่ยหนิวซานแทบระเบิดออกมาแล้ว เมื่อครู่นี้เขารู้สึกราวกับว่าลูกสาวของเขาจะลาโลกไปเสียอย่างไรอย่างนั้น!
“ปีนี้พี่ใหญ่ก็อายุยี่สิบกว่าปีแล้ว เขาควรจะได้แต่งงานสร้างกิจการของตัวเองตั้งนานแล้ว แต่หากในครอบครัวมีนายหญิงเช่นนี้ ถึงลูกสาวบ้านอื่นแต่งเข้ามา นางก็จะต้องได้รับความไม่เป็นธรรม…แม้จะบอกว่ายอมรื้อวัด ดีกว่าทำลายการแต่งงาน แต่หลูซื่อ…ข้อหนึ่งปราศจากความกล้าหาญและความแน่วแน่อย่างท่านแม่ข้า ข้อสองไม่มีความอ่อนโยนและคุณธรรมอย่างสะใภ้หลิน เก็บเอาไว้ไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ย
นางจะไม่ทำลายอนาคตของผู้หญิงคนหนึ่งโดยไม่มีเหตุผล
การเกิดเป็นผู้หญิงนั้นยากลำบาก และหากการแต่งงานพังทลาย พวกนางก็จะแทบจะต้องอยู่ในเงามืดไปเกือบตลอดชีวิต
ดังนั้นก่อนหน้านี้นางจึงอดทนอดกลั้นมาตลอด
ระหว่างที่เดินทางมาเมืองหลวง แล้วเผยหว่านเย่ว์ป่วยไข้เพราะความตกใจกับกระดูกศพของนางตอนนั้น นางก็ต้องทนรับสายตาเย็นชาจากหลูซื่อ แต่นางคร้านจะถือสา
หลังจากที่พวกนางกลับมาถึงบ้าน หลูซื่อก็ขุดมาพูดแล้วพูดอีก วาจาสื่อถึงนางหลายครั้ง แต่นางก็พยายามแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ
แล้วนางก็ทำเกินไป
“พี่หญิงใหญ่…” เซี่ยผิงไหวมองเซี่ยเฉียวด้วยแววตาซับซ้อน
สีหน้าเซี่ยเฉียวดูมั่นคง
“ขอเวลาให้ข้า…คิดให้ดีๆ หน่อย” เซี่ยหนิวซานสีหน้าเคร่งขรึม และลุกขึ้นยืนก่อนจะไป
“ตอนที่เจ้าอยู่วัดเคยเขียนจดหมายมาบอกว่าร่างกายเจ้าดีขึ้นมากแล้ว เรื่องนี้จริงหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เขาไล่เซี่ยผิงไหวออกไปแล้ว
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “จริงสิ ข้าดีขึ้นมากแล้ว”
ไม่เหมือนตอนที่นางยังเป็นเด็กหรอก ตอนนั้นนางเป็นลมแทบทุกวัน
เซี่ยผิงกั่งรู้ว่านางจะมีอายุสั้น ถึงอย่างไรท่านหมอก็เคยตรวจร่างกายนางแล้ว
แต่เขาก็ยังมีความคิดว่านังหนูคนนี้สามารถอยู่ได้นานหลายสิบปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นว่าสีหน้าของเซี่ยเฉียวในยามปกตินั้นไม่เลวเลย ในความขาวซีดก็ยังมีความแดงเรื่ออยู่บ้าง เพียงแต่มีอาการหอบบ้างเป็นครั้งคราว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เป็นกังวลมากนัก
“เจ้าบอกข้ามาตามจริง เจ้ายังอยู่ได้อีกกี่ปี” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว “พวกเราต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ ข้าเคยพูดกับเจ้าแล้วก่อนหน้านี้เรื่องการบำเพ็ญกุศลหลังจากที่นางตายไปแล้ว…”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าพี่ชายของนางช่างแทงใจดำเก่งยิ่งนัก
นางลูบจมูก “อีกกี่ปีข้าก็บอกไม่ได้ แต่…หากได้กินดี บำรุงดี จิตใจสงบ ก็จะอยู่ได้นานหน่อย ถ้าหากต้องโกรธอยู่ตลอด ไม่ได้กินยา จะอยู่ให้ถึงปีสองปีก็ยังยาก…”
ผิงกั่งสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “พรุ่งนี้ข้าจะไปหาแม่สื่อขอภาพเหมือนมา เจ้าลองดูแล้วเลือกผู้ชายที่จะมาเป็นพ่อของลูกเถอะ!”